Archive for the ‘เมืองไทย’ Category:
เซียงเพียงอิ๊ว “หมดกัน” โฆษณา ฝ่าวิกฤต
ภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย เงินบาทแข็งค่า คนทำ Internet Marketting อย่างพวกผมได้รับผลกระทบกันเต็ม ๆ เปรียบเหมือนตัวเราเป็นหม้อข้าวขนาดหนึ่งลิตร หุงทีพอกินทั้งครอบครัว แล้วอยู่มาวันหนึ่งหม้อข้าวใบนี้กลับจุข้าวได้เพียง 0.8 ลิตร ครอบครัวก็คงพอกิน แต่คงไม่อิ่มเหมือนเดิม
และในฐานะที่เราเป็นคนดูแลหม้อข้าวใบนี้ก็คงรู้สึกไม่ดีที่ความสุข ในการได้เห็นคนที่เรารัก กินอิ่ม นอนหลับได้หายไป
หวังจะพึ่งคนดูแคโกดังข้าวของเรา ก็หนีปัญหาไม่ทำอะไรโ ทษเศรษฐกิจโลกแล้วก็ปล่อยให้เงินทุนไหลเข้าประเทศโครม ๆ ซื้อเวลายื้อเวลาเพื่อรอ และก็รอ
ทำอะไรไม่ได้นอกจากหาเงินเพิ่ม หรือไม่ก็ประหยัดกว่าเดิม แต่มันเป็นความผิดของเราละหรือ เมื่อเราอยู่ของเราเฉย ๆ ไม่ได้ทำอะไร คิดว่าไอ้ที่ทำอยู่มันพออยู่ พอกิน
คิดไปคิดมาไปเจอคลิปโฆษณาดี ๆ ที่น่ารักคลิปหนึ่ง เลยเอามาลงไว้เพื่อเตือนตัวเองว่า หมดกัน หมดกันก็สร้างใหม่ได้
สู้ ๆ นะครับประชาชนชาวสารขัณฑ์
โฆษณาเซียงเพียงอิ๊ว หมดกัน
ด่านตรวจนิคมชะอำ ประสบการณ์ทางหลวงที่คุณไม่อยากเจอ
พอดีมีรุ่นน้องอยู่คนนึงบ้านอยู่ประจวบฯ ต้องขึ้นล่องกรุงเทพประจำ ไปเจอประสบการณ์แย่ ๆ มา ผมเลยอาสาเอามาเขียนไว้ที่บล๊อก เผื่อว่าผู้มีอำนาจในประเทศไทย ผ่านมาอ่านเจอ จาก Google จะได้เก็บไปทบทวนและ อบรมลูกน้องในบังคับบัญชาซะบ้าง
ผมขับรถกลับมาจากกรุงเทพฯ ผ่านด่านตรวจนิคมชะอำ แล้วพบกับพฤติกรรมของตำรวจบางคน(สองคน) มีกิริยาท่าทางแย่มาก เริ่มแรกเข้ามาขอตรวจรถ อะ อยากตรวจผมก็ให้ตรวจ พวกผมลงมาจากรถทั้งหมดสามคน เปิดประตูให้อีกสี่บาน พอเห็นว่าเป็นวัยรุ่นหน่อยมาทำท่าทางเบ่ง วางกล้าม พูดจาห้วนๆ “ขับรถอ้อมด่านทำไม” “ทำไมออกไปอีกทางนึง” “เอาเบอร์เพื่อนมาดิ๊ จะโทรไปถามว่าเพิ่งไปส่งจริงป่าว” “ไปใหนมา” “ไม่ต้องละไป ไป” “ก็บอกว่าไม่ต้องไง ทีนี้แหละพูดไม่ฟังคุณนี่” ใครได้ยินน้ำเสียงพวกตำรวจด่านนิคมชะอำ นะ จี๊ด ทุกคนเลยแหละ
พวกผม 3 คน อายุ ก็ 24 – 27 กันแระ หน้าที่การงานก็ดูดี มีเกียติ ไม่ใช่เด็กแว๊น วัยรุ่นกวนเมืองซะหน่อย จะพูดจะจาให้มันดีๆ หน่อย ให้สมกะเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ หน่อยก็ไม่มี สงสัยการศึกษาคงจะไม่ช่วยอะไร ตำรวจด่านตรวจนิคมชะอำเลยซักนิด
คำพูดนี่ไม่ต้องพูดถึง ยิ่งดูหน้าตาแล้วพยายามจะหาเรื่อง เอาผิดพวกผมให้ได้ พูดจาไม่สุภาพเลยครับ เสียงประมาณว่า “ไปไหนมา” ดังๆ ห้วนๆ “แล้วทำไมออกไปอีกทางนึง” ดังๆ ห้วนๆ เหมือนกัน ย้อนนิดนึงที่บอกว่าไปออกอีกทางนึง เพราะตรงนั้นจะมีทางเลี้ยวเข้าไปพอดีผมไปส่งแฟนเพื่อนที่บ้านเค้า แล้วก็มันจะมีทางเลี้ยวแยกอีกทางนึง ซึ่งผมก็ใช้ทางนั้นเป็นประจำ และอีกอย่างนึง ตรงหน้าปากซอยที่เลี้ยวเข้ามา ตำรวจด่านนิคมชะอำ ดันเอากรวยส้มๆ ไปปิดทางไว้ตั้งครึ่งนึง รถที่จะขับออกมาต้องวกขวาก่อน แล้วถึงจะเลี้ยวซ้ายออกไปได้ ขืนขับออกไปทางนั้น กว่าจะได้เลี้ยวออกจากซอยได้ คงไม่ต้องรอไปเป็น 10 นาทีเลยหรือ เพราะรถที่กำลังรอคิวตรวจก็ต่อแถวกันยาวเหยียด ผมเลยตัดสินใจขับออกไปอีกทาง เหมือนที่เคยทำทุกครั้ง ขอขับออกไปได้หน่อยนึง ก็มีตำรวจขับมอไซด์มาขวางหน้าแล้วก็ขอตรวจรถ แล้วบอกว่าให้ย้อนกลับไปที่ด่าน โดยมีตำรวจคนนึงนั่งกลับไปในรถด้วย ผมก็กลัวๆ ตำรวจด่านตรวจนิคมชะอำ จะยัดยาในรถผมเหมือนกัน เพราะเคยได้ยินเสียงลือ เสียงเล่าอ้างอยู่ ว่าตำรวจด่านตรวจนิคมชะอำเนี่ย แหละ ยัดยาในรถแล้วจับ ในระหว่างที่กำลังขับรถออกไปจนถึงหน้าปากซอยที่มีกรวยส้มวางอยู่ ผมก็บอกกับตำรวจที่นั่งมาในรถด้วยว่า นี่ไงคือเหตุผลที่ผมไม่อยากขับรถออกมาทางนี้ เพราะมันจะต้องวกรถหลบกรวย มันลำบากมาก แล้วก็เกิดเหตุการณ์ข้างต้น คิดดูนะครับคนที่ไม่ได้ทำอะไรลงรถมาเจอคำถามแบบว่าไปทำอะไรผิดมามากมาย หน้าที่ทำงานเก่าเพื่อนผมแท้ๆ
เพื่อนผมบอกเค้าไปว่า “ผมเคยทำงานที่นี่มาสองปี เพิ่งจะย้ายไป ตจว” แต่ทำเหมือนไม่เชื่ออ่ะ พอคุยได้สักพักตำรวจอีกคนก็ถามผมว่า “ไปส่งใคร เอาเบอร์เพื่อนมาดิ๊ จะโทรไปถามว่าเพิ่งไปส่งจริงป่าว” แฟนเพื่อนผมเป็นผู้หญิงตัวเล็กๆ คนนึง แฟนตัวเองเป็นใคร ใครก็หวง เพื่อนผมเลยบอกเค้าไปว่า ”จะเอาไปทำอะไร” ทีนี้เพื่อนผมเลยบอกว่า “งั้นเด๋วผมหยิบบัตรข้าราชการมาให้ดูเลย” ผมเปิดกระโปงท้ายรถ (เพือนผมยังไม่ทันได้เดินไปหลังรถเลยนะครับ) เท่านั้นล่ะครับ ตำรวจคนที่คุยกับผมบอกทันทีเลยคับว่า “ไม่ต้องอ่ะไป ไป” ดังๆ ห้วนๆ ผมก็เลยเดินจะไปปิดกระโปงหลัง ที่นี้ตำรวจคนเดิมยังมาตะโกนอีกนะครับว่า “ก็บอกว่าไม่ต้องไง ทีนี้แหละพูดไม่ฟังคุณนี่” โหไอแสด พูดจากเควี่ยๆ
นี่ดีนะครับที่เพื่อนผมเป็นข้าราชการ ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดา วัยรุ่นทั่วไป จะทำไงล่ะครับโดนตำรวจด่านนิคมชะอำบางคน(สองคน) พวกนี้ลังแกประชาชนแน่ครับ ซึ่งตอนนี้ผมเสียความรู้สึกแล้วก็โมโห “ตำรวจ ด่านตรวจนิคม ชะอำ” แล้วล่ะครับ
Tags: ตำรวจ ด่านตรวจนิคม ชะอำ
วันภาษาไทยแห่งชาติ
๒๙ กรกฎาคม ประเทศเรามีวันภาษาไทยแห่งชาติ เฮ้อคนไทย ขนาดไม่ได้ใช้ภาษาร่วมกับใครยังต้องมีวันภาษาของตัวเอง ก่อนจะบ่นไปมากกว่านี้ผมว่าเราไปรู้จักวันภาษาไทยแห่งชาติกันก่อนดีกว่าครับ
ความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ
สืบ เนื่องจากคณะกรรมการรณรงค์เพื่อภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย และมีความห่วงใยในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อภาษาไทย รวมถึงเพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงคุณค่าและ ความสำคัญของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือกันทำนุบำรุง ส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป จึงได้เสนอขอให้รัฐบาลประกาศให้วันที่ ๒๙ กรกฎาคมของทุกปี เป็น วันภาษาไทยแห่งชาติ เช่นเดียวกับวันสำคัญอื่นๆ ที่รัฐบาลได้จัดให้มีมาก่อนแล้ว เช่น วันวิทยาศาสตร์,วันสื่อสารแห่งชาติ เป็นต้น และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เห็นชอบให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ
เอาคร่าว ๆ เท่านั้น ในฐานะที่เป็นคนเขียนบล๊อก ต้องใช้ภาษาไทยเผยแพร่ออกอากาศอยู่บ่อย ๆ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าผมก็ต้องมีจิตสำนึกในการใช้ภาษา ดังนั้นการเขียนภาษาไทยทุกครั้งผมจำเป็นต้องตรวจทาน และแก้ไขอยู่เสมอ ๆ แต่ภาษาไทยของเรานั้นจะว่าไปมันก็ค่อนข้างยากอยู่พอสมควร เนื่องจากว่าเป็นภาษาที่ซับซ้อน ดังที่เค้าว่ากันว่าภาษาไทยดิ้นได้
หลาย ๆ ครั้งหลาย ๆ ครา ที่ผมท่องไปบนโลกอินเตอร์เน็ตไปเจอบรรดาวัยรุ่นไทยสมัยใหม่ เค้าใช้ภาษากันแล้วผมปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่ไม่น้อย ยิ่งตอนที่ทำร้านเกมแล้วเห็นน้อง ๆ ที่ร้านใช้ภาษาไทยกันใน เอ็ม เอส เอ็น ผมอยากรู้จริงๆ ว่าโรงเรียนสมัยนี้เค้าปลูกฝังเด็กยังไง ทำไมมันเพี้ยนซะขนาดนั้น
เอาล่ะบ่นๆ ๆ มาเยอะแล้วก็ขอร้อง แควน ๆ บล๊อกนอทซ่าา แล้วกันว่า ร่วมอนุรักษ์กับเค้าหน่อยล่ะกันครับ อย่าให้มันเสื่อมสลายไปก่อนเวลาอันควร
ณ.โอกาสนี้ผม ขออัญเชิญ พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 มีใจความว่า “ในปัจจุบันนี้ปรากฏว่า ได้มีการใช้คำออกจะฟุ่มเฟือย และไม่ตรงกับความหมายอันแท้จริงอยู่เนืองๆ ทั้งออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ถ้าปล่อยให้เป็นไปดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งอันประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเราทุกคนจึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้ ฉะนั้นจึงขอให้บรรดานิสิตและบัณฑิต ตลอดจนครูบาอาจารย์ได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษาไทย ซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกันเพื่อความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ” มาประดับบล๊อกนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลของเจ้าของบล๊อก และคนอ่านด้วยครับ
ปล. เกม : ผมเขียนถูกแล้วครับ ภาษาไทยเราใช้เกม มิใช่ เกมส์
แควน ๆ : คำนี้เป็นคำเลียนเสียงคำว่า แฟน ๆ หมายถึงผู้ติดตามดารา (ฮา) ผมตั้งใจใช้คำผิดซึ่งเป็นคำที่ไม่มีในพจนานุกรม ความหมายที่ถูกต้องคือ
แฟน
ความหมาย
(ปาก) น. ผู้นิยมชมชอบ เช่น แฟนเพลง แฟนภาพยนตร์ แฟนมวย, ผู้เป็นที่ชอบพอรักใคร่, คู่รัก, สามีหรือภรรยา.
หารายได้ออนไลน์ งานควาย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ว่าหลอกลวง
เอิ๊ก ๆ จั่วหัวซะน่ากลัวเลยครับงวดนี้ ไม่ได้มีอะไรมาก แค่อยากมาเล่าให้ฟังถึงงานที่ผมทำอยู่
เรื่องของเรื่องคืออยากจะได้ลูกน้องสักคนไว้ช่วยงานที่บ้าน ทำงานออนไลน์นี่ล่ะ แล้วบังเอิ๊ญมีพี่คนนึงติดต่อมาให้
น้องเค้าทำงานอยู่ธนาคารธนชาติ แต่ว่าที่เก่าไม่ให้ลาวันเสาร์ อาทิตย์แล้วน้องเค้าต้องการเรียนต่อปริญญาตรี เลยอยากหางานใหม่
หลังจากรับเรื่องเรียบร้อยน้องคนนั้นโทรมาหาผม ก็คุยกันไปเรื่อย ๆ จนถึงขั้นตอนที่น้องเค้าถามว่า ทำงานอะไรค่ะ
ผมตอบไปว่า งานออนไลน์ครับ ทำเว็บไซต์อะไรพวกเนี้ย
น้องเค้าเสียงสั่นอย่างเห็นได้ชัดในทันที เอ่อ พี่ค่ะหนูเคยโดนหลอกไปขายเฮอร์เบอร์ไลท์ เสียเงินสมัครสัมมนาอะไรไม่รู้ตั้ง 2,000 แนะ
เอาแล้วไงตรู เลยรีบชิงบอกไปว่าเฮ้ยน้องครับ ไม่เหมือนกันของผมเป็นงานสุจริต เป็นอาชีพของผมเลยไม่ต้องไปขายของใครไม่ได้หาดาวน์ไลท์
อยากหัวเราะให้ตกเก้าอี้จริง ๆ งานออนไลน์นี่ประเทศไทยใครก็กลัวเนอะ แต่ก็ดีไปอย่าง คู่แข่งไม่ค่อยเกิดเท่าไหร่ เนื่องจากปัญหาเยอะยกตัวอย่างเช่น
- ทัศนคติ คนไทยมีทัศนคติที่ติดตัวมาแต่เด็กว่า งานสบายเงินดีไม่มีจริง ต้องหนักเหนื่อย ถึงจะได้เงินดี เพราะพ่อแม่ชอบสอนมาว่าเรียนสูง ๆ ลูกจะได้จบไปทำงานในที่ดี ๆ (ถ้าทำตามคำสอนนี้ ถึงจะเรียนเก่งเรียนสูง ก็ต้องไปเป็นขี้ข้าชาวบ้านอยู่ดี) ดังนั้นงานสบาย ๆ แบบทำงานที่บ้านแล้วได้ตังค์เลยกลายเป็นงานหลอกลวง
- อินเตอร์เน็ต ประเทศไทยเป็นประเทศที่อัตราการเติบโตทางอินเตอร์เน็ตช้ามาก และกระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองใหญ่ ดังนั้นคนชนบทจึงถูกปิดประตูในการหาความรู้ และ ประตูในการทำเงินบนอินเตอร์เน็ต
- ภาษาอังกฤษ คนไทยส่วนใหญ่กลัวภาษาอังกฤษ การหาเงินบนอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ต้องพึ่งภาษาอังกฤษด้วย
ดังนั้นถ้าคุณอยากจะหาเงินออนไลน์ ก็พยายามกำจัดจุดอ่อนที่ผมว่าออกให้หมดถ้ายังตัดใจไม่ได้ ยังคิดว่างาน หารายได้ออนไลน์ เป็นงานควาย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ว่าหลอกลวง อยู่ล่ะก็ ผมขอกระซิบนิดหนึ่งว่า ตอนนี้ผมรายได้ขั้นต่ำอยู่ที่ 90,000 บาทต่อเดือน และเคยขึ้นสูงสุดที่ 280,000 บาทต่อเดือน
อ้าวมัวทำอะไรอยู่มานั่งอ่านบล๊อกอยู่ได้ ไปหาคอร์สภาษาอังกฤษเรียนเร็ว อิอิ
สวัสดีครับ
ผลการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
1. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 449 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 176 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 246 คน งดออกเสียง 12 คน ไม่ลงคะแนน 15 คน
2. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 447 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 174 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 246 คน งดออกเสียง 12 คน ไม่ลงคะแนน 15 คน
3. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 447 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 174 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 246 คน งดออกเสียง 12 คน ไม่ลงคะแนน 15 คน
4. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 446 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 184 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 237 คน งดออกเสียง 12 คน ไม่ลงคะแนน 13 คน

ประเทศไทยภายไต้การนำของ "นักการเมือง"
5. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 447 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 167 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 246 คน งดออกเสียง 20 คน ไม่ลงคะแนน 14 คน
6. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 447 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 168 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 246 คน งดออกเสียง 18 คน ไม่ลงคะแนน 15 คน
หลังจากเช็คข่าวผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลกรุงเทพ เอ้ย !!! รัฐบาลไทย
ส่งผลให้เห็นว่าการเมืองไม่มีใครถูกหรือผิดจริง ๆ มันอยู่ที่คนเลือกจะเชื่อมากกว่า ฝั่งที่รักฝ่ายหนึ่งก็ต่อว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ทุกคนต่างยืนอยู่ในฝั่งที่ตัวเองชอบตัวเองรัก โดยพยายามมองข้ามเหตุผลต่าง ๆ อย่างเฉยเมย
ตัวผมเองนั้นไม่ได้อยู่ฝั่งเสื้อแดง ไม่ได้อยู่ฝั่งรัฐบาล และรู้สึกเสียใจกับการที่คนไทยด้วยกันต้องมา ฆ่ากันเอง
ถ้าให้พูดกันจริง ๆ แล้วผมไม่ชอบรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เท่าไหร่นัก ผมว่ารัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศแบบไม่สวยงามเอาเสียเลย แต่ผมจะทำอะไรได้มากกว่านี้เล่า เพราะผมเป็นแค่หนึ่งเสียงเล็ก ๆ ที่อยู่ในประเทศนี้ .. เอาเถอะเมื่อคนส่วนใหญ่เค้าไว้วางใจพวกท่าน ผมก็จำเป็นต้องไว้วางใจพวกท่าน
แต่ตามธรรมชาติของเมืองไทยที่ไม่ชอบกินเนื้อแพะ แพะมีประโยชน์แค่เอามารับบาปดังนั้นผมคงต้องหาแพะสักหน่อย ให้ตัวเองมีที่ระบายอารมณ์ได้บ้าง ดังนั้นผมขอเอา ทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ที่บริเวณที่ถูกระชับวงล้อมทั้งหมด รวมไปถึงผู้บังคับบัญชา และโรงเรียนที่สอนทหารตำรวจเหล่านี้มาด้วย ท่านสอนบุคคลากรออกมาได้ “ห่วย” และ “ไม่มีประสิทธิภาพ” ไม่คุ้มกับเงินภาษีที่ผมต้องเสียไป (ทำเป็นเล่นไปผมเสียภาษีทุกวัน ไอ้ Vat 7% นั่นล่ะ) จนจะตาย-่า ซื้อมาม่ากินยังต้องเสียภาษีให้ไปฝีกเหล่าตำรวจ ทหารไร้ประสิทธิภาพเหล่านี้
ทำงานกันประสาอะไร ตำรวจทหารหลายหมื่นคน หาตัวไอ้โม่ง ไอ้พวกชุดดำไม่กี่คนไม่ได้ ไร้น้ำยาสิ้นดี
ปล.อย่าไปคิดมากผมมีคีย์บอร์ด ก็พิมพ์ไปเรื่อย ก็บอกแล้วว่าพวกท่านเป็นแพะ
ตำรวจยังไม่ชัดเจนเรื่องกฏหมาย แล้วเมืองไทยจะพึ่งใคร
จากข้อมูลที่ พ.ต.ท.จารุต ศรุตยาพร รอง ผกก.ศดส.บช.น.มีอยู่พบว่า ตามปกติแล้วร้านเกมหรืออินเทอร์เน็ตคาเฟ่จะเปิดบริการระหว่างเวลา 10 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม แต่ระหว่างปิดภาคเรียนจะขยายเวลาออกไปอีก 2 ชั่วโมง เป็นเปิด 10 โมงเช้าแล้วไปปิดอีกทีตอน 4 ทุ่ม ซึ่งการกระทำลักษณะนี้ถือว่าผิดกฎหมาย ส่วนเด็กที่เข้าไปใช้บริการจะไม่ถือว่าเป็นความผิด ดังนั้น หากถูกจับผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.จารุต บอกว่า เพื่อเป็นการป้องกันจึงประสานไปยังตำรวจท้องที่ทุกแห่ง เรียกผู้ประกอบการร้านเกมและอินเทอร์เน็ตคาเฟ่มาประชุมทำความเข้าใจให้ตรง กัน เพื่อควบคุมการให้บริการแก่เด็กและเยาวชน
ข้อความด้านบบนคือส่วนนึงของข่าว ๆ หนึ่งเกี่ยวกับร้านเกม ซึ่งแสดงถึงความไม่ชัดเจนเรื่องกฏหมาย และการบังคับใช้กฏหมาย โดยผู้มีอำนาจหรือผู้มีกฏหมายอยู่้ในมือ พร้อมปืนด้วย ตามกฏหมายไม่ว่าฉบับเก่าหรือฉบับใหม่ ที่เป็นอนุบัญญัติ ที่บังคับใช้อยู่ขณะนี้ได้กำหนดไว้ชัดเจน ว่าร้านที่ให้บริการทางด้านอินเตอร์เน็ต หรือ ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตนั้น สามารถให้บริการ ได้ 24 ชั่วโมง แต่ว่ากฏหมายได้ “อาศัย” อำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก เพื่อบังคับใช้ให้ร้านเกม หรือร้านอินเตอร์เน็ตไม่สามารถรับเด็กก่อนเวลา บ่ายสองโมงและหลังสี่ทุ่้มได้ ในกฏหมายฉบับเก่า และ กฏหมายฉบับใหม่ที่ บอกว่าประกาศใช้แล้ว แต่ยังไม่ผ่านกฤษฎีกา เอ๊ะมันยังไงหว่า เอาน่าบังคับไม่บังคับว่ากันไปแล้วกัน กฏหมายฉบับใหม่บอกว่า ร้านเกม และร้านอินเตอร์เน็ต สามารถเปิดได้ 24 ชั่วโมงแต่เช่นเคย กฏหมายฉบับนี้ก็ต้องอาศัย พรบ เด็ก บังคับให้ รับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีได้ตั้งแต่เวลา บ่ายสอง ถึง สองทุ่มในวัน ปกติ และสามารถรับ ได้ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้า ถึงสองทุ่มในวันหยุดราชการ หรือวันปิดเทอม ส่วนเด็กอายุ เกินกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปีนั้น สามารถรับได้ถึงสี่ทุ่ม ส่วนอายุเกิน 18 ปีสามารถรับเงินจากนักการเมืองแล้วเข้าไปเลือกนักการเมือง ่วย ๆ มาบริหารประเทศได้แล้ว ก็ สามารถใ้ช้บริการร้านเกมและร้านอินเตอร์เน็ตได้ ยี่สิบสี่ชั่วโมง
แต่ว่าถ้าตามเนื้อหาข่าวข้างบนนั่น นายตำรวจหย่าย แห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเทศสารขัณฑ์ กลับบอกว่า
ขยายเวลาออกไปอีก 2 ชั่วโมง เป็นเปิด 10 โมงเช้าแล้วไปปิดอีกทีตอน 4 ทุ่ม ซึ่งการกระทำลักษณะนี้ถือว่าผิดกฎหมาย
ผมอยากถามว่าผิดกฏหมายตรงไหนแล้วข้อไหนครับช่วยอธิบายที หรือว่าผมเป็นประชาชนที่หากินสุจริต แล้วไม่สามารถอ่านกฏหมายได้เข้าใจเหมือนคุณตำมะหนวด ก็ไม่รู้สงสัยต้องให้ ศาลรัฐธรรมนูญมาตีความกฏหมายให้ชัดเจนก่อน ถึงจะ ใช้ได้ก็ไม่รู้ More »



