ใครอยากเป็นเจ้าของร้านเกมส์มาทางนี้ ผมมีข้อมูลจะบอก
ตอนนี้ เป็นช่วงที่ร้านอินเตอร์เน็ต จะถูกจับตาเป็นพิเศษ และถือได้ว่าเป็นโอกาส ที่เราจะเข้าไป เพราะการแข่งขันจะน้อยลง หลายๆพื้นที่ ที่เคยมีหลายร้าน ก็อาจจะมีจำนวนน้อย
ลง แต่จริงๆ หากมองไปความต้องการ ไม่ได้ลดตาม แต่กลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สองสามปีให้หลัง “เครือข่ายอินเตอร์เน็ต” เข้ามามีบทบาทต่อวิถีชีวิตของมนุษย์มากขึ้น ธุรกิจต้องอาศัยความรวดเร็วในการค้าขาย เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายต่อลูกค้า นิสิต นักศึกษาต้องการความรู้มากกว่าข้อมูลภายในห้องสมุดและต้องการความบันเทิงจาก การสนทนาหาเพื่อนทั่วโลก ดังนั้น จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยว่าตามหัวมุมถนน ริมถนน ใหญ่ หน้าสถานศึกษาหรือแหล่งท่องเที่ยวทั่วไปจะกลายเป็นสถานที่ที่ถูกเลือก เพื่อจัดตั้งร้านอินเตอร์เน็ต
การบริการทางพาณิชย์อิเล็กทรอนิคส์( E-Commerce ) คือการทำธุรกรรมบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตบริการหาข้อมูลผ่านทางเว็บไซต์ รับส่ง E-mail ติดต่อกันข้ามประเทศ
การสนทนา ( Chat ) หาเพื่อน หรือแม้แต่บริการเกม เป็นต้น ดังนั้นคำว่า ” ร้านอินเตอร์เน็ต ” จึงหมายถึงสถานที่ที่ให้บริการอินเตอร์เน็ตโดยคิดค่าตอบแทนจากบุคคลที่เข้า ใช้ อินเตอร์เน็ตตามระยะเวลา และอัตราค่าบริการที่กำหนดไว้ในแต่ละแห่ง
การเป็นเจ้าของร้านอินเตอร์เน็ต…ต้องคำนึงถึงเรื่องดังต่อไปนี้
ศักยภาพของผู้ประกอบการ
- เป็น คนที่ทันเหตุการณ์และชอบแสวงหาสิ่งใหม่ๆ ตลอดเวลา เช่น เจ้าของร้านควรรู้ข่าวสารโปรแกรมใหม่ๆ ที่กำลังเป็นที่นิยมในขณะนั้น รวมทั้งควรรู้ข่าวสารเรื่องลิขสิทธิ์โปรแกรมที่จะส่งผลกระทบต่อร้านด้วย
- เป็นคนกว้างขวาง ยิ่งเจ้าของร้านรู้จักคนมากเท่าใด ย่อมเป็นผลดีต่อธุรกิจมากขึ้นเท่านั้นไม่ว่าจากเพื่อนร่วมธุรกิจเดียวกัน จากร้านขายอุปกรณ์ที่ไปซื้อเป็นประจำ และจากกลุ่มลูกค้าเพราะคนเหล่านี้จะคอยบอกความเคลื่อนไหวในวงการเทคโนโลยี และสารสนเทศให้อย่างสม่ำเสมอ
- มี ความรู้ทางด้านคอมพิวเตอร์ เพราะผู้ประกอบการจะสามารถเลือกซื้ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพใช้งานได้ นานและหากว่าคอมพิวเตอร์เกิดขัดข้องเพียงเล็กน้อย ผู้ประกอบการก็สามารถซ่อมแซมได้เองโดยไม่จำเป็นต้องติดต่อช่าง การมีความรู้ด้านนี้บ้างจึงนับว่าเป็นการประหยัดทั้งเงินและเวลาอีกทั้งเจ้า ของร้านยังอาจเป็นผู้ให้คำปรึกษา หรือสอนลูกค้าใช้โปรแกรมต่างๆ ซึ่งจะช่วยสร้างความประทับใจต่อลูกค้าที่เข้ามารับบริการ
- เป็นคนละเอียดรอบคอบ เนื่องจากผู้ประกอบการต้องคุมค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด (ในกรณีที่ร้านมีหุ้นส่วนมากกว่า 1 คน ผู้ร่วมหุ้นควรทำสัญญาร่วมกันให้ชัดเจนจะได้ไม่เกิดปัญหาภายหลัง)
- ถ้าผู้ประกอบการเป็นเจ้าของสถานที่เอง ต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องเสียก็จะลดน้อยลง
การติดต่อกับหน่วยงานราชการ
โดยทั่วไปแล้ว กฎหมายกำหนดไว้ว่า ธุรกิจด้านบริการไม่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ( เว้นแต่ว่าภายในร้านจะมีการค้าขายอื่นๆ ด้วย ) แต่ปัจจุบันร้านให้บริการทางอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่มักจะต้องจดทะเบียนไว้ เนื่อง จากร้านมีการประกอบธุรกิจเสริมเพื่อเพิ่มรายได้ควบคู่ไปด้วยอีกทั้งใบจด ทะเบียนดังกล่าวยังใช้เป็นหลักฐานแสดงต่อหน้าเจ้าพนักงานของรัฐเมื่อมาตรวจ สอบ
นอกจากนี้ สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงคือ การซื้อลิขสิทธิ์โปรแกรมใช้งานทั่วไปและโปรแกรมเกมจากเจ้าของลิขสิทธิ์ รวมทั้งต้องขออนุญาตจากกองทะเบียน สำนักงานตำรวจแห่งชาติในกรณีที่ทางร้านให้เช่าแผ่นซีดีเกมคอมพิวเตอร์แก่ ลูกค้าซึ่งรายละเอียดการติดต่อในแต่ละด้าน มีดังต่อไปนี้
การจดทะเบียนพาณิชย์
เอกสารที่ต้องเตรียม ( เฉพาะกรณีเจ้าของกิจการคนเดียว )
- บัตรประจำตัวประชาชน
- สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน เซ็นต์รับรองสำเนาถูกต้อง 1 ฉบับ
ขั้นตอนการดำเนินการ
ผู้ประกอบการต้องไปกรอกแบบฟอร์มขอจดทะเบียนพาณิชย์ภายใน 30 วันนับตั้งแต่วันที่เริ่มประกอบกิจการพร้อมกับยื่นเอกสารที่เตรียมไว้ และค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนอีก 50 บาท ขั้นตอนนี้จะเสร็จภายในหนึ่งวัน สำหรับสถานที่ที่สามารถยื่นขอจดทะเบียน ถ้าเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร คือ สำนักงานบริการจดทะเบียนธุรกิจ 7 แห่ง หรือสำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าจังหวัดสมุทรปราการ เลขที่ 6/212 – 213 ถนนศรีนครินทร์ ตำบลบางเมือง อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ 10270
โทรศัพท์ : 0 2385 6525 โทรสาร : 0 2385 6583-4 ส่วนผู้ที่อยู่ต่างจังหวัดขอจดทะเบียนได้ที่ สำนักงานทะเบียนการค้าจังหวัดบุคคลที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ จาก
การซื้อลิขสิทธิ์โปรแกรมใช้งานทั่วไปจากเจ้าของลิขสิทธิ์
การเปิดร้านอินเตอร์เน็ตถือเป็นอาชีพที่สุจริต แต่ผู้ประกอบการบางรายอาจทำผิดกฎหมายโดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้เพราะความรู้ด้านกฎหมายลิขสิทธิ์ยังไม่เป็นที่แพร่หลายมากนัก ทำให้ร้านอินเตอร์เน็ตทั่วไปซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ โดยไม่ได้ซื้อ License Licensing คือลิขสิทธิ์โปรแกรม (ซอฟท์แวร์ ) ซึ่งถือว่าเป็นทรัพย์สินทางปัญญา ตามพระราชบัญญัติ พ.ศ.2537 ประเภทวรรณกรรม การทำซ้ำ ดัดแปลงเผยแพร่ข้อมูลต่อสาธารณชน ตามกฎหมายร้านอินเตอร์เน็ตจะต้องขออนุญาตจากเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อนจึงจะไม่ เป็น
รูปแบบลิขสิทธิ์โปรแกรม
1. โปรแกรมที่มากับเครื่อง ( OEM ) คือโปรแกรมที่ทางผู้ขายติดตั้งมาให้เมื่อคุณซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์ใหม่ พร้อมโปรแกรม ส่วนมากจะเป็นเครื่องที่มียี่ห้อ เช่น COMPAQ , IBM หรือ OEM แบบไม่มีกล่องบรรจุ (ไม่มีแพ็คกิ้ง ) ซึ่งขายแยกให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบเอง ลิขสิทธิ์โปรแกรมที่ได้นั้น มักจะเป็นโปรแกรมระบบปฏิบัติการ ( Operation System ) เช่น Windows, NT Server, Windows98, Workstation เป็นต้น ผู้ซื้อจะได้รับแผ่นซีดีของทุกโปรแกรมที่ติดตั้งมา ตามหนังสือคู่มือการใช้งาน ใบCertification of Authenticity (ใบรับรองโปรแกรมว่าเป็นของแท้ ซึ่งจะอยู่ตรงหน้าปกหนังสือคู่มือการใช้งาน )
2. ชุดเต็ม (Full Packaged Product) ลิขสิทธิ์ชุดเต็มนี้สามารถซื้อตามร้านค้าปลีกที่เป็นตัวแทนจำหน่ายของ ไมโครซอฟท์ เช่น ร้านBookchest, IT-City, ไดโนเสาร์และChallenger สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงคือ 1 licenseต่อคอมพิวเตอร์ 1 เครื่องเท่านั้น และถ้าต้องการลงโปรแกรมเดียวกัน 3 เครื่อง ผู้ประกอบการก็ต้องซื้อลิขสิทธิ์ 3 license เป็นต้น
3. OPEN LICENSE คือการซื้อโปรแกรมเดียวกันเป็นชุด เช่น 5 ไลเซ่นขึ้นไป ราคาของโปรแกรมประเภทนี้ จะถูกกว่าแบบ OEM และแบบชุดเต็ม โปรแกรมนี้เหมาะสำหรับร้าน อินเตอร์เน็ตที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการจำนวนมาก เช่น ซื้อโปรแกรม Officeลิขสิทธิ์ 10 ไลเซ่น ลงเครื่องคอมพิวเตอร์ได้ 10 เครื่อง ( การลงโปรแกรมเป็นแบบ 1 ไลเซ่นต่อ 1 เครื่องเช่นกัน)
โครงสร้างการบริการภายในร้าน
ระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ต
ที่มักใช้กับร้านอินเตอร์เน็ต คือระบบLAN ซึ่งระบบLAN หมายถึง เครือข่ายเฉพาะกลุ่มที่มีขนาดเล็ก ระยะทำการไม่ไกลนัก มักเชื่อมโยงกันด้วยความเร็วสูงอาจใช้ผ่านทางสายเคเบิลทองแดง หรือใยแก้วนำแสง เป็นต้น
ระบบLANแบบสตาร์ นิยมใช้กันในร้านอินเตอร์เน็ตเนื่องจากการบำรุงรักษา การเพิ่มหรือถอดเครื่องออกจากระบบ สามารถทำได้ง่าย โดยดึงสายที่ต่อจากเครื่องออกจาก Hub ( อุปกรณ์การส่งข้อมูลจากเครื่องพีซีหนึ่งกระจายไปให้กับเครื่องอื่น ) หรือ Switch ( อุปกรณ์เลือกส่งข้อมูลจากเครื่องพีซีหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งที่เป็นจุด หมายปลายทางโดยตรง) โดยไม่จำเป็นต้องหยุดการทำงานของระบบ ระบบนี้ยังสามารถแก้ปัญหาสายเคเบิลโดยดูจากไฟที่Hub หรือSwitchได้เลย เมื่อเปรียบเทียบระหว่างสองระบบเครือข่ายแล้ว จะพบว่าLAN แบบสตาร์สามารถใช้งานได้ ง่ายกว่า การสร้างเครือข่ายแบบสตาร์ ผู้ประกอบการต้องมีอุปกรณ์ศูนย์กลางสำหรับเชื่อมต่อ (Hub/Switch) , การ์ดLANที่ใช้หัวต่อ แบบ RJ-45สำหรับเสียบในเครื่องพีซีแต่ละเครื่องและสายUTPแบบCAT5 หรือCAT5eที่มีการเข้าหัวแบบ RJ-45 ส่วนอุปกรณ์อื่นๆที่ผู้ประกอบการต้องมีอยู่แล้วคือ เครื่องคอมพิวเตอร์ สายโทรศัพท์อย่างน้อย 1 คู่สาย โมเด็ม 1 ชุด (อุปกรณ์แปลงสัญญาณระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์กับสายโทรศัพท์) อุปกรณ์สำหรับแชร์อินเตอร์เน็ต
ขนาดพื้นที่ต่อจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์
ผู้ประกอบการไม่ควรติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์จนดูแออัดเกินไป หากแต่ควรจัดให้โล่ง โปร่ง สะอาดตา เช่น ขนาดพื้นที่กว้าง 4 เมตร ยาว 8 เมตร ควรมีเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวน 8-10 เครื่อง หรือถ้าหน้าร้านกว้าง 3 เมตร ยาว 15 เมตร เครื่องคอมพิวเตอร์จะวางได้ถึง 10-15 เครื่อง การเลือกโต๊ะเก้าอี้ก็ไม่ควรมองข้าม เพราะยิ่งลูกค้านั่งสบายเท่าใด ลูกค้าจะใช้เวลาในการนั่งเล่นอินเตอร์เน็ตนานขึ้นเท่านั้น
การเลือกซื้อคอมพิวเตอร์
เจ้าของร้านให้บริการอินเตอร์เน็ตต้องรู้แหล่งขายคอมพิวเตอร์ที่เชื่อถือได้ อาจเป็นบริษัทผู้ผลิต หรือจากตัวแทนจำหน่ายทั่วไป แต่ถ้างบประมาณมีไม่เพียงพอสำหรับคอมพิวเตอร์แบบมียี่ห้อ ผู้ประกอบการอาจใช้เครื่องคอมพิวเตอร์แบบประกอบเอง โดยหาซื้ออุปกรณ์ที่ใช้ประกอบ เช่น CPU เมนบอร์ด ฮาร์ดดิสก์ จอภาพที่นิยมใช้กันคือ จอภาพขนาด 17 นิ้ว คีย์บอร์ด และ เม้าส์ เป็นต้น หรือซื้อเครื่องที่ประกอบเสร็จได้ตามแหล่งขายคอมพิวเตอร์ใหญ่ๆ คอมพิวเตอร์เหล่านี้จะมีราคาถูกกว่า คือ ตกเครื่องละประมาณ 16,000-20,000 บาทเศษๆ แต่ทั้งนี้ ผู้ประกอบการต้องอาศัยความรู้ในการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์ มิฉะนั้นอาจจะได้เครื่องปลอมและสินค้าที่ไม่ดีมาแทน
การบำรุงรักษาเครื่องคอมพิวเตอร์
เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยไม่ให้คอมพิวเตอร์เสียหายก่อนเวลาอันควร และโดยหลักการพื้นฐานนั้น ผู้ประกอบการควรระวังไม่ให้เครื่องคอมพิวเตอร์หรืออุปกรณ์อื่นๆตกแตกเสียหาย ในกรณีที่ภายในร้านได้จำหน่ายเครื่องดื่มแก่ลูกค้าผู้ประกอบการควรจัดสถาน ที่ให้เป็นสัดส่วนเพื่อป้องกันการหกเลอะเทอะ ทำความเสียหายให้แก่เครื่องรวมถึงมีการติดตั้งโปรแกรมเพื่อป้องกันการลบ ข้อมูลโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของลูกค้าไว้ด้วยปกติแล้ว เครื่องคอมพิวเตอร์จะมีอายุการใช้งานนานประมาณ 3 ปี ภายหลังจากนั้นผู้ประกอบการควรทำการอัพเกรดเครื่อง แต่ส่วนที่จะเสื่อมคุณภาพก่อนคือ จอภาพและคีย์บอร์ด อุปกรณ์ เหล่านี้ ผู้ประกอบการสามารถนำไปขายเป็นสินค้ามือสอง หรืออาจนำกลับไปยังร้านประจำ เพื่อทางร้านจะได้นำสินค้าส่งไปซ่อมยังบริษัท และเปลี่ยนสินค้าตัวใหม่มาแทน
โครงสร้างต้นทุนวงเงินเริ่มต้น
สัดส่วนของต้นทุน ส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปยังค่าใช้จ่ายในการเริ่มต้นเปิดร้าน โดยช่วงเริ่มต้น ผู้ประกอบการอาจต้องลงทุนสูงทั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ค่าติดตั้งโทรศัพท์ ค่าเช่าที่ (กรณีไม่ได้เปิดร้านในที่ของตน) ตลอดจนโต๊ะวางคอมพิวเตอร์ เก้าอี้ เครื่องปรับอากาศ ค่าใช้จ่ายต่างๆในการตกแต่งร้านค่าชั่วโมงอินเตอร์เน็ตที่
ต้องจ่ายรายเดือนและรายจ่ายด้านการประชาสัมพันธ์ในช่วงเปิดร้านใหม่เงินลง ทุนที่สามารถจะดำเนินกิจการได้ตกอยู่ราว 300,000-500,000 บาทต้นๆ ขึ้นกับรุ่นของคอมพิวเตอร์ที่มีคุณสมบัติแตกต่างกันตามแต่การใช้งาน เช่น
- ร้านขนาดเล็กสามารถวางคอมพิวเตอร์ได้น้อยกว่า 10 เครื่อง
- ร้านขนาดกลางสามารถวางคอมพิวเตอร์ได้11-20 เครื่อง
- ร้านขนาดใหญ่สามารถวางคอมพิวเตอร์ได้มากกว่า 20 เครื่องขึ้นไปงบประมาณในการลงทุน อาจแบ่งได้เป็น
- ค่าเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์เชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตและลิขสิทธิ์ต่างๆประมาณ 80 %
ร้านขนาดเล็ก (พื้นที่ประมาณ 4 * 8 เมตร)
ร้านขนาดกลาง (พื้นที่ประมาณ 4 * 15 เมตร)
ร้านขนาดใหญ่ (ขึ้นกับจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์)
- ค่าเครื่องคอมพิวเตอร์ 6-10 เครื่อง เป็นเงิน 100,000-180,000 บาท ถ้ามีคอมพิวเตอร์มากกว่า10 เครื่อง คิดเป็นเงิน 180,000-250,000 บาท และคอมพิวเตอร์ 20-50 เครื่องขึ้นไปการลงทุนอาจสูงถึง 1,500,000 บาท
- ค่าอุปกรณ์Hubประมาณ 2,000-7,000 บาท โมเด็มประมาณ 1,200 บาท สายโทรศัพท์ของTA 6,000 บาท อุปกรณ์แชร์อินเตอร์เน็ตประมาณ 20,000-25,000 บาท สายเน็ตเวิร์คประมาณ 400 บาท สายUTPและหัวRJ-45 ราคาไม่เกิน 30 บาท เป็นต้น
- เครื่องปริ๊นเตอร์ประมาณ 4,000 บาทขึ้นไป และเครื่องสแกนเนอร์ 3,000-8,000 บาท ( แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อ )
- ค่าลิขสิทธิ์โปรแกรมต่อเครื่อง ราคาโปรแกรมเกมจะอยู่ที่ 300-3,600 บาท ซึ่งแต่ละบริษัทจะมีเกณฑ์ในการขายลิขสิทธิ์แตกต่างกันไป เช่น เกมCounter-Strike , Diablo และStarcraft เป็นของบริษัทBm Media ผู้ที่คิดลงทุนต้องสั่งซื้อโปรแกรมเกมตามจำนวนคอมพิวเตอร์คือ 1 ชุดต่อ 1 เครื่อง ส่วนบริษัท E.A. (Thailand) ที่ผลิตเกม Red Alert2 ผู้ซื้อจะต้องซื้อลิขสิทธิ์จำนวนครึ่งหนึ่งของจำนวนเครื่องที่มีอยู่ในร้าน เช่น มีคอมพิวเตอร์ 8 เครื่อง ซื้อโปรแกรมลิขสิทธิ์เกม 4 ชุด ตรงข้ามกับเกม Sims คือผู้ประกอบการต้องซื้อลิขสิทธิ์เกมเท่ากับจำนวนเครื่องที่ต้องการลง เป็นต้น และหลังจากการติดต่อซื้อขายกันแล้ว ผู้ประกอบการต้องส่งใบเสร็จรับเงินที่สั่งซื้อลิขสิทธิ์โปรแกรมเกมพร้อม เขียนชื่อนามสกุล หรือบางบริษัทอาจให้ส่งเอกสารที่บรรจุอยู่ในกล่องเกมของแท้กลับไปยังบริษัท หลังจากนั้นทางบริษัทผู้จำหน่ายจะส่งสติ๊กเกอร์มาให้ เพื่อใช้ติดหน้าร้านและติดที่กล่องซีดีเกม
- ค่าตกแต่งร้าน ค่าส่งเสริมการขายร้านและการวางระบบ ( กรณีที่เจ้าของร้านไม่สามารถวางระบบอินเตอร์เน็ตได้เอง) อีก 30 %
- ค่าจ้างสำหรับวางระบบอินเตอร์เน็ตภายในร้าน
- ค่าโต๊ะ เก้าอี้
- พัดลมหรือเครื่องปรับอากาศ
- เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งร้าน ค่าบัตรสมาชิก ใบปลิวช่วงแนะนำร้านและของจิปาถะอื่นๆ
เงินทุนหมุนเวียนต่อเดือนควรมีประมาณ 20,000-30,000 บาท แล้วแต่ขนาดของร้านเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนี้
- ค่าซ่อมบำรุงเครื่องคอมพิวเตอร์
- ค่าเช่าชั่วโมงอินเตอร์เน็ตรายเดือนหรือเป็นแพ็คเกจจาก ISP
- ค่าเช่าที่
- ค่าน้ำค่าไฟ
- ค่าจ้างพนักงาน ( บางร้านผู้ประกอบการเป็นผู้ดูแลเอง )
- ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ
- ระยะเวลาการคืนทุน โดยส่วนใหญ่จะอยู่ราว1-2 ปี ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขนาดของร้าน ทำเลที่ตั้ง ค่าอุปกรณ์ที่ใช้ค่าบริการรายชั่วโมงที่คิดกับลูกค้า ค่าลิขสิทธิ์ และรายได้จากบริการเสริมอื่นๆ
กำไร
ผลตอบแทนที่ได้ต่อเดือนก็ไม่ควรต่ำกว่า 27,000 บาท (ในกรณีเฉลี่ยวันละ 900บาท)
วิธีการประหยัดค่าใช้จ่ายของร้านอินเตอร์เน็ตโดยทั่วไป
- การติดตั้งโปรแกรมปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เองโดยอัตโนมัติ ขณะที่ยังไม่มีลูกค้าเข้ามาใช้งาน
- การเลือกใช้หลอดประหยัดไฟ
- การจัดหน้าหน้าให้โล่งสว่าง ออกแบบฝ้าให้ต่ำลงเพื่อประหยัดค่าเครื่องปรับอากาศ เป็นต้น
อ้างอิง
ลู่ทางธุรกิจเริ่มต้นที่ ThaiSMEcenter.com



กรกฎาคม 10th, 2009 at 11:51 pm
เป็นข้อมูลที่ดีมากๆค่ะ ขอบคุณมากค่ะ
มิถุนายน 12th, 2010 at 2:33 pm
ละเอียดมาก
มิถุนายน 5th, 2011 at 2:08 am
สวัสดีคะนู๋มีเรื่องรบกวนขอคำปรึกษาเกียวกับการทำฐุรกิจร้านอินเทอร์เน็ตหน่อยคะ
คือตอนนี้นู๋มีงบประมาณอยู่ประมาณ 100,000.บาทนู๋สามารถเปิดร้านเน็ตซัก 10-15 เครื่องได้มั้ยคะ
- ไม่คิดค่าตกแต่งร้านคือปู่กับพ่อนู๋เขาเป็นช่างคะ
- ไม่คิดค่าติดตั้งอุปกรณ์พี่ชายของนู๋เขาพอทำได้บ้างประมาณ 70%
- ไม่คิดค่าเช่าร้านเพราะหนูมีพื้นที่ที่จะทำเป็นร้านเน็ตเป็นของนู๋เอง
- ไม่คิดค่าจ้างพนักงานเพราะหนูจะดูแลกิจการกับแฟนหนูแล้วก็คุณแม่ของหนูคือผลัดกันดูแลร้านเอง
ที่ต้องลงทุนจริงๆก็น่าจะมี
-ซื้อโต๊ะ,เก้าอี้
-เครื่องคอมฯกับอุปกรณ์ต่างๆ
-ค่าลิขสิทธิ์
-ค่าขั้นตอนเดินเรื่องขอเปิดร้านต่างๆ
แล้วถ้างบ 100,000.บาทไม่พอต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่คะถึงจะพอที่จะเปิดร้านเน็ตสัก 10-15 เครื่องถ้ายังไงรบกวนช่วยตอบคำถามของหนูด้วยนะคะขอขอบพระคุณไว้ล่วงหน้า
ตอบกลับ: numo_crazy
มิถุนายน 20th, 2011 at 9:15 am
100,000 บาททำได้นะครับแต่จำกัดจำเขี่ยน่าดู แต่สิ่งที่อยากให้ดูมากที่สุดคือทำเลและความพร้อมครับ
มกราคม 15th, 2012 at 8:27 pm
จะเปิดร้านเดือนเมษานี้อ่ะคะ ต้องการคำแนะนำมากมายเลยอ่ะค่ะ