วิชาเดินเรือดาราศาสตร์

May 5th, 2009 No Comments   Posted in ปกิณกะ

วิชาเดินเรือดาราศาสตร์

โดย.. พล.ร.ท.บรรจง ทีขะระ
(อาจารย์พิเศษประจำส่วนวิชาการเดินเรือ)

กล่าวนำ

ปัจจุบันมีอุปกรณ์ทันสมัยต่างๆ ติดตั้งในเรือ เพื่อให้ข้อมูลและข่าวสารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการเดินเรือในทะเลลึกเป็นอย่างมากยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์ GPS (GlobalPositioning System) ที่รู้จักกันแพร่หลายโดยใช้ระบบดาวเทียม (Satellites) ที่ส่งขึ้นไปโคจรรอบโลกเพื่อแจ้งตำแหน่งที่เรือ (Latitude &Longitude) ความเร็วเรือ (Speed) และทิศทางที่เรือแล่นไป (Course) ฯลฯ ได้อย่างรวดเร็ว ทันใจและแม่นยำมากจนทำให้วิชาเดินเรือดาราศาสตร์ซึ่งใช้ดาวแท้ หรือวัตถุท้องฟ้าอันได้แก่ ดาวฤกษ์ดาวเคราะห์ ดวงอาทิตย์ และดวงจันทร์ หมดความหมายไปโดยปริยาย

เพราะการตรวจหาที่เรือด้วยวิธีการทางดาราศาสตร์นั้น มิใช่ว่าจะกระทำได้ทุกโอกาสเสมอไป ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขอบฟ้าทะเลและวัตถุท้องฟ้าที่จะสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า อีกทั้งสภาพทะเลและลมฟ้าอากาศจะอำนวยให้หรือไม่ นอกจากนั้นวิธีการคำนวณต้องใช้เวลาพอสมควร อาจไม่ทันการหรือได้ผลไม่คุ้มค่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความสามารถแต่ละบุคคล

วิชาเดินเรือดาราศาสตร์ยังมีความจำเป็นต่อไปอีกหรือไม่

วิชาเดินเรือดาราศาสตร์นับถึงปัจจุบันกล่าวได้ว่ามีอายุเกิน 100 ปี แล้ว ถือว่าเป็นวิชาที่เก่าแก่มาก ค่อนข้างล้าสมัย และด้วยข้อจำกัดจากเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ทำให้วิชานี้ลดบทบาทและความสำคัญลงไปตามลำดับ จนถึงขั้นที่หากยกเลิกการเรียนการสอนวิชานี้เสียเลยจะได้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม IMO (International Maritime Organization) ถือว่าวิชานี้เป็นวิชาที่สำคัญสาขาหนึ่ง เช่นเดียวกับสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ ซึ่งนักเดินเรือทั้งหลายจะต้องศึกษาเล่าเรียนไว้เป็นวิชาความรู้พื้นฐาน จึงให้คงการเรียนการสอนวิชานี้ต่อไป

ในอดีตการเรียนวิชาเดินเรือดาราศาสตร์ ใช้เวลาหลายปี แต่ต่อมาได้ตัดทอนหลักสูตรให้เหลือเพียงปีเดียวเท่านั้นดังเช่นที่ใช้สอนนักศึกษาเดินเรือพาณิชย์ชั้นปีที่ 2 (ฝ่ายเดินเรือ) อยู่ในปัจจุบัน ด้วยเวลาเรียนอันจำกัดทำให้การเรียนการสอนค่อนข้างเร่งรัดมาก แต่ต่อมายินยอมให้ใช้เครื่องคิดเลขกระเป๋า (Calculator) มาช่วยในการคำนวณแทนการเปิดค่า Logarithm จากมาตรา (Tables) แบบดั้งเดิม จึงประหยัดเวลาได้มาก และไม่เบื่อหน่ายต่อการทำโจทย์ปัญหาต่างๆ ทั้งนี้มิใช่หมายความว่าจะทิ้งมาตรา (Tables หรือ H.O.) ต่างๆ เสียทั้งหมด ยังคงให้มีการเรียนการสอนเท่าที่จำเป็น และสามารถนำไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้นยังได้จัดเตรียมแบบฟอร์มต่างๆ ไว้ให้เพื่อช่วยให้การคำนวณตามวิธีต่างๆ ในทางใช้การเป็นไปตามขั้นตอนและสะดวกรวดเร็วขึ้น (อนึ่ง แบบฟอร์มดังกล่าวมิได้เป็นมาตรฐานสากลจัดทำขึ้นเพื่อการเรียนการสอนในห้องเรียนและการฝึกภาคทะเล ซึ่งอาจจะแตกต่างไปจากที่มีใช้อยู่ในเรือต่างๆ นักศึกษาจะต้องศึกษาทำความเข้าใจ หรือขอคำแนะนำจากผู้รู้เพื่อให้สามารถใช้แบบฟอร์มเหล่านั้นเป็น)

ประโยชน์ของวิชาเดินเรือดาราศาสตร์

การเดินทางในทะเลเมื่อเรืออยู่ใกล้ฝั่งจะสามารถหาที่เรือได้ด้วยการแบริงที่หมายบนฝั่ง เช่น กระโจมไฟ เกาะหรือยอดเขา ด้วยเข็มทิศแล้วนำมาพล็อตลงในแผนที่เดินเรือก็จะทราบตำบลที่เรือได้ทันที แต่เมื่อเรืออยู่ห่างฝั่ง ไม่เห็นที่หมายบนฝั่งอีกแล้ว มีเพียงน้ำกับฟ้าเท่านั้น การหาที่เรือต้องเปลี่ยนมาใช้กับวิธีการทางดาราศาสตร์ (ทั้งนี้ สมมติว่าไม่มีเครื่องมือเดินเรือทันสมัยที่จะใช้หาที่เรือได้) ซึ่งจะต้องมีอุปกรณ์ที่จำเป็นดังนี้คือ เครื่องวัดมุม (Sextant) นาฬิกาโครโนเมตร (Chronometer) ปฏิทินเดินเรือ (Nautical Almanac) และบรรณสารการเดินเรือที่จำเป็นได้แก่ แผนที่เดินเรือ มาตรา (Tables& H.O.ต่างๆ) อุปกรณ์เหล่านี้ต้องมีอยู่ในเรือเดินทะเลทุกลำตามกฎอยู่แล้ว ด้วยการตรวจสูงวัตถุท้องฟ้า หรือทำการแบริงด้วยเข็มทิศในขณะใดขณะหนึ่ง จดเวลานาฬิกาโครโนเมตรและเปิดหาค่าต่างๆจากบรรณสารการเดินเรือ เพื่อการคำนวณตามสูตรหรือตามวิธี (Methods) ต่างๆ แม้ว่าการคำนวณจะยุ่งยาก และเสียเวลาบ้าง ก็จะสามารถบรรลุสิ่งพึงประสงค์รวม 2 ประการได้ คือ

  1. ตำบลที่เรือแน่นอน (Fixed Position)
  2. อัตราผิดเข็มทิศ (Gyro Error & Deviation)

ทั้ง 2 ประการเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งประกอบกันของการเดินเรือด้วยวิธีการทางดาราศาสตร์

การเรียนทางทฤษฎีและการปฏิบัติจริง

วิชาเดินเรือดาราศาสตร์จะต้องศึกษาเล่าเรียนทั้งทางทฤษฎีในห้องเรียน และฝึกปฏิบัติจริงในทะเล สำหรับการสอนในห้องเรียนแบ่งออกเป็น 2 ภาค คือ

ภาคต้น (NA 203)

เป็นการเรียนเกี่ยวกับวิชาดาราศาสตร์เบื้องต้นเพื่อเป็นพื้นฐานในการเรียนวิชาเดินเรือดาราศาสตร์ต่อไป อันได้แก่ ทรงกลมท้องฟ้าซึ่งเป็นที่มาของสามเหลี่ยมดาราศาสตร์ด้านโค้ง PZX เวลาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเดินเรือ ซึ่งมีข้อปลีกย่อยแตกต่างไปจากเวลาทั่วไป ทำความรู้จักกับเครื่องวัดมุม (Sextant) และการแก้สูงวัดให้เป็นสูงจริง แนะนำการใช้นาฬิกาโครโนเมตร (Chronometer) และ  ปฏิทินเดินเรือ (Nautical Almanac) ฯลฯ รู้จักการดูดาวในท้องฟ้า และการหาชื่อดาวด้วยอุปกรณ์ StarFinder เป็นต้น

ภาคปลาย (NA 205)

ศึกษาการใช้สามเหลี่ยมดาราศาสตร์ด้านโค้ง PZX ประกอบกับวิชาตริโกณเส้นโค้งเพื่อการคำนวณหาแลติจูด (Observed Latitude) และลองติจูด (Observed Longitude) การคำนวณหาเส้นตำบลที่ (Line of Position) ด้วยวิธีอินเตอร์เซพท์ (Intercept Method) และขั้นสุดท้ายคือการพล็อตเส้นตำบลที่เพื่อหาที่เรือแน่นอน (Fixed Position) ส่วนการคำนวณหาอัตราผิดเข็มทิศด้วยวิธีการทางดาราศาสตร์ก็ได้แก่ วิธีแอซิมัธสูง (Altitude Azimuth) และวิธีแอซิมัธเวลา (Time Azimuth) เป็นต้น

ที่มา : mmtc.ac.th