Archive for the ‘เมืองไทย’ Category:
วันภาษาไทยแห่งชาติ
๒๙ กรกฎาคม ประเทศเรามีวันภาษาไทยแห่งชาติ เฮ้อคนไทย ขนาดไม่ได้ใช้ภาษาร่วมกับใครยังต้องมีวันภาษาของตัวเอง ก่อนจะบ่นไปมากกว่านี้ผมว่าเราไปรู้จักวันภาษาไทยแห่งชาติกันก่อนดีกว่าครับ
ความเป็นมาของวันภาษาไทยแห่งชาติ
สืบ เนื่องจากคณะกรรมการรณรงค์เพื่อภาษาไทย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ตระหนักในคุณค่าและความสำคัญของภาษาไทย และมีความห่วงใยในปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อภาษาไทย รวมถึงเพื่อกระตุ้นและปลุกจิตสำนึกให้คนไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงคุณค่าและ ความสำคัญของภาษาไทย ตลอดจนร่วมมือกันทำนุบำรุง ส่งเสริม และอนุรักษ์ภาษาไทยให้คงอยู่คู่ชาติไทยตลอดไป จึงได้เสนอขอให้รัฐบาลประกาศให้วันที่ ๒๙ กรกฎาคมของทุกปี เป็น วันภาษาไทยแห่งชาติ เช่นเดียวกับวันสำคัญอื่นๆ ที่รัฐบาลได้จัดให้มีมาก่อนแล้ว เช่น วันวิทยาศาสตร์,วันสื่อสารแห่งชาติ เป็นต้น และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันอังคารที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เห็นชอบให้วันที่ 29 กรกฎาคมของทุกปี เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ
เอาคร่าว ๆ เท่านั้น ในฐานะที่เป็นคนเขียนบล๊อก ต้องใช้ภาษาไทยเผยแพร่ออกอากาศอยู่บ่อย ๆ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าผมก็ต้องมีจิตสำนึกในการใช้ภาษา ดังนั้นการเขียนภาษาไทยทุกครั้งผมจำเป็นต้องตรวจทาน และแก้ไขอยู่เสมอ ๆ แต่ภาษาไทยของเรานั้นจะว่าไปมันก็ค่อนข้างยากอยู่พอสมควร เนื่องจากว่าเป็นภาษาที่ซับซ้อน ดังที่เค้าว่ากันว่าภาษาไทยดิ้นได้
หลาย ๆ ครั้งหลาย ๆ ครา ที่ผมท่องไปบนโลกอินเตอร์เน็ตไปเจอบรรดาวัยรุ่นไทยสมัยใหม่ เค้าใช้ภาษากันแล้วผมปวดเศียรเวียนเกล้าอยู่ไม่น้อย ยิ่งตอนที่ทำร้านเกมแล้วเห็นน้อง ๆ ที่ร้านใช้ภาษาไทยกันใน เอ็ม เอส เอ็น ผมอยากรู้จริงๆ ว่าโรงเรียนสมัยนี้เค้าปลูกฝังเด็กยังไง ทำไมมันเพี้ยนซะขนาดนั้น
เอาล่ะบ่นๆ ๆ มาเยอะแล้วก็ขอร้อง แควน ๆ บล๊อกนอทซ่าา แล้วกันว่า ร่วมอนุรักษ์กับเค้าหน่อยล่ะกันครับ อย่าให้มันเสื่อมสลายไปก่อนเวลาอันควร
ณ.โอกาสนี้ผม ขออัญเชิญ พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2512 มีใจความว่า “ในปัจจุบันนี้ปรากฏว่า ได้มีการใช้คำออกจะฟุ่มเฟือย และไม่ตรงกับความหมายอันแท้จริงอยู่เนืองๆ ทั้งออกเสียงก็ไม่ถูกต้องตามอักขรวิธี ถ้าปล่อยให้เป็นไปดังนี้ ภาษาของเราก็มีแต่จะทรุดโทรม ชาติไทยเรามีภาษาของเราใช้เองเป็นสิ่งอันประเสริฐอยู่แล้ว เป็นมรดกอันมีค่าตกทอดมาถึงเราทุกคนจึงมีหน้าที่จะต้องรักษาไว้ ฉะนั้นจึงขอให้บรรดานิสิตและบัณฑิต ตลอดจนครูบาอาจารย์ได้ช่วยกันรักษาและส่งเสริมภาษาไทย ซึ่งเป็นอุปกรณ์และหลักประกันเพื่อความเจริญวัฒนาของประเทศชาติ” มาประดับบล๊อกนี้เพื่อความเป็นสิริมงคลของเจ้าของบล๊อก และคนอ่านด้วยครับ
ปล. เกม : ผมเขียนถูกแล้วครับ ภาษาไทยเราใช้เกม มิใช่ เกมส์
แควน ๆ : คำนี้เป็นคำเลียนเสียงคำว่า แฟน ๆ หมายถึงผู้ติดตามดารา (ฮา) ผมตั้งใจใช้คำผิดซึ่งเป็นคำที่ไม่มีในพจนานุกรม ความหมายที่ถูกต้องคือ
แฟน
ความหมาย
(ปาก) น. ผู้นิยมชมชอบ เช่น แฟนเพลง แฟนภาพยนตร์ แฟนมวย, ผู้เป็นที่ชอบพอรักใคร่, คู่รัก, สามีหรือภรรยา.
หารายได้ออนไลน์ งานควาย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ว่าหลอกลวง
เอิ๊ก ๆ จั่วหัวซะน่ากลัวเลยครับงวดนี้ ไม่ได้มีอะไรมาก แค่อยากมาเล่าให้ฟังถึงงานที่ผมทำอยู่
เรื่องของเรื่องคืออยากจะได้ลูกน้องสักคนไว้ช่วยงานที่บ้าน ทำงานออนไลน์นี่ล่ะ แล้วบังเอิ๊ญมีพี่คนนึงติดต่อมาให้
น้องเค้าทำงานอยู่ธนาคารธนชาติ แต่ว่าที่เก่าไม่ให้ลาวันเสาร์ อาทิตย์แล้วน้องเค้าต้องการเรียนต่อปริญญาตรี เลยอยากหางานใหม่
หลังจากรับเรื่องเรียบร้อยน้องคนนั้นโทรมาหาผม ก็คุยกันไปเรื่อย ๆ จนถึงขั้นตอนที่น้องเค้าถามว่า ทำงานอะไรค่ะ
ผมตอบไปว่า งานออนไลน์ครับ ทำเว็บไซต์อะไรพวกเนี้ย
น้องเค้าเสียงสั่นอย่างเห็นได้ชัดในทันที เอ่อ พี่ค่ะหนูเคยโดนหลอกไปขายเฮอร์เบอร์ไลท์ เสียเงินสมัครสัมมนาอะไรไม่รู้ตั้ง 2,000 แนะ
เอาแล้วไงตรู เลยรีบชิงบอกไปว่าเฮ้ยน้องครับ ไม่เหมือนกันของผมเป็นงานสุจริต เป็นอาชีพของผมเลยไม่ต้องไปขายของใครไม่ได้หาดาวน์ไลท์
อยากหัวเราะให้ตกเก้าอี้จริง ๆ งานออนไลน์นี่ประเทศไทยใครก็กลัวเนอะ แต่ก็ดีไปอย่าง คู่แข่งไม่ค่อยเกิดเท่าไหร่ เนื่องจากปัญหาเยอะยกตัวอย่างเช่น
- ทัศนคติ คนไทยมีทัศนคติที่ติดตัวมาแต่เด็กว่า งานสบายเงินดีไม่มีจริง ต้องหนักเหนื่อย ถึงจะได้เงินดี เพราะพ่อแม่ชอบสอนมาว่าเรียนสูง ๆ ลูกจะได้จบไปทำงานในที่ดี ๆ (ถ้าทำตามคำสอนนี้ ถึงจะเรียนเก่งเรียนสูง ก็ต้องไปเป็นขี้ข้าชาวบ้านอยู่ดี) ดังนั้นงานสบาย ๆ แบบทำงานที่บ้านแล้วได้ตังค์เลยกลายเป็นงานหลอกลวง
- อินเตอร์เน็ต ประเทศไทยเป็นประเทศที่อัตราการเติบโตทางอินเตอร์เน็ตช้ามาก และกระจุกตัวอยู่เฉพาะในเมืองใหญ่ ดังนั้นคนชนบทจึงถูกปิดประตูในการหาความรู้ และ ประตูในการทำเงินบนอินเตอร์เน็ต
- ภาษาอังกฤษ คนไทยส่วนใหญ่กลัวภาษาอังกฤษ การหาเงินบนอินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ต้องพึ่งภาษาอังกฤษด้วย
ดังนั้นถ้าคุณอยากจะหาเงินออนไลน์ ก็พยายามกำจัดจุดอ่อนที่ผมว่าออกให้หมดถ้ายังตัดใจไม่ได้ ยังคิดว่างาน หารายได้ออนไลน์ เป็นงานควาย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ว่าหลอกลวง อยู่ล่ะก็ ผมขอกระซิบนิดหนึ่งว่า ตอนนี้ผมรายได้ขั้นต่ำอยู่ที่ 90,000 บาทต่อเดือน และเคยขึ้นสูงสุดที่ 280,000 บาทต่อเดือน
อ้าวมัวทำอะไรอยู่มานั่งอ่านบล๊อกอยู่ได้ ไปหาคอร์สภาษาอังกฤษเรียนเร็ว อิอิ
สวัสดีครับ
ผลการลงมติอภิปรายไม่ไว้วางใจ
1. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 449 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 176 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 246 คน งดออกเสียง 12 คน ไม่ลงคะแนน 15 คน
2. นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 447 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 174 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 246 คน งดออกเสียง 12 คน ไม่ลงคะแนน 15 คน
3. นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 447 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 174 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 246 คน งดออกเสียง 12 คน ไม่ลงคะแนน 15 คน
4. นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 446 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 184 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 237 คน งดออกเสียง 12 คน ไม่ลงคะแนน 13 คน

ประเทศไทยภายไต้การนำของ "นักการเมือง"
5. นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 447 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 167 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 246 คน งดออกเสียง 20 คน ไม่ลงคะแนน 14 คน
6. นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จำนวนผู้เข้าร่วมประชุม 447 คน ลงคะแนนไม่ไว้วางใจ 168 คน ลงคะแนนไว้วางใจ 246 คน งดออกเสียง 18 คน ไม่ลงคะแนน 15 คน
หลังจากเช็คข่าวผลการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลกรุงเทพ เอ้ย !!! รัฐบาลไทย
ส่งผลให้เห็นว่าการเมืองไม่มีใครถูกหรือผิดจริง ๆ มันอยู่ที่คนเลือกจะเชื่อมากกว่า ฝั่งที่รักฝ่ายหนึ่งก็ต่อว่าอีกฝ่ายหนึ่ง ทุกคนต่างยืนอยู่ในฝั่งที่ตัวเองชอบตัวเองรัก โดยพยายามมองข้ามเหตุผลต่าง ๆ อย่างเฉยเมย
ตัวผมเองนั้นไม่ได้อยู่ฝั่งเสื้อแดง ไม่ได้อยู่ฝั่งรัฐบาล และรู้สึกเสียใจกับการที่คนไทยด้วยกันต้องมา ฆ่ากันเอง
ถ้าให้พูดกันจริง ๆ แล้วผมไม่ชอบรัฐบาลนายอภิสิทธิ์เท่าไหร่นัก ผมว่ารัฐบาลนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศแบบไม่สวยงามเอาเสียเลย แต่ผมจะทำอะไรได้มากกว่านี้เล่า เพราะผมเป็นแค่หนึ่งเสียงเล็ก ๆ ที่อยู่ในประเทศนี้ .. เอาเถอะเมื่อคนส่วนใหญ่เค้าไว้วางใจพวกท่าน ผมก็จำเป็นต้องไว้วางใจพวกท่าน
แต่ตามธรรมชาติของเมืองไทยที่ไม่ชอบกินเนื้อแพะ แพะมีประโยชน์แค่เอามารับบาปดังนั้นผมคงต้องหาแพะสักหน่อย ให้ตัวเองมีที่ระบายอารมณ์ได้บ้าง ดังนั้นผมขอเอา ทหารและตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ที่บริเวณที่ถูกระชับวงล้อมทั้งหมด รวมไปถึงผู้บังคับบัญชา และโรงเรียนที่สอนทหารตำรวจเหล่านี้มาด้วย ท่านสอนบุคคลากรออกมาได้ “ห่วย” และ “ไม่มีประสิทธิภาพ” ไม่คุ้มกับเงินภาษีที่ผมต้องเสียไป (ทำเป็นเล่นไปผมเสียภาษีทุกวัน ไอ้ Vat 7% นั่นล่ะ) จนจะตาย-่า ซื้อมาม่ากินยังต้องเสียภาษีให้ไปฝีกเหล่าตำรวจ ทหารไร้ประสิทธิภาพเหล่านี้
ทำงานกันประสาอะไร ตำรวจทหารหลายหมื่นคน หาตัวไอ้โม่ง ไอ้พวกชุดดำไม่กี่คนไม่ได้ ไร้น้ำยาสิ้นดี
ปล.อย่าไปคิดมากผมมีคีย์บอร์ด ก็พิมพ์ไปเรื่อย ก็บอกแล้วว่าพวกท่านเป็นแพะ
ตำรวจยังไม่ชัดเจนเรื่องกฏหมาย แล้วเมืองไทยจะพึ่งใคร
จากข้อมูลที่ พ.ต.ท.จารุต ศรุตยาพร รอง ผกก.ศดส.บช.น.มีอยู่พบว่า ตามปกติแล้วร้านเกมหรืออินเทอร์เน็ตคาเฟ่จะเปิดบริการระหว่างเวลา 10 โมงเช้าถึง 2 ทุ่ม แต่ระหว่างปิดภาคเรียนจะขยายเวลาออกไปอีก 2 ชั่วโมง เป็นเปิด 10 โมงเช้าแล้วไปปิดอีกทีตอน 4 ทุ่ม ซึ่งการกระทำลักษณะนี้ถือว่าผิดกฎหมาย ส่วนเด็กที่เข้าไปใช้บริการจะไม่ถือว่าเป็นความผิด ดังนั้น หากถูกจับผู้ประกอบการจะต้องรับผิดชอบ อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.จารุต บอกว่า เพื่อเป็นการป้องกันจึงประสานไปยังตำรวจท้องที่ทุกแห่ง เรียกผู้ประกอบการร้านเกมและอินเทอร์เน็ตคาเฟ่มาประชุมทำความเข้าใจให้ตรง กัน เพื่อควบคุมการให้บริการแก่เด็กและเยาวชน
ข้อความด้านบบนคือส่วนนึงของข่าว ๆ หนึ่งเกี่ยวกับร้านเกม ซึ่งแสดงถึงความไม่ชัดเจนเรื่องกฏหมาย และการบังคับใช้กฏหมาย โดยผู้มีอำนาจหรือผู้มีกฏหมายอยู่้ในมือ พร้อมปืนด้วย ตามกฏหมายไม่ว่าฉบับเก่าหรือฉบับใหม่ ที่เป็นอนุบัญญัติ ที่บังคับใช้อยู่ขณะนี้ได้กำหนดไว้ชัดเจน ว่าร้านที่ให้บริการทางด้านอินเตอร์เน็ต หรือ ร้านเกม ร้านอินเตอร์เน็ตนั้น สามารถให้บริการ ได้ 24 ชั่วโมง แต่ว่ากฏหมายได้ “อาศัย” อำนาจตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก เพื่อบังคับใช้ให้ร้านเกม หรือร้านอินเตอร์เน็ตไม่สามารถรับเด็กก่อนเวลา บ่ายสองโมงและหลังสี่ทุ่้มได้ ในกฏหมายฉบับเก่า และ กฏหมายฉบับใหม่ที่ บอกว่าประกาศใช้แล้ว แต่ยังไม่ผ่านกฤษฎีกา เอ๊ะมันยังไงหว่า เอาน่าบังคับไม่บังคับว่ากันไปแล้วกัน กฏหมายฉบับใหม่บอกว่า ร้านเกม และร้านอินเตอร์เน็ต สามารถเปิดได้ 24 ชั่วโมงแต่เช่นเคย กฏหมายฉบับนี้ก็ต้องอาศัย พรบ เด็ก บังคับให้ รับเด็กอายุต่ำกว่า 15 ปีได้ตั้งแต่เวลา บ่ายสอง ถึง สองทุ่มในวัน ปกติ และสามารถรับ ได้ตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้า ถึงสองทุ่มในวันหยุดราชการ หรือวันปิดเทอม ส่วนเด็กอายุ เกินกว่า 15 ปีแต่ไม่เกิน 18 ปีนั้น สามารถรับได้ถึงสี่ทุ่ม ส่วนอายุเกิน 18 ปีสามารถรับเงินจากนักการเมืองแล้วเข้าไปเลือกนักการเมือง ่วย ๆ มาบริหารประเทศได้แล้ว ก็ สามารถใ้ช้บริการร้านเกมและร้านอินเตอร์เน็ตได้ ยี่สิบสี่ชั่วโมง
แต่ว่าถ้าตามเนื้อหาข่าวข้างบนนั่น นายตำรวจหย่าย แห่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประเทศสารขัณฑ์ กลับบอกว่า
ขยายเวลาออกไปอีก 2 ชั่วโมง เป็นเปิด 10 โมงเช้าแล้วไปปิดอีกทีตอน 4 ทุ่ม ซึ่งการกระทำลักษณะนี้ถือว่าผิดกฎหมาย
ผมอยากถามว่าผิดกฏหมายตรงไหนแล้วข้อไหนครับช่วยอธิบายที หรือว่าผมเป็นประชาชนที่หากินสุจริต แล้วไม่สามารถอ่านกฏหมายได้เข้าใจเหมือนคุณตำมะหนวด ก็ไม่รู้สงสัยต้องให้ ศาลรัฐธรรมนูญมาตีความกฏหมายให้ชัดเจนก่อน ถึงจะ ใช้ได้ก็ไม่รู้ More »
ระบบการศึกษาของไทยกับฮิตเลอร์
แหย่ขาเข้าตารางอีกแล้วครับ ผม นี่เลยน้องส่งมาให้ดู อยากบอกว่า ได้อารมณ์การศึกษาประเทศไทยมาก เรียนมาเพื่อสอบ ๆ ๆ ไม่เคยมีเนื้อหาที่มันเหมาะสมกับการประกอบอาชีพ ไม่เคยสอนให้คนจบมาเป็นเจ้าของกิจการ สอนแต่ให้เรียนสูง ๆ ไปเป็นขี้ข้าเขา ที่มันให้เงินดี สวัสดิการดี ไปเป็นขี้ข้าฝรั่ง ไปเป็นขี้ข้าญี่ปุ่น ไม่งั้นก็ไปนั่งตัดเล็บในสถานที่ราชการกินเงินภาษีราษฎร เมื่อไรจะเปลี่ยนแปลงครับสังคมไทย การศึกษาไทย ..
กรรมจริง ๆ
ฮิตเลอร์ยังทนไม่ไหว ฮามาก ไหมท่าน
ความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับกฏกระทรวงวัฒนธรรมที่เพิ่งผ่าน ครม.
ตามพาดหัวข่าวดังนี้
- ขีดเส้นเด็กเล่นเกมห้ามโอเกะนั่งดริงก์
- ผีเสื้อราตรีหงอยครม.สั่งห้ามเด็กนั่งดริ๊งค์-ร้องคาราโอเกะ กับลูกค้า ฝ่าฝืนอดต่อใบอนุญาต ส่วนร้านเกมเด็กต่ำกว่า 15 ปี เล่นได้ 14.00-20.00 น.
- ขีดเส้นเด็กเล่นเกมห้ามโอเกะนั่งดริงก์ ห้ามเด็กเล่นเกม 6-8 ชั่วโมง ห้ามคาราโอเกะมีเด็กนั่งดริงก์
ผมมีความเห็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ฝากถึงรัฐบาลประเทศสารขัณฑ์ คิดว่าท่านคงมีเวลาว่างพิจรณา เนื่องจากท่านไม่ต้องตอบ ทวิตเตอร์ เพราะมีองค์กรทำให้ ตามบทความนี้ @PM_Abhisit ไม่มีอยู่จริง คุณหลอกดาววว
สัมภาษณ์สด คุณนอทซ่าาา นาทีต่อนาที
ผู้สื่อขาว : สืบเนื่องจากการที่ ครม. (คุณเรื่องมาก) ได้ผ่านพิจารณากฏหมายใหม่ วันที่ 28 กรกฎาคม 2552 ดังนี้ สรุปสาระสำคัญได้ก็คือ
ร้านเกมถูกจำกัดเวลาให้บริการแก่เด็ก และเยาวชน หายไปวันล่ะ สี่ชั่วโมง สำหรับความเห็นของท่านนอทซ่าา เกี่ยวกับกรณีนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ
นอทซ่าา : สำหรับหัวอกเจ้าของร้านเกม เวลาทำเงินหายไปเพียว ๆ สี่ชั่วโมง แต่ค่าเช่า น้ำไฟ ค่าจ้างเด็ก แ่ละ อินเตอร์เน็ตเท่าเดิม
คุณลองคิดดูเ่ล่น ๆ ร้านหนึ่งมีสิบเครื่อง เวลาที่หายไปเป็นเวลา พรามไทม์ เน้น ๆ
1 เครื่อง 4 ชั่วโมง = 15×4 = 60
10 เครื่อง = 60 x 10 = 600 หายไปวันล่ะ 600 เชียวครับ
เอางี้ละกันครับ ปัดลงช่วงลูกค้าน้อยเครื่องอาจไม่เต็มทุกเครื่องอาจหายไปสัก 200 บาท ก็เหลือ 400 บาท/วัน โอ้วพระเจ้าคุณนักข่าว มันหายไปวันล่ะ 400 เดือนล่ะ 12,000 เชียวนะนั่น อันนี้จิ๊บ ๆ ร้านเล็ก ๆ แค่ 10 เครื่อง แล้วถ้าเป็นร้านที่มีประมาณ 20 เครื่อง ค่าเฉลี่ยของร้านทั่วประเทศจะมี่จำนวนเครื่องให้บริการประมาณนี้ (ข้อมูลจากประสบการณ์ล้วน ๆ ไม่ต้องสำรวจใด ๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากน้อยกว่า 20 รายได้มันไม่พอเลี้ยงนักศึกษา คุณนอทซ่าากล่าวกับผู้สื่อข่าวหลังไมค์)
ก็เท่ากับ 800 / วัน หรือเท่ากับ 800 x 30 = 24,000 / เดือน เอาแค่ในจังหวัดสมุทรปราการจังหวัดเดียวมีร้านอยู่ในระบบ จำนวน 1300 ร้าน ผมจะเอามาคำนวณเล่น ๆ แค่ 1000 ร้าน
รายได้ในระบบเศรษฐกิจจะหายไปประมาณ 800 x 1,000 = 800,000 บาท / วัน หรือ 24,000 x 1,000 = 24 ล้านบาทต่อหนึ่งเดือน อันนี้ผมยกตัวอย่างแค่จังหวัดเดียวนะ
แล้วคุณนักข่าว ลองคิดถึงทั้งประเทศครับ รายได้หายไปจากระบบประมาณ ไม่ต่ำกว่า พันล้านบาทต่อเดือน เมื่อรายได้เจ้าของร้านเกมหายไป เจ้าของร้านเกมก็ต้องประหยัดมากขึ้นจะให้มาใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย เหมือนก่อนคงไม่ได้ สิ่งที่จะเกิดตามมาก็คือภาวะเงินฝืด เนื่องจากเงินในระบบหายไปเดือนล่ะพันกว่าล้าน แล้วไอ้ภาวะเงินฝืดเนี่ยนักเศรษฐศาสตร์ทั่วโลกเค้ากลัวกันมากเลย แต่รัด ถะ บานเราไม่ยักกะกลัว พอเงินฝืด ก็ไปกู้เงินต่างชาติมาแจกกระตุ้นเศรษฐกิจก็หมดเรื่อง ว่ะฮ่ะฮ่า แล้วไอ้ไอ้นโยบาย เที่ยวไทยครึกครื้นเศรษฐกิจไทยคึกคัก นะครับ เมื่อไม่มีเงินใครมันจะไปสนองนโยบายท่านครับ ผมว่าทำไปก็เปลืองค่าโฆษณา เปล่า ๆ
ผู้สื่อข่าว : แล้วกรณีร้านคาราโอเกะล่ะครับ
คุณนอทซ่าา : ผมเป็นเจ้าของร้านเกมครับ ไม่มีความเห็นตัวเองยังเอาไม่รอดเลยครับ
ผู้สื่อข่าว : ต้องขอขอบคุณคุณนอทซ่าามากครัีบที่ได้สละเวลาในวันนี้ สวัสดีครับ
————–
ออกกฎอะไรมาเคยถามใครไหมครับ เคยรู้ไหมว่าชาวบ้านเค้าเดือดร้อนกันยังไง รายได้หายไปเท่าไหร่ คนตกงานเท่าไหร่สำหรับร้านคาราโอเกะ คนต้องเปลี่ยนจากนั่งดริ๊งค์ไปทำงานอาบอบนวดอีกเท่าไหร่ ทีเรื่องชื่อแพนด้า ถามไปทั่วให้คนนู้นคนนี้โหวต ใจคอจะทำประโยชน์แค่ตั้งชื่อแพนด้ากะ วรนุชสองอย่างหรือครับ งั้นเอางี้ผมเสนอชื่อครับสำหรัีบวรนุชที่พยายามเปลี่ยน เปลี่ยนเป็น เควี่ย ดีไหมครับ

เควี่ยครับเควี่ย
ปล. รู้ไปว่าคุณกำลังเปิดช่องทางหากินให้ข้าราชการเควี่ย ๆ บางคน
ไม่มีอารมณ์จบครับ
Notzaa
จริงจังกับ Amazon.com
ลองทำงานทางด้านเว็บไซต์มาหลายอย่างล่ะ หลัก ๆที่จะทำก็คือหาเงินทางอินเตอร์เน็ตเพื่อที่จะได้ไม่ต้องทำงาน อยากนอนกิน สรุปคร่าว ๆ ตอนนี้คงพักเรื่องอื่นไว้ก่อนลองทำเงินกับอเมซอนให้ได้ก่อนค่อยไปลุยเรื่องอื่น ๆ ต่อไป พี่รักเจ้านะAmazon
Tags: Amazon
เราเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร ?
ช่วงนี้ประเทศเราเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเหลือเกิน ทั้งมรสุมทางด้านเศรษกิจ การเมือง ภาคไต้ ไหนจะล่าสุดเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ H1N1 หรือไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งข้อมูลอัพเดทล่าสุดวันนี้ (16 กรกฎาคม 2552) ประเทศเล็ก ๆ ในเอเซียตะวันออกเฉียงไต้ของเรานี้ ติดอันดับ Topten เป็นที่เรียบร้อย ครับประเทศไทย อยู่ในอันดับที่เจ็ดของผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือไข้หวัดหมู ของทั้งโลกดีใจไหมครับ เหนื่อยครับเหนื่อยแทนผู้บริหารประเทศ ผู้รับผิดชอบที่เดินมาผิดทางตั้งแต่ต้น.
พอดีไปเจอภาพยนต์โฆษณาของมูลนิธิยุวพัฒน์ ชุดคนไทย เลยอยากเอามาให้ทุกท่านที่หลงเข้ามาใน Blog ของผมนี้ได้ซึมซับ เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ชีวิต ชุดแรกเป็นของ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ท่านออกมาเตือนสติ โดยตอบคำถามที่ว่า “เราจะเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร ?” ท่านได้แจกแจงสมการพร้อมกับถามคำถามพวกเรากลับดังนี้
- คุณภาพของประชาธิปไตย = คุณภาพของประชาชน
- คุณภาพของประชาชน = คุณภาพของปัญญา
ถ้าคุณอยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลง คำถามก็คือ แล้วคุณจะเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวคุณได้บ้าง ?
ตอบกันได้ไหมครับ ? ไปดูภาพยนต์โฆษณาชิ้นนี้กันเลย
จนกว่าจะพบกันใหม่
Notzaa
เมื่อผมต้องสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009
ที่หาย ๆ ไปไม่ได้อัพเดท Blog เลยช่วงนี้เนื่องจาก ปรับปรุงร้านใหม่ และ ก็ป่วยต่อเนื่องเลยครับ เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายนอาการคือ ไข้สูงทุกสี่ชั่วโมง ทานยาพาราทุกสีัชั่วโมงครับ พอยาหมดฤทธิ์ ก็มีไข้ ต่อเนื่องทั้งวัน แต่ไม่มีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่น ไม่เจ็บคอ ไม่มีไข้หวัด เลยนิ่งนอนใจไม่ได้สงสัยว่าจะเป็น ไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่อย่างใดเป็นต่อเนื่องมาเป็นเวลาห้าวัน ไม่ยอมหายเสียทีสุดท้ายที่บ้านทนไม่ได้ครับ บังคับให้ไปหาหมอ แต่ผมคิดว่าผมไม่ได้เป็นอะไรถ้าไปโรงพยาบาลเอกชนกลัวว่าจะเสียค่าพาราซะเปล่า ๆ เลยลากสังขารไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลสมุทรปราการครับ โรงพยาบาลรัฐ ทันสมัย งบเพียบ หมอเยอะ ไปตอนสามทุ่ม ได้ตรวจจริงเที่ยงคืน มีหมออยู่คนเดียว ตอนซักประวัติ บอกพยาบาลว่า เป็นมาห้าวันล่ะพอเอกสารถึงมือหมอ หมอบอกว่าเราเป็นมาสองวัน อะไรกันเนี้ยะ สื่อสารผิดได้ไง หมอให้สูดลมหายใจเข้ายาว ๆ หนึ่งครั้ง ออกหนึ่งครั้ง แล้วก็ฟังเสียงหัวใจ สงสัียว่าเสียงหัวใจผมมันสามารถบอกได้ว่าจะต้องจ่ายยาอะไรบ้าง สุดท้าย เที่ยงคืนครี่งผมได้ยามาสามตัว
- Paracetamol 500 mg.
- Bromhexine 8 mg.
- Clarityne 10 mg.
อยากบอกว่าหมอครับ ถ้าผมถ่อมาโรงพยาบาลแล้วได้ยาหยังงี้ผมไม่ต้องมาหรอกครับ ที่บ้านผมมีครบเลย ที่มานี่อยากให้ตรวจเลือดให้หน่อยเพราะสงสัยว่าจะมีอาการไข้หวัดตัวใหม่ที่เขากลัวกันทั้งโลก แต่ว่าคนไทยบอกชิว ๆ แต่ไม่สามารถบอกได้เนื่องจากสงสารคนที่รอคอยต่อจากผมอีกห้า หกสิบคนไม่อยากเรื่องมากปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นอย่างนั้นเอง ดันไม่ไปโรงพยาบาลเอกชนเองทำไงได้
สุดท้ายต้องมานอนระทมที่บ้าน แล้วก็ทอดถอนใจกับนโยบายป้องกันโรคแบบไทย ๆ กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือสม่ำเสมอ พี่ครับขนาดผมไม่รู้อะไรมากผมยังรู้เลยว่า เชื้่อหวัดเนี่ยมันติดต่อทางอากาศ ไอ จาม แล้วพี่ไม่คิดบอกให้ผมปิดจมูกซักหน่อยหรือครับ เหมือนพี่บอกให้ผม ล้างมือก่อนมีเซ็กส์ แล้วไม่ต้องใส่ถุงยาง แล้วมันจะป้องกันเอดส์ได้ไหมครับ
ปล. ณ.วันที่ผมเขียน Blog นี้สื่อบอก ตายไปแล้วเจ็ด ขอไว้อาลัยแด่เพื่อนมนุษย์ ที่ไม่สมควรตายด้วยครับ ถ้าเรามีนโ่ยบายสุขภาพที่มันดีกว่านี้ ถ้ารัฐบาลไม่ห่วงภาพลักษณ์ เกี่ยวกะการท่องเที่ยว ปิดประเทศ งดกิจกรรม Activity ทั้งหลาย ที่ให้มนุษย์มารวมกันเยอะ ๆ เหมือนที่ญี่ปุ่น และ แมกซิโกทำ ตั้งแต่เนิ่น ๆ งดคอนเสริต ทงบังชิงกิ ที่เป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ชนิด A H1N1 และเลิกตีกันในพรรคร่วมรัฐบาล เลิกตีกันเองในประเทศ แล้วหันมาพัฒนาประเทศแบบจริง ๆ จัง ๆ เสียที
สุดท้ายนี้ขอบอกว่า นายกครับท่านทำดีแล้วครับ ท่านขยันและตั้งหน้าตั้งตาทำงานดีครับ แต่ท่านเกิดผิดที่ อยู่ผิดพรรค เป็นผู้นำผิดประเทศ เมื่อปลอดการเมืองน้ำเน่าเที่เป็นอยู่ในประเทศของผมนี่ ถ้าท่านอยู่อเมริกาแล้วตั้งใจทำงานอย่างนี้ โอบามาร์คคงเทียบเท่า โอบาม่าได้สบายเลยครับ
จนกว่าจะพบกันใหม่
Notzaa
Tags: ไข้หวัดใหญ่ 2009
Buffalo survives lion attack อยากให้อายควายกันบ้าง
เรื่องของเรื่องคือนี่เป็นหนึ่งใน ไฟล์วีดีโอที่มีคนดูทั่วโลกมากถึง 44 ล้านครั้งและอาจจะมากขึ้นเรื่อย ๆมันเป็นการย้อนลำดับขั้นของสิ่งมีชีวิตที่น่าดูชมทีเดียว ความยาวแปดนาทีกว่าอยากให้ทุกท่านที่หลงเข้ามาอ่าน Blog แห่งนี้ให้ทนดูกันให้จบนะครับ
เป็นยังไงครับความสามัคคีที่เราสามารถเห็นได้จากสิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่าผู้ถูกล่า อยู่ลำดับขั้นสุดท้ายของสัตว์ด้วยกันกินแต่พืชเท่านั้น แล้วผมย้อนกลับมาดูมนุษย์เราที่เรียกกันว่าสัตว์ประเสริฐมีความรู้สึกนึกคิดทุกอย่างสามารถทำอะไรก็ได้แม้แต่ขึ้นไปเหยียบดวงจันทร์ แต่ยังมีมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่ง อาศัยอยู่บนประเทศที่มีความอุดมสมบูรณ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก (เรียกว่ากลุ่มหนึ่งคงไม่ถูกนักเพราะมีหลายกลุ่ม พวกเค้าคงไม่ชอบใจที่ผมจะไปเรียกพวกเขาว่ากลุ่มเดียวกัน เพราะมัีนไม่ใช่ แม้เขาจะเหยียบอยู่บนผืนแผ่นดินแผ่นเดียวกัน แต่ผมจะรวมเป็นกลุ่มเดียวเนื่องจากความคิดของพวกเขาไม่ได้ต่างกันเท่าใดนัก) คนกลุ่มนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์ว่าประเทศเล็ก ๆ แห่งนี้จะมีการกระทำเยี่ยงนี้เกิดขึ้น ประเทศนี้เป็นประเทศที่คนถ้อยทีถ้อยอาศัยมีน้ำใจไมตรี หนักนิดเบาหน่อยให้อภัยแก่กัน พฤติการของพวกเค้าก็คือนำสีต่าง ๆ มาทาที่ตัวและหัวใจของตัวเอง บ้างสีเหลือง บ้างสีแดง บ้างสีน้ำเงิน คนพวกนี้อ้างความชอบธรรมด้วยการยกเอาสิ่งเดียวกันมาเป็นข้ออ้าง ซึ่งเป็นสิ่งสูงค่ามากจนพวกเขาไม่สมควรนำมากล่าวถึงและผมก็ไม่กล่าวถึง ผมจะขอเพียงแต่ว่าให้หยุดเถอะครับ หยุดการกระทำของพวกท่าน แล้วลองก้มหน้ามองแผ่นดินที่ท่านยืนอยู่ ว่ามันบอบช้ำไปมากขนาดไหนแล้ว ถ้าพวกท่านไม่เคยอ่านประวัติศาสตร์เลยเหมือนผม แต่ผมว่าพวกท่านคงเคยได้ดูหนังต่าง ๆ ที่มีคนได้บรรจงสร้างสรรค์ให้พวกเราชมกันถึงความสามัคคีที่บรรพบุรุษได้สร้างไว้เพื่อให้เรามีผืนแผ่นดินได้ยืน ได้ให้พวกท่านมาเหยียบย่ำ มายืนทะเลาะกันอยู่จนทุกวันนี้ ถ้าพวกท่านยังไม่เคยได้ดูหนังต่าง ๆ เหล่านั้นอีก ผมขอให้ท่านดูคลิบข้างบนเถอะครับดูให้จบแล้วเอาสมองของพวกท่านตรองดูว่ามันทำอะไรกัน แล้วเลิกทะเลาะกันซะทีครับ ด้วยความเคารพ
“อายควายมันบ้าง” …
ปล.จริง ๆ ผมอยากจะไฮไลท์สีต่าง ๆ ในบทความเพื่อความน่าสนใจ แต่ว่า ผมกลัวว่าผมจะไปเป็นคนกลุ่มนั้นครับ ไม่รู้เลือกสีอะไรจริง ๆ
จนกว่าจะพบกันใหม่
Notzaa



