ปรับแต่ง Onpage ให้ดีที่สุด เพื่อผลการจัดอันดับที่ดีที่สุด

ธันวาคม 26th, 2009 2 Comments   Posted in Basic SEO
ปรับแต่ง Onpage

ปรับแต่ง Onpage

บทความที่แล้วผมสัญญาไว้ว่าจะมาต่อเรื่องของการสร้าง Amazon Tracking ID และต่อเนื่องไปถึงการสร้าง aStore แต่จนแล้วจนรอดผมก็ไม่มีอารมณ์ในการเขียนเรื่องดังกล่าวเสียที

มันตัน ๆ ยังไงไม่รู้ครั้นจะปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไป ก็กลายเป็นว่าบล๊อกไม่อัพเดท เดี๋ยวแควน ๆที่มีอยู่น้อยนิดจะตีจากไปซะ วันนี้เลยเอาบทความ เรื่องการทำ Onpage SEO มาฝากกันเพื่อฆ่าเวลา

ปรับแต่ง Onpage ให้ดีที่สุด เพื่อผลการจัดอันดับที่ดีที่สุด

จากประสบการณ์ในการทำ SEO ( Search engine Optimization ) อันน้อยนิด บวกกับภาษาอังกฤษอันน้อยนิดไปด้วย หลังจากการหาข้อมูล บวกกับประสบการณ์ของตัวเองนั้นได้ค้นพบความจริงที่ว่า ถึงแม้ว่า  Search engine โดยเฉพาะ อาร์ตตัวแม่อย่าง Google จะให้ความสำคัญกับ Offpage มาเป็นอันดับ 1 แต่ก็ยังคง ให้ความสำคัญกับ Onpage ไม่น้อย ดังจะเห็นได้จากเว็บไซต์ที่ได้อันดับดี ๆ (ในที่นี่ผมหมายถึงอันดับ 1) กลับมีการปรับแต่ง Onpage หลาย ๆ อย่างคล้ายกัน ดังนี้

  1. การเข้าถึง การเข้าถึงของ Search Engine ในเว็บไซต์ที่ดีนั้นจะควบคุมไม่ให้มีลิงค์เสีย หรือหน้าที่ไม่สามารถอ่านได้ เลยแม้แต่หน้าเดียวส่งผลให้การเข้าเก็บข้อมูลของ Bot เพื่อนำเอาไป index ไว้ในฐานข้อมูลเป็นไปได้อย่างราบรื่นไม่มีติดขัด การไต่ของบอทจึง “ลึก” และ “เร็ว” กว่าเว็บที่มีหน้าเสีย มีลิงค์เสียอยู่มากมาย
  2. เนื้อหา Content is King ยังคงใช้ได้อยู่เสมอแม้่ในชั่วโมงที่ Search engine ตัวแม่อย่าง Google ไม่สนใจ แต่เราต้องไม่ลืมว่า ยังไงเสีย Search engine ก็ยังคงต้องการ เนื้อหาใหม่ ๆ ที่ไม่มีในสารบบ เพื่อการนำไป index เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้
    ตรงนี้ผมมีประสบการณ์จาก เว็บไซต์เพื่อนคนนึงซึ่งเป็นมือใหม่ในการทำเว็บ เรียกว่าไม่เคยทำเว็บมาก่อนเลยทีเดียว ผมบอกให้เค้าทำตามที่ผมบอก ด้วยการอัพเดทเนื้อหา สด ๆ หรือ Unique content. ทุึกวันวันละหนึ่งบทความ เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน เนื้อหามี 30 บทความพอดี และบังเอิญ Google ปรับ PR เชื่อไหมว่าเว็บไซต์น้องใหม่นี้ได้ PR5 ทันที อยากเห็นดูตามลิงค์เว็บนี้ไปได้เลยครับ
    นอกจากเนื้อหาดี ๆ จะเป็นที่สนใจของ
    Search engine แล้วยังจำเป็นต้องดึงดูดความสนใจ ของผู้เข้าชมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี และเนื้อหาดี ๆ เหล่านี้จะกระตุ้นให้ผู้เข้าชมอย่างแบ่งปัน โดยการนำไปแนะนำตาม Social Community ต่างๆ ซึ่งตรงนี้นี่เองจะเป็นผลพลอยได้ให้ มีการสร้าง Backlink คุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอันดับ 1 ของการทำ SEO
  3. การปรับแต่ง Onpage พื้นฐาน การกำหนด Keyword สำหรับ Webmaster มือใหม่หลายๆ  คนตกม้าตายง่าย ๆ ด้วยการสร้างเว็บขึ้นมาจนเว็บเป็นรูปเป็นร่างแล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องการทำอันดับใน Keyword ตัวไหน
    ดังนั้นสิ่งแรกที่ผมจะแนะนำ ในการทำ Onpage ใ้ห้เว็บไซต์คุณคือการกำหนด Keyword ให้เว็บไซต์ การกำหนด Keyword ให้บทความที่คุณกำลังจะเขียน เมื่อคุณกำหนด Keyword ให้บทความคุณได้แล้วนั้นคุณจะต้องวาง Keyword ให้อยู่ในตำแหน่งสำคัญของบทความ ( URL, Title ,Internal link ) ทั้งนี้เพื่อให้ Search engine เ่ข้าใจว่าเราเขียนถึงเรื่องอะไร และเมื่อมีผู้เสริชหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ Search engine จะได้นำข้อมูลไปนำเสนอให้แก่ผู้สืบค้นได้ถูก
  4. การตลาดที่ดี ใครว่าทำเว็บไซต์ไม่เกี่ยวกับการตลาด การทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จคุณจำเป็นต้องวิเคราะห์ตลาด ต้องรู้ว่าผู้สืบค้นข้อมูล ในที่นี้ก็คือลูกค้านั่นเอง เร้าต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เพื่อที่เราจะได้หามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ถูก
    สำหรับการตลาดส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การทำ Onpage ใ้ห้เว็บไซต์คุณคือ เมื่อคุณทำสามข้อด้านบนมาหมดแล้ว คุณจะทำยังไงให้บทความดี ๆ เนื้อหาดี ๆ ของคุณถึงมือลูกค้า อย่างสมบูรณ์แบบและไวที่สุด ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแบ่งปันระหว่างผู้ใช้ เพื่อ Backlink ที่จะย้อนกลับเข้ามาหาเราในอนาคต
    ยิ่งปัจจัยล่าสุดที่ Google เผยไต๋ออกมา คือ อัลกอริทึ่มปัจจุบันและอนาคตจะนำส่วนของ Traffic หรือ อัตราการเข้าชมเว็บไซต์มาคิดคำนวณเพื่อจัดอันดับเว็บไซต์ด้วย ดังนั้นการตลาดคือสิ่งจำเป็นในการทำอันดับไปโดยปริยาย
  5. Hosting หรือพื้นที่ในการวางเว็บไซต์ ผมจัดให้ Hosting อยู่ในส่วนของการทำ Onpage ใ้ห้เว็บไซต์ เนื่องจากว่าเป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ เราสามารถควบคุมได้โดยการเลือกหา Hosting ที่เร็วแรง และสเถียรภาพ สิ่งที่ Webmaster มือใหม่ไม่รู้และผิดพลาดกันมาก อีกส่วนหนึ่งคือส่วนนี้  คุณเชื่อหรือไม่ว่าเพียง โฮสที่คุณเลือกใช้ล่ม หรือใช้งา่นไม่ได้แค่ 30 นาที และเป็น 30 นาทีที่ Google Bot กำลังเข้ามาตรวจสอบเพื่อเก็บข้อมูลเว็บไซต์คุณนั้น มันสามารถทำให้คุณร่วงจากอันดับหนึ่งไปอยู่หน้า 2 ได่้เลยทันที และล่าสุดอีกเหมือนกันที่ Google เผยไต๋ออกมา ว่า อัลกอริทึ่มตัวใหม่จะใช้ ความเร็วของการโหลดหน้าเว็บไปคำนวณเพื่อจัดอันดับด้วย
    นอกจากการโ่หลดหน้าเว็บที่รวดเร็วจะส่งผลดีต่อ Search Engine แล้วยังส่งผลดีกับผู้เข้าชมเว็บไซต์คุณ คุณคงไม่ปลื้่มนักที่เข้าเว็บไซต์เพื่อจะหาข้อมูล หรือซื้อสินค้า แล้วหน้าเว็บโหลดทีใช้เวลาเป็นนาที สำหรับผมแล้ว แค่ 30 วินาที ผมก็ปิดทิ้งแล้ว นอกจากการโหลดหน้าเว็บแล้ว การเลือกใช้ Hosting ที่แรง ๆ นั้น ส่งผลต่อการเก็บข้อมูลของ Google Bot ให้เป็นไปอย่างราบลื่นการไต่ของบอทจะไต่ได้ “ลึก” และ “เร็ว” กว่า
    ดังนั้น ถ้าคุณทำเว็บไทย คุณก็ควรเลือกใช้ Hosting ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเพื่อความเร็วของการแสดงหน้าเว็บ ถ้าทำเว็บนอกก็ควรใช้เว็บที่ Server ตั้งอยู่ในประเทศนั้น ๆ เพื่อความรวดเร็วเช่นกัน สำหรับมือใหม่ อยากทำเว็บขายสินค้าหรือเว็บไซต์เพื่อทำ Adsense ก็ตาม ถ้าเป็นโฮสนอกผมแนะนำ Hostgator ที่ผมใช้อยู่ ซึ่งราคาถูก และให้พื้นที่ กับ Domain Unlimited ถ้าเป็นโฮสไทย ผมใช้อยู่้สองที่ แต่เนะนำของน้องคนนึง โฮสแรง บอทแรง ที่ Hosting IDC www.hostingidc.com ลองใช้กันดูครับ
  6. การปรับ Onpage ด้วยการใส่ใจทุกรายละเอียด สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดในการทำ Onpage SEO คือการใส่ใจรายละเอียดในการปรับแต่ง Onpage ทุกขั้นตอนเพราะการทำ Onpage เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้เองทุกขั้นตอน เป็นคะแนน Ranking ที่เราได้มาด้วยตัวเราเอง

หวังว่าบทความข้างต้นจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ไม่มากก็น้อย สุขสันต์วันคริสมาสต์ครับ

Google's mail เข้า Mailbox ทีไรสะดุ้งทุกที

ธันวาคม 22nd, 2009 3 Comments   Posted in Google Adsense

ผมเองสมัยเข้าวงการนี้ใหม่ ๆ เรียกได้ว่ารู้จักกับ Google Adsense เป็นอย่างแรกเลยทีเดียว จำได้ว่าตอนนั้น สมัคร Blogger และพยายามเขียนเรื่องราวของตัวเองเข้าไปทุกวันเพื่อ จะนำไปสมัครกับ Google Adsense บล๊อกนั้นคือ iNotBlog

แต่จนแล้วจนรอด ก็ไม่ได้นำตัว บล๊อกไปสมัครกับ Google Adsense กลับกลายเป็นว่าเอาเว็บ ของชมรมผู้ประกอบการร้านเกม ที่ผมเป็นเว็บมาสเตอร์อยู่ไปสมัคร ซะงั้น

เมล์แรกที่ผมได้จาก Google ก็คือเมล์มาแจ้งว่าเราสมัครไม่ผ่านเนื่องจาก โฮสล่มตอนที่เค้าเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งตอนนั้นชมรมเช่าโฮสได้ ห่วยจริง ๆ  (ผมขอไม่กล่าวถึงว่าเป็นโฮสไหน)

หลังจากนั้นสองสามวัน ผมได้เปลี่ยนโฮสใหม่ และ อัพเว็บขึ้นไปสมัครใหม่กับ Google Adsense เมล์ที่สองของผมที่ได้จาก Google คือเมล์แสดงความยินดี Google อนุญาติให้ผมทำโฆษณากับเค้าได้

ตอนนั้นความรู้สึกมันดีใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับการที่เราได้ก้าวเข้ามาไกล้ อาชีพที่เราไฝ่ฝันอีกอาชีพหนึ่ง

แต่ณ.ปัจจุบันนี้ ผมกลับไม่มีความดีใจที่ได้รับ Mail จาก Google อีกแล้ว เนื่องจากหลังจากที่ผมได้เข้าร่วมทำโฆษณากับ Google Adsense นั้นจดหมายที่ Google จะส่งมาหาผมก็คือ จดหมายเตือน และจดหมาย ระงับการให้บริการ ซึ่งบรรดาเว็บมาสเตอร์น้อยใหญ่โดนกันอยู่เนือง ๆ

เนื่องจากกฏของ Google เองที่ออกมาปกป้องบรรดา ผู้ลงโฆษณาหรือลูกค้าของ Google ไม่ให้บรรดาเว็บมาสเตอร์ Black Hat ทั้งหลายเอาเปรียบนั้น มีมากมายหลายข้อเหลือเกิน ถึงแม้ว่าตัวผมจะทำเว็บสายขาย หรือ White Hat ก็ยังไม่วายเสียวสันหลัง เนื่องจากเราไม่รู้ว่าเราจะพลาดไปเหยียบตาปลาของ Google เมื่อไร

และแล้วเมื่อเช้านี้ผมก็ได้ เมล์จาก Google 1 ฉบับ แทบไม่กล้าเปิดอ่าน เลยเอามาให้ดูกัน

Happy holidays form google

Happy holidays form google

Google ส่งเมล์มาอวยพรผมเนื้อความประมาณว่า

สวัสดี

ไกล้สินปีแล้ว Google ขอเวลาสักนิดหนึ่งเพื่อขอบคุณที่ผมสละเวลาเวลา พลังงาน ความ มุ่ง มั่น และ ไว้วางใจ ร่วมงานกับ Google ในปี 2009.
ในปี 2010 ที่จะถึงนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่างเล็กน้อย.
และ Google รอคอยและคาดหวังว่าจะทำงานร่วมกับผมเพื่อไปสู่ความสำเร็จในปี 2010.

โอ้ขอบคุณมาก Google ผมทำงานบริษัทยังไม่มีอะไรเซอร์ไพรสแบบนี้เลยทีเดียวเชียว อิอิ

และนี่คือหนึ่งเหตุผลที่ผมทำรายได้กับ Amazon ได้ดีกว่า Google เนื่องจากขนาดเมล์ผมยังระแวง เลย .. ไปล่ะ

อ้อ เดี๋ยวพรุ่งนี้ผมมาเฉลยเรื่องการสร้าง Trakking id ของ Amazon และจะต่อด้วย aStore แล้วทำไมไม่เขียนซะเลยล่ะ เหตุผลทางด้าน SEO ครับ บาย..

Amazon Tracking ID

ธันวาคม 21st, 2009 8 Comments   Posted in Amazon

หลังจากที่ผมแนะนำการสมัคร Amazon ไปเรียบร้อยแล้วและได้กล่าวถึง Associates ID และ Amazon Bestseller ไปบ้างแล้ว

สิ่งที่จำเป็นอีำกอย่างในการขายสินค้ากับ Amazon ก็คือการ Tracking หรือการติดตามผล

ตรงนี้ไม่จำเป็นกับ Amazon เท่านั้น การทำธุรกิจในรูปแบบ Affiliate Marketing ที่จำเป็นต้องอาศัย ตัวแทนในการทำโฆษณาจำเป็นต้องมีระบบ Tracking แทบทั้งสิ้น ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ในการติดตามผล การวิเคราะห์ตลาด และการจ่ายเงินค่าตอบแทนให้ผู้ร่วมขายสินค้า หรือ Associates,Publisher,Partner,Affiliate แล้วแต่ว่าเว็บไซต์ที่เราไปเป็นนายหน้าขายสินค้า หรือบริการให้นั้น ๆ จะเรียกว่าอะไร

สำหรับ Amazon เองนั้นเปิดโอกาสให้ ผู้ร่วมขายหรือ Amazon Associates สามารถสร้าง Tracking id ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งเมื่อสร้างแล้วจะถูกนำไปโปรโมต ในรูปแบบของ Link ID

Link ID คืออะไร

Link id ของอเมซอนนั้น หมายถึง Link Address ของสินค้าซึ่งจะแสดงอยู่ในรูปของ URL เช่น http://www.amazon.com/exec/obidos/ASIN/B0012N94WO/hdtv-20 โดย hdtv-20 คือ Tracking id ที่ผมสร้างขึ้นเพื่อเก็บสถิติของการโปรโมตเว็บร้านขาย โทรทัศน์ HDTV

เมื่อผมนำ Link Id ด้านบนไปโปรโมต และมีลูกค้าสินใจสินค้าที่ผมนำไปโปรโมต และคลิ๊กผ่าน Link Id ข้างต้น ระบบจะเก็บข้อมูลไว้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง เมื่อมีการซื้อสินค้าซึ่งไม่จำเป็นว่าต้่องเป็นสินค้าตัวแรก เท่านั้น ตัวอย่างเช่น นาย A เข้าเว็บไซต์ของผมซึ่ง กล่าวถึง โทรทัศน์ HDTV ยี่ห้อหนึ่ง และ นาย A สนใจในรายละเอียดของสินค้าตัวนั้น และคลิ๊ก Link Id ของผม เข้าไปเพื่อดูรายละเอียดในหน้าแสดงสินค้าของ Amazon แต่เมื่ออ่านรายละเอียดจบแล้ว นาย A ไม่ต้องการจะซื้อสินค้าชิ้นนั้น แต่นาย A ได้ใช้ระบบเสริชของ Amazon เพื่อหาหนัง DVD เรื่องโปรด และทำการซื้อสินค้านั้น ๆ ผ่าน Amazon ภายใน 24 ชั่วโมง ผมก็ยังคงได้ คอมมิสชั่นอยู่แม้ว่าจะไม่ได้ซื้อ Hdtv ที่ผมโปรโมตก็ตาม

ประโยชน์ของ Tracking id นอกจากแบบที่ผมยกตัวอย่างข้างต้นแล้ว ยังมีประโยชน์ในการติดตามสินค้าที่เราได้จับมาทำตลาดนั้น สามารถขายได้หรือไม่และขายออกไปในช่องทางใด โดยทาง Amazon สามารถให้ตัวแทนขายแต่ละคนสามารถสร้าง Tracking ID ได้คนละ 100 Tracking id แต่เมื่อเราใช้หมดแล้วสามารถเมล์ไปขอเพิ่ม กับทาง Amazon ได้อีก ตัวอย่างของการ กำหนด Tracking id เช่น

  • hdtv-20 อันนี้ผมเอาไว้สำหรับ ติดตามผล ในเว็บไซต์ที่ผมทำขึ้น
  • hdtvblogger-20 อันนี้เอาไว้สำหรับติดตามผล ในบล๊อกที่ผมสร้างขึ้นในบล๊อกเกอร์
  • hdtvppc-20 อันนี้ผมไว้ใช้สำหรับติดตาม ผลในการทำตลาดผ่านทาง การลงโฆษณากับ Google adwords

ทั้งนี้เมื่อถึงเวลาที่ Amazon รายงานยอดขายนั้น ๆ ผมสามารถดูได้ว่าสินค้าตัวใดที่ถูกซื้อ และซื้อผ่านช่องทางไหน ดังตัวอย่าง (ขออภัยที่ต้องปกปิดข้อมูลบางอย่าง เนื่องจากเหตุผลด้านความปลอดภัยของตลาดที่ผมทำสินค้า อิอิ)

Amazon Tracking ID

Amazon Tracking ID

โดยรูปแบบรายงานของ Amazon ยังมีอีกหลายแบบ ที่ผมยกมาเพื่อเป็นตัวอย่างเท่านั้น

บทความหน้าผมจะมาเล่าถึงการ ขอ และติดตั้ง Tracking ID

10 จุดสุดยอดในการใช้ Keyword ในการทำ SEO

ธันวาคม 18th, 2009 7 Comments   Posted in Basic SEO

หลังจากเมื่อเช้าได้เกริ่นนำเรื่อง keyword ไปนิดหน่อย ไม่รู้ว่าไปเสริชหาทั้งสามภาคในบล๊อกมาอ่านกันหรือยัง

และพอดีได้ไปอ่านเจอบทความนี้ เมื่อตามไปที่เว็บต้นทางของบทความได้ ถูกปิดทิ้งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงกลัวว่าบทความดี ๆ มันจะสูญหายไปซะ เลยเก็บมาให้อ่านกัน ครับ

การใช้ Keyword ในการทำ SEO ( Search engine Optimization) หลายคนที่เป็นมือใหม่อาจไม่มั่นใจหรือใช้ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ ควร หลังจากที่ได้อ่านบทความนี้ ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นแนวทาง สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจหรือยังไม่รู้ว่าจะ ใช้ยังไง ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ อย่ามัวเสียเวลาครับเริ่มต้นกันเลย

  1. ใช้ keyword ที่บริเวณ ชื่อหน้าเพจ (Title) ให้เราใส่ Keyword ที่เราต้องการจะใส่โดยให้น้ำหนักจากการเรียงจาก ซ้ายไปขวา ตัวอย่างการใช้งาน : [title] keyword หลัก , keyword รอง , keyword อื่นๆ [/title] เป็นต้น
  2. ใช้ keyword ที่บริเวณ ชื่อหัวข้อของเนื้อหา (Heading tag)โดยการใช้ H1,H2,H3 เป็นต้น ตัวอย่างการใช้งาน : [H1] Keyword [/h1] หรือ [H2] Keyword [/H2] เป็นต้น
  3. ใช้ keyword ที่บริเวณ เนื้อหาในส่วนแรก (First Content) ให้ใส่ Keyword ไว้ในตำแหน่ง 20 คำแรกโดยประมาณ ให้ชัดเจน หรืออาจจะใช้ตัวอักษรลักษณะเอียงก็ได้ ตัวอย่างการใช้งาน : [BODY][P] Keyword [/P][/BODY]
  4. ใช้ keyword ที่บริเวณ ลิงค์เชื่อมโยงมาตรฐาน (Standard Text Link) คือการเชื่อมโยงในลักษณะ การใช้ Text link เป็นตัวเชื่อมโยง แล้วแทรก Keyword ผสมเข้าไปด้วย ตัวอย่างการใช้งาน : [a href="http://www.yoursite.com"] Keyword [/a]
  5. ใช้ keyword ที่บริเวณ เนื้อหาในส่วนสุดท้ายของหน้า (The last content) เพื่อเน้นย้ำหรือใช้ในการสรุปเนื้อหาอาจจะใช้เป็นลักษณะตัวเอียงหรือหนาก็ได้ครับ ตัวอย่างการใช้งาน : [P] Keyword [/P] [/BODY]
  6. ใช้ keyword ที่บริเวณ เมนูเลื่อนลง (Drop Down Menu) Drop down menu นี้เป็นที่ซ่อน Keyword ที่ดีอีกที่ที่ไม่ควรมองข้ามนะครับ ตัวอย่างการใช้งาน : [FORM] [OPTION] Keyword [/OPTION] [/FORM]
  7. ใช้ keyword ตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ (Folder name,File name) วิธี นี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจพอสมควรครับกับการทดลองใช้ในหลายๆเว็บที่ผมลอง หากต้องใช้Keyword มากกว่า 1พยางค์ ควรใช้เครื่องหมาย “-” เป็นตัวคั่นกลาง ตัวอย่างการใช้งาน :/ Keyword/ Keword.html, Keyword.jpg หรือ Keyword1-Keyword2.html
  8. ใช้ keyword ที่บริเวณ คำอธิบายรูปภาพ (Images alt tag) การ ใช้ tag alt เข้าช่วยนั้นเพราะว่า Sreach engine นั้นไม่รู้จักรูปภาพเราสามารถบอก Sreach engine รู้ ว่าภาพนั้นเป็นภาพของอะไรได้โดยใช้ tag alt นี้เข้าช่วย ตัวอย่างการใช้งาน : [img src="images address" alt="Keyword"]
  9. ใช้ keyword ที่บริเวณ คำอธิบาย ลิงค์ (Text link title) การใช้ text link title นั้นคลายการใช้ tag alt เพียงแต่ tag นี้ใช้อธิบาย link ตัวอย่างการใช้งาน :[ a href="http://www.yoursite.com" title="Keyword"] Keyword [/a]
  10. ใช้ keyword จด Domain name ด้วย Keyword (Domain name register) การใช้ Keyword หลักของเว็บในการจด Domain name นั้นหากทำได้ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ

ที่มา www.th-store.com

ขายสินค้า Amazon ใครว่ายาก

ธันวาคม 18th, 2009 12 Comments   Posted in Amazon

หลาย ๆ คนในวงการหาเงินอินเตอร์เน็ต บอกกันต่อ ๆ กันมาว่า่ขายสินค้า Amazon มันยาก แสนยาก ยากกว่า Adsense มากมาย เนื่องจากการขายสินค้าอเมซอนคือการจูงใจ ให้คนซื้อของแพงเพื่อทีเราจะไ้ด้ค่าคอมมิสชั่นเยอะ ๆ

เอายอดเดือนนี้มาให้ดู มันน้อย แต่สำหรับมือใหม่อย่างผมมันไม่น้่อยเลย

เอายอดเดือนนี้มาให้ดู มันน้อย แต่สำหรับมือใหม่อย่างผมมันไม่น้่อยเลย

ต่างกับ Adsense แค่ทำให้คนเข้ามาเว็บเราแล้วก็คลิ๊กออกไป ก็ได้ตังแล้ว มันแตกต่งกันระหว่าง คลิ๊กกับซื้อ

แต่มันใช้กับผมไม่ได้ครับ ผมมีความสามารถทำให้คีย์เวริ์ดติดหน้า หนึ่ง Google เพื่อขายของได้ แต่คุณเชื่อไหม ผมไม่สามารถทำเว็บไซต์ที่ติดหน้าหนึ่งให้คนคลิ๊กได้ ทั้งที่เป็นเว็บ ไซต์เว็บเดียวกัน

ดังนั้นรายได้หลัก ๆ ของผมจึงมาจากการขายสินค้าต่าง ๆ

มีเพื่อน ๆ น้อง ๆ หลาย ๆ คนอีกเช่นกันบอกให้ผมสอนการขายสินค้า Amazon หน่อย มันขายกันยังไง ทำไมเค้าทำมาตั้งนานขายไม่ได้ แล้วไอ้เด็กเมื่อวานซืนอย่างผมทำไมขายได้

เอาล่ะครับเมื่อเพื่อน ๆ น้อง ๆ ขอมาผมก็เริ่มสอนเค้า แต่คุณเชื่อ ไหมหลาย ๆ คนพอผมสอนแล้วเลิกคุยกับผมไปเลย ประมาณความรู้สึกเค้ารู้สึกว่าผมกั๊ก ทั้งที่ผมไม่ได้กั๊ก ผมบอกคีย์แห่งความสำเร็จเค้าไปต่างหาก แต่เค้านั้นมองไม่เห็นและมองข้ามกันไป

สิ่งที่ผมสอนเค้านั้นไม่ใช่การสร้างร้านค้า Amazon,Astore หรือการทำให้ติดหน้าหนึ่ง Google แต่สิ่งที่ผมสอนกลับเป็นการเลือกหาสินค้าการหาคีย์เวิร์ดนั่นเอง

หลักการตลาดบนอินเตอร์เน็ต หรือโลก Onlineนี้ ก็มิได้ต่างจากหลักการตลาดของโลก Offline มันมีคีย์แห่งความสำเร็จง่ายๆ แค่สองข้อ คือ

  1. หาความต้องการของลูกค้าให้เจอ
  2. หาทางเติมเต็มความต้องการนั้น ๆ ไม่ว่าทางใดก็ทางหนึ่ง

ซึ่งการหาที่ผมบอกนั้น ก็คือการหาคีย์เวิร์ดนั่นเอง

แล้วคุณล่ะ หาคีย์เวิร์ดเป็นหรือยัง ถ้ายัง ในบล๊อกนี้มีอยู่เริ่มหากันเลย หาเองนะครับในบล๊อกนี่ล่ะ

สวัสดีครับ

เมื่อ Amazon จับมือ Blogger

ธันวาคม 17th, 2009 No Comments   Posted in Amazon, Blogger
Amazon and Blogger

Amazon and Blogger

เช้าวันนี้ (17 ธันวาคม 2552) มีข่าวดีข่าวใหญ่ของ Amazon Associates  สายบล๊อกฟรีทั้งหลาย เมื่อทาง Blogger โดย Google ได้จับมือร่วมกันพัฒนาโซลูชั่นในการ โพสลิงค์สินค้า ลงใน บล๊อกฟรีของ Blogger โดยปกติเวลา่จะผมจะโพสสินค้าของ Amazon ลงใน บล๊อกฟรีผมจำเป็นต้องหารูป และเปิดหน้า Amazon Associates เพื่อสร้างลิงค์ในการเชื่อมโยง และเอามาใส่ไว้ในบทความของ Blogger เมื่อคนอ่านเข้ามาอ่านรีวิวสินค้าหรือ บทความเกี่ยวกับสินค้าที่ผมโพสไว้ แล้วเค้าเกิดสนใจในตัวสินค้าก็จะคลิ๊กลิงค์ เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของ Amazon และเมื่อลูกค้าหรือผู้อ่านบทความของเราตัดสินใจซื้อสินค้านั้น ๆ เราก็จะได้ค่าคอมมิสชั่นจากการขายสินค้าจาก Amazon แต่มันเสียเวลาในการทำงานมาก สำหรับ Associates ที่มีบล๊อกเยอะ ๆ มีบทความเยอะ ๆ

ตัวอย่างบทความที่ถูกสอดแทรกลิงค์ และ สินค้าของ Amazon

ตัวอย่างบทความที่ถูกสอดแทรกลิงค์ และ สินค้าของ Amazon

แต่ณ.ปัจจุบันทาง blogger และ Amazon ได้อำนวยความสะดวกให้เรา ๆ ท่าน ๆ เพียงคลิ๊กแค่สองคลิ๊กคุณก็สามารถใส่ลิงค์ทั้งรูปภาพ ข้อความ รวมไปถึง แก๊ตเกต ได้อย่างง่ายได้ หลักการทำงานคร่าว ๆ ของมันสามารถดูจากรูป ได้เลยครับส่วนวิธีการโพส การสอดแทรกบทความรวมไปถึงตัวอย่างบทความ ไว้ผมจะมาทำ How to ไว้ให้ แต่ตอนนี้บอกเลยว่า ถ้าผมไม่เขียนบทความนี้ก็แสดงว่าเสียวสมุทรปราการ OUT ไม่ทันสมัย คุณคงไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้นหรอกใช่ไหม

วิธีการใส่ลิงค์ง่าย ๆ ระหว่าง Amazon และ Blogger

วิธีการใส่ลิงค์ง่าย ๆ ระหว่าง Amazon และ Blogger

สวัสดีครับ .