Archive for September, 2009:
ตำรวจยังไม่ชัดเจนเรื่องกฏหมาย แล้วเมืองไทยจะพึ่งใคร
จากข้อมูลที่ พ.ต.ท.จารุต ศรุตยาพร รอง ผกก.ศดส.บช.น.มีอยู่พบว่า ตามปกติแล้วร้านเกมหรืออินเทอร์เน็ตคาเฟ่จะเปิดบริการระหว่างเวลา 10 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม แต่ระหว่างปิดภาคเรียนจะขยายเวลาออกไปอีก 2 ชั่วโมง เป็นเปิด 10 โมงเช้าแล้วไปปิดอีกทีตอน 4 ทุ่ม ซึ่งการกระทำลักษณะนี้ถือว่าผิดกฎหมาย ส่วนเด็กที่เข้าไปใช้บริการจะไม่ถือว่าเป็นความผิด ดังนั้น หากถูกจับผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.จารุต บอกว่า เพื่อเป็นการป้องกันจึงประสานไปยังตำรวจท้องที่ทุกแห่ง เรียกผู้ประกอบการร้านเกมและอินเทอร์เน็ตคาเฟ่มาประชุมทำความเข้าใจให้ตรง กัน เพื่อควบคุมการให้บริการแก่เด็กและเยาวชน
ข้อความด้านบบนคือส่วนนึงของข่าว ๆ หนึ่งเกี่ยวกับร้านเกม ซึ่งแสดงถึงความไม่ชัดเจนเรื่องกฏหมาย และการบังคับใช้กฏหมาย โดยผู้มีอำนาจหรือผู้มีกฏหมายอยู่้ในมือ พร้อมปืนด้วย ตามกฏหมายไม่ว่าฉบับเก่าหรือฉบับใหม่ ที่เป็นอนุบัญญัติ ที่บังคับใช้อยู่ขณะนี้ได้กำหนดไว้ชัดเจน ว่าร้านที่ให้บริการทางด้านอินเตอร์เน็ต หรือ ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตนั้น สามารถให้บริการ ได้ 24 ชั่วโมง แต่ว่ากฏหมายได้ “อาศัย” อำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก เพื่อบังคับใช้ให้ร้านเกม หรือร้านอินเตอร์เน็ตไม่สามารถรับเด็กก่อนเวลา บ่ายสองโมงและหลังสี่ทุ่้มได้ ในกฏหมายฉบับเก่า และ กฏหมายฉบับใหม่ที่ บอกว่าประกาศใช้แล้ว แต่ยังไม่ผ่านกฤษฎีกา เอ๊ะมันยังไงหว่า เอาน่าบังคับไม่บังคับว่ากันไปแล้วกัน กฏหมายฉบับใหม่บอกว่า ร้านเกม และร้านอินเตอร์เน็ต สามารถเปิดได้ 24 ชั่วโมงแต่เช่นเคย กฏหมายฉบับนี้ก็ต้องอาศัย พรบ เด็ก บังคับให้ รับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีได้ตั้งแต่เวลา บ่ายสอง ถึง สองทุ่มในวัน ปกติ และสามารถรับ ได้ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้า ถึงสองทุ่มในวันหยุดราชการ หรือวันปิดเทอม ส่วนเด็กอายุ เกินกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปีนั้น สามารถรับได้ถึงสี่ทุ่ม ส่วนอายุเกิน 18 ปีสามารถรับเงินจากนักการเมืองแล้วเข้าไปเลือกนักการเมือง ่วย ๆ มาบริหารประเทศได้แล้ว ก็ สามารถใ้ช้บริการร้านเกมและร้านอินเตอร์เน็ตได้ ยี่สิบสี่ชั่วโมง
แต่ว่าถ้าตามเนื้อหาข่าวข้างบนนั่น นายตำรวจหย่าย แห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเทศสารขัณฑ์ กลับบอกว่า
ขยายเวลาออกไปอีก 2 ชั่วโมง เป็นเปิด 10 โมงเช้าแล้วไปปิดอีกทีตอน 4 ทุ่ม ซึ่งการกระทำลักษณะนี้ถือว่าผิดกฎหมาย
ผมอยากถามว่าผิดกฏหมายตรงไหนแล้วข้อไหนครับช่วยอธิบายที หรือว่าผมเป็นประชาชนที่หากินสุจริต แล้วไม่สามารถอ่านกฏหมายได้เข้าใจเหมือนคุณตำมะหนวด ก็ไม่รู้สงสัยต้องให้ ศาลรัฐธรรมนูญมาตีความกฏหมายให้ชัดเจนก่อน ถึงจะ ใช้ได้ก็ไม่รู้ More »
ระบบการศึกษาของไทยกับฮิตเลอร์
แหย่ขาเข้าตารางอีกแล้วครับ ผม นี่เลยน้องส่งมาให้ดู อยากบอกว่า ได้อารมณ์การศึกษาประเทศไทยมาก เรียนมาเพื่อสอบ ๆ ๆ ไม่เคยมีเนื้อหาที่มันเหมาะสมกับการประกอบอาชีพ ไม่เคยสอนให้คนจบมาเป็นเจ้าของกิจการ สอนแต่ให้เรียนสูง ๆ ไปเป็นขี้ข้าเขา ที่มันให้เงินดี สวัสดิการดี ไปเป็นขี้ข้าฝรั่ง ไปเป็นขี้ข้าญี่ปุ่น ไม่งั้นก็ไปนั่งตัดเล็บในสถานที่ราชการกินเงินภาษีราษฎร เมื่อไรจะเปลี่ยนแปลงครับสังคมไทย การศึกษาไทย ..
กรรมจริง ๆ
ฮิตเลอร์ยังทนไม่ไหว ฮามาก ไหมท่าน
เรื่องความชัดเจนในการนำจับลิขสิทธิ์
จริง ๆ บล๊อคนี้เป็น บล๊อคส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ชมรมร้านเกม แต่อย่างใด แต่ว่าเนื่องจากผมเป็นกรรมการและ เว็บมาสเตอร์ของชมรมร้านเกม มันจึงมีเรื่องร้านเกมมาอยู่เรื่อย ๆ นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมจะยกเรื่องของร้านเกม มาใส่ไว้ในบล๊อคนี้ เผื่อว่าบุคคลทั่วไปเข้ามาหาข้อมูลอาจจะได้ข้อมูลจากบล๊อค ผมให้เกิดประโยชน์ไม่มากก็น้อย เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความชัดเจนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีที่มีการนำจับลิขสิทธิ์ เพลงหรือเกมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้ตัวแทน เจ้าของลิขสิทธิ์ ร่วมกับตำรวจรังแกคนหาเช้ากินค่ำ ซึ่งผมเคยนำมาเขียนไว้แล้ว ตอนนั้นเรื่องเกิดที่ สภ.พระประแดง เป็นเรื่องของลิขสิทธิ์โปรแกรม นิคคาราโอเกะ พาตำรวจสภ. พระประแดง มาจับสมาชิกในชมรม โดยการมาว่าจ้างให้ทำการละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วพาตำรวจสภ.พระประแดง ซี่งไม่รู้ หรือรู้น้อย หรือแกล้งไม่รู้ก็ไม่ทราบได้ มาตรวจจับไปเรียกเงินกันที่ สภ.พระประแดงเรื่องจบที่ สมาชิกเราจำต้องจ่ายเงินไปจำนวน 15,000 บาท ต่อหน้านายตำรวจ สภ.พระประแดง ทั้ง ๆ ที่เค้าไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิด ถ้าตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือที่พวกเราเรียกว่า หมานำจับ ไม่มาว่าจ้างน้องเค้าให้ลงโปรแกรมน้องมันคงไม่นึกคันมือ ลงโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์เล่นให้ สะเทือนต่อมไต้สะดือ บางท่านอาจจะมองว่าเงิน 15,000 บาทสำหรับร้านเกมมันเล็กน้อย แต่รู้ไหมว่า มันคือค่าใช้จ่ายในครอบครัวเค้าทั้งเดือน ซึ่งตอนนั้นผมได้ยกข้อกฏหมายที่ผ่านการพิจรณาของศาลฏีกา ขึ้นมาอ้างและให้รายละเอียดเรื่องนี้ไปแล้วที่ บทความ สังคมไทยสวรรค์ของมิจฉาชีพ พอดีวันนี้ผมได้วีดีโอเกี่ยวกับการทำความเข้าใจของตำรวจเกี่ยวกับ กรณีอย่างนี้ ออกมาจึงหวังว่าตำรวจ สภ.พระประแดงที่ไปนำจับวัีนนั้นจะได้เข้ามาดู และนำไปปฏิบัติด้วยครับ
ปล.จริง ๆ เรื่องนี้มีหนังสือแสดงความชัดเจนออกมานานแล้ว แต่ว่าสงสัยจะไม่ทั่วถึงหรือยังไงม่ทราบได้ดังนี้ครับ
ในที่สุดตำรวจก็แสดงความชัดเจนเรื่องการล่อซื้อ และนำจับคดีละเมิดลิขสิทธิ์กับ ร้านเกม ร้านเน็ต และร้านซ่อมคอม ดังหนังสือด่านล่าง ติดตามรายละเอียดแจ่มแจ้งกว่านี้ได้ที่นี่
ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ด่วนมาก) ที่0031.212/03721 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2552 เรื่้องกำชับการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจในการตรวจค้นจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา Download ที่นี่
ฝากด้วยนะคุณตำรวจ
Notzaa
หลักการตั้ง “ความหวัง และ ความฝัน”
เพียงแต่ผมรู้สึกว่าทำเว็บมีความสุขมากกว่า ร้านเกม ผมกล้าเสี่ยงเพราะผมเชื่อว่าผมทำได้ ครอบครัวผมกล้าเสี่ยงเพราะเชื่อผม
ทำงานที่รัก ดีกว่าฝืนรักงานที่ทำ แต่มันก็ต้องมีเป้าหมาย ไม่ใช่ออกมาเสี่ยงอย่างเลื่อนลอย
ภาวะผู้นำ
จั่วหัวเรื่องซะวิชาการ ช่างไม่เหมาะกับเราซะนี่กระไร “ภาวะผู้นำ” โอ้บร๊ะเจ้า
หลังจากหลงไปปลื้มกับ คีย์เวิร์ด สภ.พระประแดงอยู่พักใหญ่ ก็กลับมาสู่สภาวะปกติเสียที ที่ดีใจไม่ใช่อ่ะไรหรอก มันเหมือนกับเวลาเราพูดอะไรไว้แล้วทำได้อย่างที่พูด มันหมายถึงค่าของตัวเราเอง ค่าของคน ผมว่าสัจจะมันเป็นสิ่งสำคัญ แต่ว่าตอนนี้คนเราหลงลืมเรื่องนี้กันไปมาก ตอนนี้ผมได้เกิดภาวะผู้นำขึ้นในตัวของตัวเอง เนื่องจากไปตกปากรับคำเพื่อน ๆ กลุ่มเล็ก ๆ กลุ่มหนึ่งที่เค้าเชื่อในตัวผม ตกลงใจมาเดินตามในเส้นทางที่เราคิดไปเองว่าถูกต้อง เลยต้องทำตัวให้เป็นผู้นำ เหนื่อย แต่ผมว่ามันคุ้มค่า เมื่อรู้ว่ามีคนรอเราอยู่ด้านหลัง มันทำให้เรามีกำลังใจทำงานมีพลังเร้นลับมหาศาล ส่งหนุนเนื่องอยู่ด้านหลังเรา ผมถึงไม่สงสัยเลยว่าเมื่อเวลาคนอยู่ในอำนาจ เค้ามักทำอะไรที่คนทั่วไปนึกไม่ถึงอยู่เสมอ
ครับ ตอนนี้ผม อยู่ในสภาวะนั้น ๆและผมจะทำในสิ่้งที่หลาย ๆ คนคิดว่าเป็นไปไม่ได้ แต่มีอีกแปดคนเชื่อว่าเป็นไปได้ ผมจะทำมันแบบเต็มความสามารถ ผมสัญญา
นี่ล่ะ ภาวะผู้นำที่เกิดขึ้นในตัวผมตอนนี้ ติดตามโปรเจคนี้ได้ที่ เสียวสมุทรปราการ มันมีอายุ 4 เดือน รอคอยครับคอยที่จะร่วมแสดงความยินดีกับผม หรือคอยโห่ไล่เวลาไม่สำเร็จ คนเค้าจะได้รู้ว่า ไอ้นอทซ่าา มันขี้โม้
จนกว่าจะพบกันใหม่
NotZaa
กำลังใจของเรา เราต้องสร้างเอง
ทุกครั้งที่เหนื่อยท้อแท้ นอกจากครอบคร้วแล้ว ก็มีตัวผมเองนี่ล่ะที่เป็นกำลังใจให้ตัวเองได้ แต่เมื่อใดที่ตัวเองอ่อนล้าจน ไม่สามารถ ยืนหยัดลุกขึ้นสู้กับสิ่งที่มันมากระทบชีวิตในยามนั้น
ผมจะหันมามองคนที่ต่ำกว่า แย่กว่าผม ไม่ได้มองเพื่อดูถูก ไม่ได้มองเพื่อยกตัวเองให้สูงขึ้น แต่มองอย่างยอมรับนับถือ นับถือความเข้มแข็งที่พวกเค้ามี แม้ชีวิตมันจะลำบากยากเย็นเพียงใดเค้าก็สามารถยืนหยัด สู้กับแรงกระทบต่าง ๆ ได้
บุคคลแรกที่ผมจะหันไปมองคือ หญิงชราแก่ ๆ คนนึง อายุเกือบ 70 ผ่านชีวิตมามากมาย ต่อสู้ทุกอย่างเป็นคนดีเท่าทีจะดีได้ ไม่เคยท้อ ไม่เคยถอย ไม่เคยเดินทางสายผิด ประกอบแต่อาชีพสุจริต ค้าขาย เคยแม้กระทั่งเป็นอัมพฤกษ์ ซีกซ้ายของร่างกายไม่สามารถขยับขเยื้อนได้ แต่หญิงชราคนนี้ก็ผ่านมันมาได้ด้วยใจเด็ดเดี่ยว สามารถกลับมาใช้อวัยวะทุกส่วนในร่างกายได้เกือบเหมือนปกติ ภายในเวลา 1 เดือน!! เพื่อกลับมาทำงาน กลับมาต่อสู้ เพื่อลูก บรรดาลูก ๆ ที่ไม่เอาไหนของหญิงชราผู้นี้ More »


