กาลามสูตร 10 ประการ
ช่วงนี้คนที่บ้านบ้าหวยกันเหลือเกินครับ กับกระแสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหลวงพ่อวัดปากแดง ม้าสีหมอก แล้วก็อีกร้อยแปด ไม่รู้เมื่อไรรัฐบาลจะจัดการวัดนี้เสียที คนเคยซื้อหวยสนุก ๆ 100-200 ก็กลายเป็น 1,000 อย่างงี้ผมไม่รู้เข้า ปราชิก 4หรือเปล่าข้อ อวดอ้างอุตริมนุษยธรรม อวดอ้างสิ่งที่ไม่มีในตน ถ้าเข้าข่ายขาดจากความเป็นพระทันที แล้วที่ไปกราบไหว้กันอยู่ก็แค่คนแก่ ๆ ที่ห่มผ้าเหลืองอาศัยวัดหากิน ยังไงดึง ๆสติกันไว้บ้างครับ มีธรรมดี ๆ มาฝาก เป็นข้อหนึ่งที่ผมยึดถือมาดำเนินชีวิตเลยละครับ
ครั้งหนึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้า เสด็จจาริกถึงนิคมเกส ปุตตะของพวกเจ้ากาลามะ ชาวกาลามะได้พากันมาเฝ้าพระพุทธเจ้าแล้วกราบทูลถามว่า
กาลามสูตร
กาลามสูตรกังขานิยฐาน 10 หมายถึง วิธีปฎิบัติในเรื่องที่ควรสงสัย หรือหลักความเชื่อ ที่ตรัสไว้ในกาลามสูตร
เรื่องราวชาฎกอ้างอิงเป็นอย่างนี้ครับ
ได้มีสมณะและพราหมณ์พวกหนึ่งมายังเกสปุตตนิคม ได้สำแดง เชิดชู วาทะของตนฝ่ายเดียว แต่กระทบกระทั่งดูหมิ่นเหยียดหยามวาทะของฝ่ายอื่น ให้เห็นว่าเป็นฝ่ายต้อยต่ำ ต่อมามีสมณะและพราหมณ์อีกพวกหนึ่งได้มาสำแดง เชิดชูวาทะของตนฝ่ายเดียวโดยกระทบกระทั่ง ดูหมิ่น เหยียดหยามวาทะของฝ่ายอื่นว่าเป็นฝ่ายต้อยต่ำเช่นเดียวกัน
พวกตนจึงสงสัยว่าทำอย่างไรจึงจะรู้ได้ว่าพวกตนสมควรเชื่อใคร และสมณะและพราหมณ์เหล่านั้นใครพูดจริง พูดเท็จอย่างไร
พระพุทธเจ้า ได้ตรัสต่อชาวกาลามะทั้งหลายให้ใช้หลักวินิจฉัยด้วยตนเอง โดยมิให้ปลงใจเชื่อถือ ด้วยเหตุ ๑๐ ประการ ดังต่อไปนี้
(๑) มา อนุสสะเวนะ อย่าเชื่อถือเพียงเพราะได้ยินได้ฟังอยู่เนือง ๆ
(๒) มา ปรัมปรายะ อย่าเชื่อถือเพียงเพราะเป็นไปตามประเพณีสืบ ๆ กันมา
(๓) มา อิติกิรายะ อย่าเชื่อถือตามคำที่เขาเล่าลือกัน
(๔) มา ปิฏะกะสัมปะทาเนนะ อย่าเชื่อถือเพียงเพราะตรงกับตำรา
(๕) มา ตักกะเหตุ อย่าเชื่อถือเพราะคาดคะเนเอา
(๖) มานะยะเหตุ อย่าเชื่อถือเพราะมีนัยเทียบเคียงกันได้
(๗) มา อาการะปริวิตักเกนะ อย่าเชื่อถือเพียงเพราะคิดไปตามอาการที่ได้เห็น
(๘) มา ทิฏฐินิชฌานักขันติยา อย่าเชื่อถือเพียงเพราะเข้ากันได้กับทฤษฎี
(๙) มา ภัพพะรูปะตายะ อย่าเชื่อถือเพียงเพราะคนพูดน่าเชื่อถือ
(๑๐) มา สะมะโณ โนคะรูติ อย่าเชื่อถือเพียงเพราะผู้พูดเป็นสมณะหรือครูอาจารย์
พระพุทธเจ้าท่านสอนไม่ให้เชื่ออะไรง่าย ๆ เพียงเพราะเหตุใดเหตุหนึ่งใน ๑๐ ประการดังกล่าวข้างต้น แต่ให้ใช้สติปัญญาไตร่ตรองอย่างรอบคอบ
และเมื่อพิจารณาแล้วว่าความเชื่อนั้นไม่มีโทษให้เอาไปทดสอบ เมื่อทดสอบได้ว่าเป็นจริงจึงค่อยเชื่อต่อไป
อันนี้ขยายความครับ
1. อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา ประเภท “เขาว่า” “ได้ยินมาว่า” ทั้งหลาย
2. อย่าได้ยึดถือถ้อยคำสืบๆกันมา ประเภท “ใครๆว่า” “โบราณว่า” ตามกระแส
3. อย่าได้ยึดถือโดยความตื่นข่าวว่า เข่าว่าอย่างนี้ ประเภทข่าวลือ ข่าวโคมลอย ทั้งหลาย
4. อย่า ได้ยึดถือโดยอ้างตำรา อย่าไปตามตำรามากนัก ตำราว่าอย่างนั้น ต้องออกมาเป็นอย่างนั้น เท่านั้น เป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เด็ดขาด เพราะอย่าลืมว่า ตำราบางเล่ม คนแต่งก็มั่วมาบ้าง เขียนไม่ครบบ้าง ใส่ไข่เอาเองบ้าง คนมีกิเลสไปแก้ไขตำรา คนมีผลประโยขน์ ไม่แก้ไขตำราเท่ากับเราโดนหลอก
5. อย่าได้ยึดถือโดยนึกเดาเอาเอง เช่น เข้าใจเอาเอง หรือข้อมูลไม่พอ ใจร้อนเดาสุ่มเอา มั่วๆ เอา
6. อย่า ได้ยึดถือโดยการคาดคะเน การคาดการณ์ตามประวัติศาสตร์ ตามสถิติ ความน่าจะเป็น ซึ่งอาจจะผิดก็ได้ เพราะเห็นแค่ร้อย อย่าเหมาว่าที่ร้อยเอ็ดจะเป็นไปด้วย
7. อย่าได้ ยึดถือตรึงตามอาการ อย่าเห็นว่าอาการแบบนี้ น่าจะเป็นแบบนี้ ให้คิดเผื่อๆไว้ด้วย เช่น เห็นคนไข้เป็นแบบที่เคยรักษาคนอื่นๆมาก่อน อย่าไปตรึกเอาเองว่าเป็นแบบนั้น เห็นเงาก็จ่ายยาได้ เพราะเหนือฟ้ายังมีฟ้า อย่าเข้าข้างตนเอง นั่งสมาธิเห็นโน่น เห็นนี้ อย่านึกว่าเป็นจริง เพราะอาจจะเป็นจิตหลอกจิต
8. อย่าได้ยึดถือโดย ชอบใจว่า ต้องกันกับทิฐิของตัว อย่าเอาความเห็นของตนเป็นใหญ่ อะไรที่ตรงกับที่ตนคิดไว้เท่านั้นที่เชื่อได้ คนคิดแบบนี้ ดื้อตายชัก
9. อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้ ระวังจะโดนหลอก อย่าลืมว่า สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง
10. อย่า ได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา การยึดอาจารย์ของตนเองมากไป ก็ไม่ดี ควรทำตาม ทดสอบดู ถ้าผิดพลาดก็ไม่ต้องเชื่อ ถ้าทำแล้วดีขึ้นก็แสดงว่าเชื่อได้
ปล.คนที่บ้านเป็นผู้ใหญ่ครับจะไปว่ากล่าวตักเตือนอะไรมากไม่ได้ เลยต้องทำใจเค้าไม่ได้เอาเงินเราไปซื้อครับ



ตุลาคม 9th, 2009 at 9:57 am
[...] อีกวิธีหนึ่งที่นิยมใช้กันมากที่สุด เนื่องจากวิธีแรกนั้นเป็นวิธีที่เสียเวลาสุด ๆ เพราะการทำเว็บไซต์เดี๋ยวนี้ เวลาแค่อาทิตย์เดียวก็พร้อมที่จะอวดสายตาชาวโลกแล้ว วิธีนั้นก็คือเมื่อทำเว็บไซต์ใหม่เสร็จแล้วไม่จำเป็นต้องไป Submit หรืออัญเชิญ Google Bot ให้มาเที่ยวที่เว็บไซต์เรา (คือตรูไม่ง้อว่างั้น) แต่เปลี่ยนเป็นนำ link ไปฝากไว้ตามที่ต่างๆ ให้ Google Bot ไต่มาเจอเองก็เท่ากับเป็นการลวงว่า เว็บไซต์นี้ถึงจะใหม่ แต่ดังแล้วนะ มีคนเอาลิงค์ไปวางแล้ว แต่ไหง บรรดา Guru ถึงได้แนะนำนักหนาว่าให้ไป Submit ที่ Google กันนักก็ไม่รู้ทั้งที่ Guru เหล่านั้น 98% ไม่เคยไปซัพมิตเลย….. มือใหม่ทั้งหลายข้อมูลรับรู้ไว้ และกรองด้วยอย่าเชื่อทั้งหมด จงใช้หลัก กาลามสูตร 10 ประการขององค์สมเด็จสัมม…ไว้เถิด [...]