<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นอทซ่าา &#187; สภ.พระประแดง</title>
	<atom:link href="http://www.notzaa.com/tag/%e0%b8%aa%e0%b8%a0-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.notzaa.com</link>
	<description>ก็แค่เด็กชายที่ทำตามฝัน และเค้าก็อยากเล่า</description>
	<lastBuildDate>Thu, 29 Jul 2010 04:40:06 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0</generator>
		<item>
		<title>ผู้กำกับสภ.พระประแดง กรุณาออกมาร้านค้าข้าง ๆ สภ.พระประแดง หน่อย</title>
		<link>http://www.notzaa.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a0-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a0-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Nov 2009 07:17:41 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[แหย่ขาเข้าตาราง]]></category>
		<category><![CDATA[พ.ต.อ สมชัย อินตาพวง]]></category>
		<category><![CDATA[สภ.พระประแดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.notzaa.com/?p=279</guid>
		<description><![CDATA[สภ.พระประแดงอีกแล้ว เมื่อวานนี้ (19 พฤจิกายน 2552 )เวลาประมาณ สี่โมงเย็นผมได้รับโทรศํพท์จากเพื่อนในชมรมว่าถูก หมานำจับ พร้อมตำรวจเลว ๆ จากสภ.พระประแดง เข้าตรวจค้นในร้านโดยไม่มีหมายศาล ไม่มีบัตรตำรวจ ไม่มีการแสดงตัวใด ๆ ทั้งสิ้น และตรวจพบสื่อลามก กับ MP3 และได้ยกเครื่องในร้านไปที่ สภ.พระประแดงแล้ว เจ้าของร้านกำลังตามไป ผมจึงรีบไปช่วยเพื่อนผมในทันที เพื่อนผมเหล่านั้น (ทั้งหมด 3 ร้าน) เป็นร้านในชมรมซึ่งได้ทำตามกฏหมายทุกข้อที่ออกมาบังคับใช้ร้านเกม ผมจึงอนุโลมไปว่าทั้งหมดทำมาหากินอย่างสุจริต เท่าที่ประชาชนไทยทำได้คนนึง เมื่อไปถึงบริเ้วณ สภ.พระประแดงพบว่าร้านที่ถูกจับมามีในชมรมจำนวน 2 ร้าน และเป็นร้านน้องของกรรมการชมรมอีก 1 ร้าน รวมเป็นสามร้าน เครื่องถูกยกมาทั้งหมด 7 เครื่อง เป็นคดีสื่อลามก 1 เครื่องและเอ็มพีสาม หกเครื่อง ซึ่งหมานำจับชุดนี้เค้ารู้จักกันทั่วทั้งอินเตอร์เน็ตแล้ว ว่ามีพฤติการยัดไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์ และพาเจ้าของร้านไปนั่งข่มขู่รีดไถเงินที่ข้างโรงพัก โดยมีตำรวจเหี้ย ๆ คอยช่วยเป็นคนนำไปจับ ซึ่งวันนี้คือตำรวจจาก สภ.พระประแดง หลังจากที่ผมไปถึงแล้วพบว่า เครื่องไม่ได้ถูกนำเข้าโรงพัก [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong></p>
<div class="wp-caption alignleft" style="width: 416px"><strong><a href="http://phrapradaeng.samutprakarn.police.go.th/p912.gif" rel="lightbox[279]"><img class="  " title="สภ.พระประแดง" src="http://phrapradaeng.samutprakarn.police.go.th/p912.gif" alt="สภ.พระประแดง" width="406" height="86" /></a></strong><p class="wp-caption-text">สภ.พระประแดง</p></div>
<p>สภ.พระประแดง</strong>อีกแล้ว เมื่อวานนี้ (19 พฤจิกายน 2552 )เวลาประมาณ สี่โมงเย็นผมได้รับโทรศํพท์จากเพื่อนในชมรมว่าถูก<strong> หมานำจับ</strong> พร้อมตำรวจเลว ๆ จาก<strong>สภ.พระประแดง</strong> เข้าตรวจค้นในร้านโดยไม่มีหมายศาล ไม่มีบัตรตำรวจ ไม่มีการแสดงตัวใด ๆ ทั้งสิ้น และตรวจพบสื่อลามก กับ MP3 และได้ยกเครื่องในร้านไปที่<strong> สภ.พระประแดง</strong>แล้ว เจ้าของร้านกำลังตามไป</p>
<p>ผมจึงรีบไปช่วยเพื่อนผมในทันที เพื่อนผมเหล่านั้น (ทั้งหมด 3 ร้าน) เป็นร้านในชมรมซึ่งได้ทำตามกฏหมายทุกข้อที่ออกมาบังคับใช้ร้านเกม ผมจึงอนุโลมไปว่าทั้งหมดทำมาหากินอย่างสุจริต เท่าที่ประชาชนไทยทำได้คนนึง</p>
<p>เมื่อไปถึงบริเ้วณ <strong>สภ.พระประแดง</strong>พบว่าร้านที่ถูกจับมามีในชมรมจำนวน 2 ร้าน และเป็นร้านน้องของกรรมการชมรมอีก 1 ร้าน รวมเป็นสามร้าน เครื่องถูกยกมาทั้งหมด 7 เครื่อง เป็นคดีสื่อลามก 1 เครื่องและเอ็มพีสาม หกเครื่อง ซึ่งหมานำจับชุดนี้เค้ารู้จักกันทั่วทั้งอินเตอร์เน็ตแล้ว ว่ามีพฤติการยัดไฟล์ละเมิดลิขสิทธิ์ และพาเจ้าของร้านไปนั่งข่มขู่รีดไถเงินที่ข้างโรงพัก โดยมีตำรวจเหี้ย ๆ คอยช่วยเป็นคนนำไปจับ ซึ่งวันนี้คือตำรวจจาก<strong> สภ.พระประแดง</strong></p>
<p>หลังจากที่ผมไปถึงแล้วพบว่า เครื่องไม่ได้ถูกนำเข้าโรงพัก แต่ถูกคลุมอยู่ท้ายรถกระบะที่จอดอยู่หน้า สภ.พระประแดง และตำรวจที่นำไปจับนั้น ตั้งโต๊ะพับ และ เก้าอี้พลาสติืก คอยการเจรจาของหมานำจับนำโดย นายมงคล อยูู่ที่ร้านอาหารข้าง<strong> สภ.พระประแดง</strong> โดยมีการนำ NoteBook และ Printer ไปพิมพ์สำนวนบันทึกการจับกุมที่โรงอาหารข้าง <strong>สภ.พระประแดง</strong> นั่นเองผมจึงได้ติดต่อไปทาง ส.ส.ประชา ประสพดี และท่านส.ส. ได้ประสานงานคุณติ๋วมาช่วยเหลือพวกเรา ในการโดนข่มขู่รีดไถในครั้งนี้ สรุปสุดท้าย คือร้านในชมรมโดนรีดไถไปเป็นจำนวนเงิน 18,000 บาท และร้านน้องกรรมการที่ไม่ได้อยู่ในชมรมโดนไปจำนวน 20,000 บาท โดยที่ไม่มีใครช่วยได้เลยจริง ๆ</p>
<p>เหตุการณ์ครั้งนี้ผมต้องยอมให้เพื่อนพ้องของผมโดนจับเนื่องจากว่า เค้าผิดจริง ครับ ผมไม่ตะแบงว่าเค้าไม่ได้ทำผิด แต่วิธีการที่มันจับกันนั้นมันผิดทั้งที่เป็นตำรวจ ไม่รู้ว่ตำรวจ <strong><em>สภ.พระประแดง</em></strong>ไม่ได้อ่านกฏหมายวิธีประมวลความอาญาหรืออย่างไร หรือมันจับฉลากมา</p>
<p>การนำจับครั้งนี้ผิดวิธีคือ</p>
<ol>
<li>ไม่มีการแจ้งความและสอบสวนโดยร้อยเวร สภ.พระประแดงก่อน</li>
<li>ไม่มีการขอหมายศาลในการเข้าตรวจค้น (โดยมันบอกว่าไม่ได้ตรวจค้น แค่เข้าไปตรวจความเรียบร้อย ผมเลยอยากถามว่าไอ้ที่พวกมึงไป ใช้ฟีเจอร์ Search ในWindows ของเจ้าของร้านเค้าไม่เรียกตรวจค้นหรือว่ะ)</li>
<li>ในการเข้าตรวจค้นไม่มีการแสดงบัตรใด ๆ ทั้งสิ้น</li>
<li>ในการจับกุมและเจรจาเรียกเงิน ไม่มีนายตำรวจสัญญาบัตรของสภ.พระประแดงนายไหนเสนอหน้ามาให้ผมเห็นเลยจริง ๆ พอถามถึงร้อยเวรเค้าบอกออกเวรไปตอนสี่โมงเย็น (แต่พวกมึงไถกูยัดสามทุ่ม)</li>
</ol>
<p>และการถูกจับครั้งนี้ร้านในชมรมผิดคือ</p>
<ol>
<li>มีหนังโป๊ 1 เรื่องถ้วนในเครื่อง (เป็นของเก่าตั้งแต่ปี 51 ซึ่งน้องเจ้าของร้านบอกว่าไม่รู้มาอยู่ได้ไง )</li>
<li>อีกร้านมี MP3 อันนี้น้องเค้าบอกเอาไว้ฟังเอง</li>
</ol>
<p>จริง ๆ ผมน่าจะต่อสู้ให้มันถึงชั้นศาล ซึ่งในกรณีนี้มันหลุดอยู่แล้วทั้งสองคดี และสามารถฟ้องกลับไอ้หมากลุ่มนี้ บวกตำรวจ <strong>สภ.พระประแดง</strong>ที่นำกำลังไปจับด้วย แต่ผมไม่ใช่เจ้าทุกข์และ เจ้าของร้านทั้งสองร้านนั้น ก็ไม่อยากเสียเวลา เราเลยต่อรองให้มันยอมไถน้อยที่สุด ทำได้เท่านั้นเอง</p>
<p>เรื่องนี้ที่ผมเอามาเขียนเนื่องจากว่าพวกผมโดนตำรวจ<strong> สภ.พระประแดง</strong>ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เรื่องการหากินของหมาในพื้นที่<strong>สภ.พระประแดง</strong>มาแล้วหลายครั้ง และผมได้เขียนไว้ใน Blog นี้แล้วสองบทความคือ<a href="http://www.notzaa.com/%E0%B8%9D%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%AA%E0%B8%A0-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87.html"> เรื่องความชัดเจนในการนำจับลิขสิทธิ์</a> และ <a href="http://www.notzaa.com/%E0%B8%AA%E0%B8%A0-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87.html">สังคมไทยสวรรค์ของมิจฉาชีพ</a> ซึ่งทั้งสองบทความมีข้อกฏหมายต่าง ๆ พร้อม และผมได้ทำเว็บนี้ติดอันดับการค้นหาของ google.co.th ในอันดับที่สอง รองจาก เว็บของ สภ.พระประแดงเอง ซึ่งถ้าตำรวจ สภ.พระประแดง ในที่นี้ผมรวมถึง ผู้กำกับสภ.พระประแดงด้วยใช้คอมพิวเตอร์ และ Google เป็นคงจะได้อ่านบทความแล้ว (ถ้าใช้เป็นนะ) แต่ทำไมมันถึงไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ เลย ไม่ได้รับการเหลียวแล สุจริตชนกลับถูกตำรวจ กับ หมานำจับรังแกอยู่เรื่อยไป ทำไม</p>
<p>สุดท้ายนี้ ผมขอฝากถึงผู้กับกับ สภ.พระประแดง พ.ต.อ สมชัย อินตาพวง กรุณาช่วยอบรมตำรวจลูกน้องของท่านใน สภ.พระประแดง ด้วยว่าการทำงานควรทำอย่างไรและปฏิบัติให้ถูกวิธี หรือจะส่งไปเรียนในโรงเรียนนายร้อยอีกสักสี่ปีจะดีมาก ซึ่งก็คงสอบตกกันหมดเพราะลืมไปแล้วว่าทำถูกทำยังไง และให้ท่านเดินออกมาที่ร้านอาหารข้าง ๆ สภ.พระประแดงหน่อย ตรงนั้นเค้ามีกิจกรรมรีดไถคนบริสุทธิ์อยู่</p>
<p>ฝากด้วยครับ ท่าน &#8220;ผู้กำกับ&#8221;<strong> สภ.พระประแดง</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/%e0%b8%9c%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%81%e0%b8%b3%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%a0-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b8.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เรื่องความชัดเจนในการนำจับลิขสิทธิ์</title>
		<link>http://www.notzaa.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a0-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a0-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Sep 2009 12:58:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[แหย่ขาเข้าตาราง]]></category>
		<category><![CDATA[ชมรมร้านเกม]]></category>
		<category><![CDATA[นำจับ]]></category>
		<category><![CDATA[ลิขสิทธิ์]]></category>
		<category><![CDATA[สภ.พระประแดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.notzaa.com/?p=207</guid>
		<description><![CDATA[จริง ๆ บล๊อคนี้เป็น บล๊อคส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ชมรมร้านเกม แต่อย่างใด แต่ว่าเนื่องจากผมเป็นกรรมการและ เว็บมาสเตอร์ของชมรมร้านเกม  มันจึงมีเรื่องร้านเกมมาอยู่เรื่อย ๆ นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมจะยกเรื่องของร้านเกม มาใส่ไว้ในบล๊อคนี้ เผื่อว่าบุคคลทั่วไปเข้ามาหาข้อมูลอาจจะได้ข้อมูลจากบล๊อค ผมให้เกิดประโยชน์ไม่มากก็น้อย เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความชัดเจนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีที่มีการนำจับลิขสิทธิ์ เพลงหรือเกมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้ตัวแทน เจ้าของลิขสิทธิ์ ร่วมกับตำรวจรังแกคนหาเช้ากินค่ำ ซึ่งผมเคยนำมาเขียนไว้แล้ว ตอนนั้นเรื่องเกิดที่ สภ.พระประแดง เป็นเรื่องของลิขสิทธิ์โปรแกรม นิคคาราโอเกะ พาตำรวจสภ. พระประแดง มาจับสมาชิกในชมรม โดยการมาว่าจ้างให้ทำการละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วพาตำรวจสภ.พระประแดง ซี่งไม่รู้ หรือรู้น้อย หรือแกล้งไม่รู้ก็ไม่ทราบได้ มาตรวจจับไปเรียกเงินกันที่ สภ.พระประแดงเรื่องจบที่ สมาชิกเราจำต้องจ่ายเงินไปจำนวน 15,000 บาท ต่อหน้านายตำรวจ สภ.พระประแดง ทั้ง ๆ ที่เค้าไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิด ถ้าตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือที่พวกเราเรียกว่า หมานำจับ ไม่มาว่าจ้างน้องเค้าให้ลงโปรแกรมน้องมันคงไม่นึกคันมือ ลงโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์เล่นให้ สะเทือนต่อมไต้สะดือ บางท่านอาจจะมองว่าเงิน 15,000 บาทสำหรับร้านเกมมันเล็กน้อย แต่รู้ไหมว่า มันคือค่าใช้จ่ายในครอบครัวเค้าทั้งเดือน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>จริง ๆ บล๊อคนี้เป็น บล๊อคส่วนตัวไม่ได้เกี่ยวข้องกับ ชมรมร้านเกม แต่อย่างใด แต่ว่าเนื่องจากผมเป็นกรรมการและ เว็บมาสเตอร์ของชมรมร้านเกม  มันจึงมีเรื่องร้านเกมมาอยู่เรื่อย ๆ นี่ก็เป็นอีกครั้งที่ผมจะยกเรื่องของร้านเกม มาใส่ไว้ในบล๊อคนี้ เผื่อว่าบุคคลทั่วไปเข้ามาหาข้อมูลอาจจะได้ข้อมูลจากบล๊อค ผมให้เกิดประโยชน์ไม่มากก็น้อย เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับความชัดเจนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในกรณีที่มีการนำจับลิขสิทธิ์ เพลงหรือเกมต่าง ๆ ที่เปิดโอกาสให้ตัวแทน เจ้าของลิขสิทธิ์ ร่วมกับตำรวจรังแกคนหาเช้ากินค่ำ ซึ่งผมเคยนำมาเขียนไว้แล้ว ตอนนั้นเรื่องเกิดที่ <strong>สภ.พระประแดง</strong> เป็นเรื่องของลิขสิทธิ์โปรแกรม นิคคาราโอเกะ พาตำรวจ<strong>สภ. พระประแดง </strong>มาจับสมาชิกในชมรม โดยการมาว่าจ้างให้ทำการละเมิดลิขสิทธิ์ แล้วพาตำรวจ<strong>สภ.พระประแดง</strong> ซี่งไม่รู้ หรือรู้น้อย หรือแกล้งไม่รู้ก็ไม่ทราบได้ มาตรวจจับไปเรียกเงินกันที่ <strong>สภ.พระประแดง</strong>เรื่องจบที่ สมาชิกเราจำต้องจ่ายเงินไปจำนวน 15,000 บาท ต่อหน้านายตำรวจ<strong> สภ.พระประแดง</strong> ทั้ง ๆ ที่เค้าไม่ได้มีเจตนาที่จะกระทำความผิด ถ้าตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ หรือที่พวกเราเรียกว่า หมานำจับ ไม่มาว่าจ้างน้องเค้าให้ลงโปรแกรมน้องมันคงไม่นึกคันมือ ลงโปรแกรมละเมิดลิขสิทธิ์เล่นให้ สะเทือนต่อมไต้สะดือ บางท่านอาจจะมองว่าเงิน 15,000 บาทสำหรับร้านเกมมันเล็กน้อย แต่รู้ไหมว่า มันคือค่าใช้จ่ายในครอบครัวเค้าทั้งเดือน ซึ่งตอนนั้นผมได้ยกข้อกฏหมายที่ผ่านการพิจรณาของศาลฏีกา ขึ้นมาอ้างและให้รายละเอียดเรื่องนี้ไปแล้วที่ บทความ <a href="http://www.notzaa.com/%E0%B8%AA%E0%B8%A0-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87.html">สังคมไทยสวรรค์ของมิจฉาชีพ</a> พอดีวันนี้ผมได้วีดีโอเกี่ยวกับการทำความเข้าใจของตำรวจเกี่ยวกับ กรณีอย่างนี้ ออกมาจึงหวังว่าตำรวจ <strong>สภ.พระประแดง</strong>ที่ไปนำจับวัีนนั้นจะได้เข้ามาดู และนำไปปฏิบัติด้วยครับ</p>
<p><object classid="clsid:d27cdb6e-ae6d-11cf-96b8-444553540000" width="425" height="344" codebase="http://download.macromedia.com/pub/shockwave/cabs/flash/swflash.cab#version=6,0,40,0"><param name="allowFullScreen" value="true" /><param name="allowscriptaccess" value="always" /><param name="src" value="http://www.youtube.com/v/5d_GLZwbAFI&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" /><param name="allowfullscreen" value="true" /><embed type="application/x-shockwave-flash" width="425" height="344" src="http://www.youtube.com/v/5d_GLZwbAFI&amp;hl=en&amp;fs=1&amp;" allowscriptaccess="always" allowfullscreen="true"></embed></object></p>
<p>ปล.จริง ๆ เรื่องนี้มีหนังสือแสดงความชัดเจนออกมานานแล้ว แต่ว่าสงสัยจะไม่ทั่วถึงหรือยังไงม่ทราบได้ดังนี้ครับ</p>
<p>ในที่สุดตำรวจก็แสดงความชัดเจนเรื่องการล่อซื้อ และนำจับคดีละเมิดลิขสิทธิ์กับ ร้านเกม ร้านเน็ต และร้านซ่อมคอม ดังหนังสือด่านล่าง <a title="บล๊อคนอทซ่าา" onclick="javascript:pageTracker._trackPageview('/outbound/article/notzaa.com');" href="http://notzaa.com/?p=137" target="_blank">ติดตามรายละเอียดแจ่มแจ้งกว่านี้ได้ที่นี่</a></p>
<p>ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ <span style="color: #ff0000;">(ด่วนมาก)</span> ที่0031.212/03721 ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2552 เรื่้องกำชับการปฏิบัติหน้าที่ตำรวจในการตรวจค้นจับกุมคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา <a title="ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่0031.212/03721" onclick="javascript:pageTracker._trackPageview('/outbound/article/www.sobsuan.com');" href="http://www.sobsuan.com/modules.php?name=Forums&amp;file=download&amp;id=82&amp;sid=8dc76703ad82c9b16ce906ea897752e4">Download</a> ที่นี่</p>
<p style="text-align: right;">ฝากด้วยนะคุณตำรวจ</p>
<p style="text-align: right;">Notzaa</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/%e0%b8%9d%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a0-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สังคมไทยสวรรค์ของมิจฉาชีพ</title>
		<link>http://www.notzaa.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a0-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a0-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 16 Jun 2009 18:10:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[แหย่ขาเข้าตาราง]]></category>
		<category><![CDATA[ล่อซื้อ]]></category>
		<category><![CDATA[สภ.พระประแดง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://notzaa.com/?p=118</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้ (16 มิถุนายน 2552) ที่ชมรมร้านเกมส์ ของกระผม มีวิกฤตการณ์นิดหน่อย มีพวกทำนาบนหลังคนเข้ามาล่อซื้อ ซอร์ฟแวร์บางชนิด พฤติกรรมมันก็คืือก่อนวันนำจับหนึ่งวันมันได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มี ฮาร์ดดิส มาที่ร้านของสมาชิก ตีสนิท และตกลงว่าจ้างให้ลงวินโดว์ แล้วขอร้องให้หาโปรแกรมนิคคาราโอเกะให้ด้วย เนื่องจากอยากร้องเพลงคาราโอเกะ ด้วยความที่สมาชิกเป็นเด็ก จึงเชื่อใจหมาตัวนี้ หลังจากนั้นเมื่อลงโปรแกรมต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วได้ขอร้องให้สมาชิกช่วยลงคลิปโป๊ต่าง ๆ ให้ด้วยซึ่งสมาชิกบอกไปว่าไม่มี หมาตัวนี้ได้เป็นคนนำคลิบต่าง ๆ มาลงให้ย้ำว่าคลิบโป๊ต่าง ๆ เป็นของหมานำจับที่นำมาเอง เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยหมาตัวนี้พร้อมตำรวจ สภ.พระประแดง ผู้ไม่รู้กฏหมายลิขสิทธิ์ (ไม่รู้หน้าด้านเป็นตำรวจอยู่ได้ยังไง) หรือว่ารู้แต่เป็นจำพวกเดียวกัน ได้เข้ามาแสดงตัวเข้าจับกุมทั้งที่ไม่มีหมายอะไรมาทั้งสิ้น และเกลี้ยกล่อมให้สมาชิกไปที่ สภ. พระประแดงเพื่อจะได้เกลี้ยกล่อมได้ง่าย ๆ เนื่องจากกรรมการทุกท่านที่เดินทางไปจากร้านของตัวเองไปไม่ทันจึงไม่สามารถ ยับยั้งไม่ให้ไป สภ.พระประแดงได้ สุดท้ายพวกเราจึงไปรวมตัวกันที่ สภ.พระประแดง และพยายามเจรจาต่อรอง โดยหมาตัวนั้นได้ยอมรับต่อหน้าตำรวจว่าเป็นการล่อซื้อ ตำรวจก็ยังไม่ทราบว่าไม่สามารถทำได้ (จบกฏหมายได้ไงว่ะ) สุดท้ายสมาชิกเรามีน้องชายเป็นทนายจึงได้เรียกน้องชายมาเจรจาที่ สภ.พระประแดง เมื่อทนายมาถึงพวกเราได้พยายามอธิบายข้อกฏหมายพร้อม ตัวอย่างคำพิพากษาของศาลประกอบ ให้ฟังเพื่อให้สู้คดี เพื่อเป็นตัวอย่างให้สังคมที่ไม่ยอมแพ้ให้กับมิจฉาชีพ และเรายังทราบตอนหลังอีกว่าเอกสารสิทธิ์ที่ได้มาไม่ถูกต้องมีการมอบอำนาจแบบ ขาดช่วง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้ (16 มิถุนายน 2552) ที่ชมรมร้านเกมส์ <strong>ของ</strong>กระผม มีวิกฤตการณ์นิดหน่อย มีพวกทำนาบนหลังคนเข้ามาล่อซื้อ ซอร์ฟแวร์บางชนิด พฤติกรรมมันก็คืือก่อนวันนำจับหนึ่งวันมันได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่มี ฮาร์ดดิส มาที่ร้าน<strong>ของ</strong>สมาชิก ตีสนิท และตกลงว่าจ้างให้ลงวินโดว์ แล้วขอร้องให้หาโปรแกรมนิคคาราโอเกะให้ด้วย เนื่องจากอยากร้องเพลงคาราโอเกะ ด้วยความที่สมาชิกเป็นเด็ก จึงเชื่อใจหมาตัวนี้ หลังจากนั้นเมื่อลงโปรแกรมต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วได้ขอร้องให้สมาชิกช่วยลงคลิปโป๊ต่าง ๆ ให้ด้วยซึ่งสมาชิกบอกไปว่าไม่มี หมาตัวนี้ได้เป็นคนนำคลิบต่าง ๆ มาลงให้ย้ำว่าคลิบโป๊ต่าง ๆ เป็น<strong>ของ</strong>หมานำจับที่นำมาเอง เมื่อทำเสร็จเรียบร้อยหมาตัวนี้พร้อมตำรวจ <strong>สภ.พระประแดง</strong> ผู้ไม่รู้กฏหมายลิขสิทธิ์ (ไม่รู้หน้าด้านเป็นตำรวจอยู่ได้ยังไง) หรือว่ารู้แต่เป็นจำพวกเดียวกัน ได้เข้ามาแสดงตัวเข้าจับกุมทั้งที่ไม่มีหมายอะไรมาทั้งสิ้น และเกลี้ยกล่อมให้สมาชิกไปที่ <strong>สภ. พระประแดง</strong>เพื่อจะได้เกลี้ยกล่อมได้ง่าย ๆ เนื่องจากกรรมการทุกท่านที่เดินทางไปจากร้าน<strong>ของ</strong>ตัวเองไปไม่ทันจึงไม่สามารถ ยับยั้งไม่ให้ไป สภ.พระประแดงได้ สุดท้ายพวกเราจึงไปรวมตัวกันที่ <strong>สภ.พระประแดง</strong> และพยายามเจรจาต่อรอง โดยหมาตัวนั้นได้ยอมรับต่อหน้าตำรวจว่าเป็นการล่อซื้อ ตำรวจก็ยังไม่ทราบว่าไม่สามารถทำได้ (จบกฏหมายได้ไงว่ะ) สุดท้ายสมาชิกเรามีน้องชายเป็นทนายจึงได้เรียกน้องชายมาเจรจาที่ สภ.พระประแดง เมื่อทนายมาถึงพวกเราได้พยายามอธิบายข้อกฏหมายพร้อม ตัวอย่างคำพิพากษา<strong>ของ</strong>ศาลประกอบ ให้ฟังเพื่อให้สู้คดี เพื่อเป็นตัวอย่างให้<strong>สังคม</strong>ที่ไม่ยอมแพ้ให้กับ<strong>มิจฉาชีพ</strong> และเรายังทราบตอนหลังอีกว่าเอกสารสิทธิ์ที่ได้มาไม่ถูกต้องมีการมอบอำนาจแบบ ขาดช่วง แต่สุดท้ายตัวทนายเองกลับยอมแพ้และเจรจาตกลงกันได้ที่ หนึ่งหมื่นห้าพันบาท ผมมีคำถามทิ้งท้ายให้ท่านที่เข้ามาอ่านได้กลับไปคิดกันเล่น ๆ</p>
<ol>
<li>ตำรวจ สภ.พระประแดงได้เงินหรือไม่</li>
<li>ทำไมเราต้องยอมแพ้ให้กับความอยุติธรรมที่มันเกาะกิน<strong>สังคม</strong><strong>ไทย</strong>อยู่</li>
<li>ทำไมการทำมาหากินโดยสุจริตมันถึงได้ยากนัก (ผมกล้ารับรองว่าร้านที่อยู่ในชมรมเราเป็นร้านที่ทำถูกต้องตามกฏหมายทุกข้อ)</li>
<li>เมื่อไหร่คน<strong>ไทย</strong>จะรักษาสิทธิเสรีภาพ<strong>ของ</strong>ตัวเองซะที</li>
</ol>
<p>สุดท้ายผมมีตัวอย่างข้อกฏหมาย และ คำพิพากษา<strong>ของ</strong>ศาลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาให้อ่านเพื่อใครอยากนำไปสู้</p>
<p>ยุคนี้มีการหากินกันแปลกๆเกิดขึ้นเย๊อะ การละเมิดลิขสิทธิ์กำลังเป็นที่จับตาใน<strong>สังคม</strong><span id="more-118"></span></p>
<p>จึงเกิดกลุ่มคนที่คิดค้นอาชีพจับผู้ละเมิดลิขสิทธิ์</p>
<p>อาชีพจับ<strong>ของ</strong>ละเมิดลิขสิทธิ์ครับ ใครมีญาติหรือเพื่อนโดนรงแก หรือยังไม่โดนก็โปรดนำไปให้อ่านด้วยนะครับ</p>
<p>การจับ<strong>ของ</strong>แท้จากเจ้าของลิขสิทธิ์โดยตรง ทำเพื่อให้คนหันมาใช้<strong>ของ</strong>แท้ ไม่ใช่ทำเพื่อเรียกเงินเกินจริงจากเหยื่อ</p>
<p>พูดง่ายๆคือ ตัวเองไม่ได้มีสิทธิ์ในลิขสิทธิ์นั้นๆ แต่ไปสมัครเพื่อไปไถเงินคนครับ แต่ถ้าทำตามกฎมันก็ไถเงินได้น้อยครับ คนจึงไม่เล่นตามกฎหมาย ใช้วิธีไถเงินและข่มขู่แทน</p>
<p>ที่จริงมันไม่ร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตครับ แต่ร้ายแรงตรงที่เป็นภัย<strong>สังคม</strong>ครับ</p>
<p>ผู้เสียหายจะโดนไถเงินรายละ 10000-50000 บาท แต่ที่ผมบอกว่าร้ายแรงเพราะว่า มีคนโดนไปทั่วประเทศแล้วครับ</p>
<p>จุดเริ่มต้นแก๊งไถเงินครับ</p>
<ol>
<li> เริ่มด้วยการตั้งบริษัทจำกัด แล้วรวบรวมขอซื้ออำนาจดำเนินคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา จากเจ้าของลิขสิทธิ์จริงเท่าที่ทำได้ เช่นเพลง กระเป๋า น้ำหอม เกม การ์ตูน โดยบริษัทเหล่านี้จะอ้างคุณธรรม ตั้งเพื่อปราบผู้ละเมิดลิขสิทธิ์</li>
<li> บริษัทเหล่านี้จะหาตัวแทน(ก็คือการรับพนักงานบริษัทตัวเอง)</li>
<li>ตัวแทนเหล่านี้จะหาสมาชิกแบบขายตรงเลยครับ เรียกว่าผู้รับอำนาจช่วง</li>
<li>ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่บ้านเมืองครับ แต่ก็มีโรงพักบางแห่งไม่ให้ความร่วมมือกับพวกโจร อันนี้คงไม่ใช่ สภ.พระประแดง เพราะเค้าให้ความร่วมมือเต็มที่</li>
<li>เดินสายจับแบบผิดกฎหมายครับทีละจังหวัด ย้ายไปเรื่อย วนเวียนกลับมาทุกๆ 3-6เดือน</li>
<li> มีการทำธุรกิจนี้มาหลายปีแล้วครับ ประมาณ 7 ปี</li>
</ol>
<p>รายได้</p>
<p>ตัวแทนพวกนี้จะรวยมาก รายได้เกินจะคาดเดา แต่ที่พบเห็นคือสามารถออกรถป้ายแดงกันทุกคน BMW ก็มี</p>
<p>บางกลุ่มออกรถแวนป้ายแดงราคา 6 ล้านก็มี</p>
<p>หัวหน้าบางคนทำจนมีเงินฝากถึง 200 ล้านบาท</p>
<p>เห็นมั้ยครับว่าการตั้งบริษัทถูกกฎหมาย แต่ดูเจตนาการตั้งสิครับ เจตนาไม่ได้ทำเพื่อปราบหรือให้คนหันมาใช้<strong>ของ</strong>แท้ แต่ทำเพื่อหาเงินเข้ากระเป๋าครับ</p>
<p>การไถแต่ละเเบบมีดังนี้ครับ</p>
<p>การไถเงินร้านซ่อมคอมพิวเตอร์</p>
<p>1 ไถแบบจับลิขสิทธิ์เพลงที่มีอยู่ใน โปรแกรม NICK KARAOKE</p>
<p>1.1   หน้าม้าจะมาตีสนิทร้านคอมพิวเตอร์ด้วยการนำคอมพิวเตอร์มาซ่อมก่อน 1 เครื่อง</p>
<p>1.2   อีก2-3 วันหน้าม้าจะนำเครื่องคอมมาอ้อนวอนให้ลงโปรแกรม NICK ตกลงนัดรับเครื่องกันโดยดี</p>
<p>1.3   วันรับเครื่อง พวกนี้จะจ้างตำรวจมา 2 คน(คนละ500) โดยตำรวจจะออกตัวว่าไม่ได้มาจับมาดูแลความสงบ</p>
<p>1.4   ไถเงิน 50000 บาทแล้วจะไม่เอาความผิดโดยอ้างว่าเป็นเจ้าของเพลง 2-3 เพลง ในโปรแกรม NICK โดยตัวแทนลิขสิทธิ์พวกนี้จะไปขอลิขสิทธิ์เพลงเก่าๆ ราคาถูกๆ</p>
<p>1.5   หากรายไหนหัวแข็งจะพาไปโรงพัก โดยตำรวจ100เวรจะกล่อมให้จ่าย (มันจะเลือกแจ้งความเวลาที่100เวร ที่ร่วมแก๊งเข้าเวร)</p>
<p>1.6   จะโดนตำรวจขู่มากมาย เช่น ประกันเป็น 100000 หรือหากขึ้นศาลจะโดนปรับเป็น แสนๆ โม้ครับ ประกันจริง 50000 บาท ศาลไม่ปรับครับเจ้าของร้านชนะแน่นอน</p>
<p>สมาชิกเข้าข่ายอันนี้ครับ</p>
<p>ข้อกฎหมาย ที่ต้องรู้ครับ</p>
<p><strong>ล่อซื้อ</strong></p>
<p>พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 66 บัญญัติว่า ความผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์เป็นความผิดอันยอมความได้</p>
<p>ผลทางกฎหมายคือ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้ตัวผู้กระทำละเมิดและรู้ถึงการละเมิด</p>
<p>มิฉะนั้นจะขาดอายุความร้องทุกข์</p>
<p>และการแจ้งความร้องทุกข์จะต้องกระทำโดยผู้เสียหาย หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายจะต้องเป็น “ผู้เสียหายโดยนิตินัย”</p>
<p>แต่หากผู้เสียหายเป็นผู้มีส่วนร่วม หรือก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น ก็ไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีได้ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา</p>
<p>คำพิพากษาฎีกาที่ <strong>4301/2543 </strong>การที่จำเลยกระทำความผิดโดยทำซ้ำบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์<strong>ของ</strong>โจทก์ลงในแผ่นบันทึกข้อมูลถาวร<strong>ของ</strong>เครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ส. ตามที่ส.ได้ ล่อซื้อ นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากการล่อซื้อ<strong>ของ</strong>ส. ซึ่งได้รับการจ้างให้ล่อซื้อจากโจทก์ เท่ากับโจทก์เป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น โจทก์ย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้</p>
<p>เพราะฉะนั้น การล่อซื้อและการส่งหน้าม้ามาลงเพลงในคอมพิวเตอร์/การล่อเล่นในกรณีเกมส์ เพลย์ จึงเป็นกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกานี้ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้อง</p>
<p>ข้อย่อยที่ช่วยได้เบื้องต้น ยาวแต่ต้องอ่านนะครับ มันสำคัญทุกข้อครับ</p>
<p>1   จับกุมลิขสิทธิ์ได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น ถ้ามาตอนมืด ถึงจะถูกต้องก็ไล่กลับไปได้เลย</p>
<p>2.  หากมีคนอ้างเป็นตัวแทน ขอดูบัตรประชาชน ดูใบรับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ ดูบัตร<strong>ของ</strong>ผู้รับมอบจะต้องมีบัตร<strong>ของ</strong>กรมทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าไม่ให้ดูไล่พวกมันกลับไปได้เลย</p>
<p>3   การล่อเล่น<strong>ของ</strong>หน้าม้า เป็นการร่วมกระทำความผิด ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์</p>
<p>4   ร้านคอมฯปฏิเสธไม่ให้ตรวจเครื่องคอมฯได้นะครับถ้ามันไม่มีหมายค้น ในส่วน<strong>ของ</strong>ตัวร้าน(สาธารณสถาน)อยากตรวจก็ให้ตรวจไป แต่เครื่องคอมฯไม่ใช่สาธารณสถานเรามีสิทธิปฏิเสธไม่เปิดให้ตรวจสอบได้</p>
<p>5   ตัวแทนลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์อธิบายขั้นตอนการจับกุม กฎหมายเขียนชัดเจนให้เป็นหน้าที่<strong>ของ</strong>ตำรวจชุดจับกุมให้เป็นผู้จัดทำบันทึกการจับกุม ไม่มีกฎหมายให้อำนาจราษฎรทำ เป็นข้อต่อสู้<strong>ของ</strong>จำเลยข้อหนึ่งได้ว่ามันมั่วนิ่มไม่รู้กฎหมายแล้วมาจับ</p>
<p>6   ราษฎรก็จะช่วยตำรวจจับไม่ได้แม้ตำรวจจะขอให้ช่วยจับ เพราะ ตำรวจจะขอให้ราษฎรช่วยจับได้ต้องเป็นผู้จัดการตามหมายจับเท่านั้น(เช่น โจรที่มีหมายจับ) แต่การจับละเมิดลิขสิทธิ์ในความผิดซึ่งหน้าไม่ใช่การจัดการตามหมายจับ เราจึงมีสิทธิป้องกันการจับกุมอันมิชอบด้วยกฎหมายทั้งปวงกับราษฎรที่มาช่วย จับได้ตามสมควร(ต่อสู้ป้องกันตามสมควร อย่าให้ถึงตายนะครับ แบบนั้นติดคุกฐานฆ่าคนตาย ควรใช้กระบองป้องกันตัว)ไม่มีความผิดทางอาญาใดๆ</p>
<p>7   การล่อเล่น ไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจ ราษฎรก็ล่อเล่นได้ (แต่การล่อเล่นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ศาลจะยกฟ้อง) เหมือนข้อ3</p>
<p>8   จะเป็นความผิดซึ่งหน้า ต้องดูที่ลักษณะ<strong>ของ</strong>การ กระทำ ไม่ใช่ดูที่ตัวผู้ล่อเล่นว่าเป็นตำรวจหรือไม่เป็นตำรวจ ความผิดซึ่งหน้า หมายถึง ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำ หรือพบในอาการใด ซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80)</p>
<p>9   ดูที่ประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญามาตรา 79 ราษฎรก็สามารถจับความผิดซึ่งหน้าได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แต่ต้องเป็นความผิดบางประเภทเท่านั้น (คือความผิดที่บัญญัติไว้ท้ายประมวลป.วิอาญา) เช่น ฐานฆ่าคนตาย เป็นต้น แต่ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่ความผิดท้ายประมวลฯ ราษฎรจึงจับไม่ได้แม้เห็นความผิดเกิดขึ้นซึ่งหน้า</p>
<p>10   การละเมิดลิขสิทธิ์ต้องเกิดซึ่งหน้าตำรวจเท่านั้นเช่นนั่งไลท์แผ่นต่อหน้า ต่อตาตำรวจ ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับกุม (และต้องมีการแจ้งความแล้ว ถ้ายังไม่แจ้งความก็ไม่มีสิทธิ์จับในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์) ถ้าการละเมิดเกิดต่อหน้าตัวแทนบริษัท(หน้าม้า) แม้จะถ่ายรูปไว้ ถ้าขณะนั้นตำรวจไม่ได้เห็นด้วย(ตำรวจอยู่นอกร้าน-มาทีหลัง) ก็ไม่มีอำนาจจับกุมครับ</p>
<p>11   การค้นในที่รโหฐาน เช่น ส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ต้องมีหมายค้น ถ้าเข้าไปยึดแผ่นเโดยไม่มีหมาย ก็เป็นการค้นที่ไม่ชอบ ทรัพย์สินที่ยึดไปไม่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได้ ต้องห้ามตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ถ้าขึ้นศาลก็จะไม่มีพยานหลักฐานนำสืบแสดงว่าเราทำผิด (แม้เราละเมิดจริง แต่เมื่อไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเราทำผิด เพราะหลักฐานที่ยึด ได้มาจากการค้นที่ไม่ชอบ) ศาลจะยกฟ้อง</p>
<p>12   หลัก ตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับหรือคำสั่งศาลไม่ได้(ดูประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญามาตรา78) ข้อยกเว้น จะจับโดยไม่มีหมายจับก็ได้ เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า และเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด (ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80) คดีละเมิดลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์จับ</p>
<p>แต่ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว เช่นคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ต้องมีการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายหรือตัวแทนเสียก่อน ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับ ดังนั้น ถ้ายังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ อำนาจจับกุมก็ยังไม่เกิด แม้จะมีการละมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้นต่อหน้าตำรวจ ตำรวจก็จับไม่ได้</p>
<p>การเอาผิดกลับ</p>
<p>ปัจจุบันโทษรุนแรงเพียงพอแล้วครับ เพียงแต่พวกเราไม่มีใครเอาจริงเท่านั้น</p>
<p>เพราะถ้ามั่วนิ่มมา เราก็สามารถเอาผิดได้ หลายข้อหา เช่น</p>
<p>1.  ฐานบุกรุก มาตรา 362 และ 364 โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำและปรับ</p>
<p>มาตรา 365 โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำและปรับ</p>
<p>2.  ฐานแจ้งความเท็จ มาตรา 137 จำคุกไม่เกินหกเดือน หรือปรับไม่เกินหนึ่งพันบาทหรือทั้งจำและปรับ</p>
<p>มาตรา 172 จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ</p>
<p>มาตรา 174 จำคุกไม่เกินห้าปีและปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท</p>
<p>3.  ฐานเบิกความเท็จ มาตรา 177 จำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นหรือทั้งจำทั้งปรับ</p>
<p>4.  ฐานฉ้อโกง มาตรา 341 จำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกินหกพันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ (คือโดยทุจริต รู้อยู่ว่าตนไม่มีอำนาจจับ แต่ได้หลอกลวงว่าตนมีอำนาจเช่นว่านั้น และการหลอกลวงนี้ทำให้ได้เงินจากเราไป ก็จะผิดฐานฉ้อโกงนี้)</p>
<p>5.  ฐานกรรโชกทรัพย์ มาตรา 337 คือถ้ามีการบังคับข่มขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะทำอันตรายต่อชีวิตร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงหรือทรัพย์สิน<strong>ของ</strong>ผู้ถูกขู่เข็ญ หรือบุคคลที่สาม จนยอมเช่นว่านั้น มีโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่น</p>
<p>ถ้าการกรรโชกทำโดยขู่ว่าจะฆ่า ขู่ว่าจะทำร้ายร่างกายฯ หรือมีอาวุธติดตัวมาขู่เข็ญ จำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงเจ็ดปีและปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พัน บาท</p>
<p>จะผิดข้อหาใด ฐานใดต้องดูข้อเท็จจริงเป็นกรณีไป เป็นหน้าที่<strong>ของ</strong>พนักงานสอบสวนที่จะพิจารณาและหาพยานหลักฐาน</p>
<p>ที่บอกว่าควรจะต้องตรวจสอบก่อนนั้นว่ามั่วมาหรือไม่—- กรณีนี้ ตัวแทนนำจับรู้ตัวมันอยู่แต่แรกแล้วว่าตัวเองมีสิทธิหรือไม่ เป็นการกระทำโดยเจตนาชัดเจน</p>
<p>หน้าที่ในการตรวจสอบเป็น<strong>ของ</strong>ตำรวจ ก่อนรับแจ้งความต้องตรวจสอบเอกสารให้ละเอียดว่าผู้แจ้งมีอำนาจแจ้งหรือไม่ ใครเป็นผู้รับมอบอำนาจ ใครเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ ต้องมีเอกสารชัดเจนจึงจะรับแจ้งความได้</p>
<p>ถ้าตำรวจบกพร่องละเลยไม่ตรวจสอบแล้วรับแจ้งความ ถ้าปรากฏภายหลังว่าการแจ้งความไม่ถูกต้อง ไม่มีสิทธิ ไม่มีอำนาจจริง ตำรวจจะมีความผิดทั้งทางวินัยและอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157</p>
<p>เราสามารถเอาผิดได้ทั้งตัวแทนนำจับและตำรวจครับ ถ้าตัวแทนมั่วมา</p>
<p>แต่ถ้าเขามีสิทธิจริง เราก็ค่อยมาดูถึงวิธีการค้นและจับว่าชอบด้วยกฎหมายหรือไม่</p>
<p>ถ้าวิธีการค้นและจับไม่ชอบด้วยกฎหมาย</p>
<p><strong>คำพิพากษาศาลฏีกาที่ 4301/2543</strong></p>
<p>การที่จำเลยกระทำความผิดโดยทำซ้ำบันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์อันมีลิขสิทธิ์<strong>ของ</strong>โจทก์ลงในแผ่นบันทึกข้อมูลถาวร<strong>ของ</strong>เครื่องคอมพิวเตอร์ให้แก่ส. ตามที่ส.ได้ ล่อซื้อ นั้น เกิดขึ้นเนื่องจากการล่อซื้อ<strong>ของ</strong>ส. ซึ่งได้รับการจ้างให้ล่อซื้อจากโจทก์ เท่ากับโจทก์เป็นผู้ก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น โจทก์ย่อมไม่อยู่ในฐานะผู้เสียหายที่มีอำนาจฟ้องคดีนี้ได้<br />
เพราะ ฉะนั้น การล่อซื้อและการส่งหน้าม้ามาลงเพลงในคอมพิวเตอร์/การล่อเล่นในกรณีเกมส์ เพลย์ จึงเป็นกรณีที่เจ้าของลิขสิทธิ์เป็นผู้ก่อให้เกิดความเสียหายขึ้น ตามนัยแห่งคำพิพากษาฎีกานี้ จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ไม่มีอำนาจฟ้อง</p>
<p>พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 มาตรา 66 บัญญัติว่า ความผิดตามพ.ร.บ.ลิขสิทธิ์เป็นความผิดอันยอมความได้<br />
ผลทางกฎหมายคือ เจ้าของลิขสิทธิ์จะต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่รู้ตัวผู้กระทำละเมิดและรู้ถึงการละเมิด<br />
มิ ฉะนั้นจะขาดอายุความร้องทุกข์และการแจ้งความร้องทุกข์จะต้องกระทำโดยผู้เสีย หาย หรือผู้ที่ได้รับมอบอำนาจจากผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายจะต้องเป็น “ผู้เสียหายโดยนิตินัย”<br />
แต่หากผู้ เสียหายเป็นผู้มีส่วนร่วม หรือก่อให้เกิดการกระทำความผิดขึ้น ก็ไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีได้ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา</p>
<p>คำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้มีประเด็นที่น่าพิจารณา ดังนี้<br />
<strong>1. </strong><strong>การล่อซื้อ</strong><strong> </strong><br />
โดย ทั่วไปศาลจะไม่รับฟังพยานหลักฐานที่ได้มาด้วยวิธีอันไม่ชอบด้วยกฎหมาย เช่น พยานหลักฐานที่เกิดขึ้นจากการจูงใจ มีคำมั่นสัญญา ขู่เข็ญ หลอกลวงหรือโดยมิชอบโดยประการอื่น (ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา<br />
มาตรา 226) แต่บางครั้งเจ้าพนักงานตำรวจอาจประสบความยุ่งยากในการ แสวงหาหลักฐานในความผิดบางประเภทที่มีการแอบทำการอย่างลี้ลับ เช่น การซื้อขายยาเสพติด หรือ<strong>ของ</strong>ที่ผิดกฎหมายประเภทอื่น เป็นต้น การจับ ผู้กระทำผิดขณะกระทำผิดพร้อม<strong>ของ</strong>กลางนั้นเป็นสิ่งที่ยากลำบาก เจ้าพนักงานตำรวจจึงมักปลอมตัวหรืออาศัยสายลับไปกระทำการล่อซื้อสินค้า ที่ผิดกฎหมายนั้นเองเพื่อให้ได้พยานหลักฐานมาดำเนินคดีต่อไป ซึ่งหาก การล่อซื้อดังกล่าวมิได้เป็นการใส่ร้ายป้ายสีหรือยัดเยียดความผิดให้จำเลย หรือเป็นฝ่ายใช้อุบายชักชวนให้บุคคลอื่นเกิดความคิดและกระทำผิดขึ้น แต่เป็น การใช้สายลับติดต่อเพื่อหาหลักฐานจับกุมผู้ที่กำลังกระทำผิดอยู่เองแล้ว ในทางปฏิบัติศาลถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นเพียงวิธีการเพื่อพิสูจน์ ความผิด<strong>ของ</strong>จำเลย ไม่เป็นการแสวงหาหลักฐานโดยมิชอบ ไม่ขัดต่อ ความสงบเรียบร้อย<strong>ของ</strong>ประชาชน รับฟังโทษจำเลยได้ ไม่ต้องห้ามตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 (คำพิพากษา ศาลฎีกาที่ 59/2542) ในทางกลับกัน ถ้าเจ้าพนักงานตำรวจไม่มีเหตุ สงสัยว่าผู้ใดกำลังจะกระทำผิดอยู่ใช้อุบายชักชวนให้ผู้นั้นเกิดความคิด และกระทำผิดขึ้นถือว่าเจ้าพนักงานตำรวจเป็นฝ่ายริเริ่มให้มีการกระทำ<br />
ความผิดขึ้นเอง จึงไม่อาจรับฟังพยานหลักฐานเช่นนั้นได้</p>
<p>หลักที่ถือปฏิบัติโดยศาล<strong>ไทย</strong>นี้สอดคล้องกับหลักที่ถือปฏิบัติ ในต่างประเทศ เช่น ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่อนุญาตให้จำเลย ยกข้อต่อสู้ให้พ้นผิดในกรณี “entrapment” หรือการล่อให้กระทำความผิด โดยเจ้าหน้าที่<strong>ของ</strong>รัฐ ซึ่งไปชักจูงหรือกระตุ้นผู้อื่นที่ไม่ได้ตั้งใจกระทำผิด ตั้งแต่แรก ให้กระทำความผิดนั้น ๆ เพื่อเจ้าหน้าที่<strong>ของ</strong>รัฐผู้นั้นจะนำพยานหลักฐานดังกล่าวมาดำเนินคดีกับผู้ที่ถูกล่อ แต่หากจำเลยกระทำ ความผิดทางอาญานั้น ๆ เป็นปกติอยู่แล้ว (regularly engage in criminal conduct) หรือตั้งใจหรือพร้อมจะกระทำผิดอยู่แล้ว ก็มิอาจยกเรื่อง entrapment มาเป็นข้อต่อสู้ได้ ส่วนในประเทศอังกฤษมีแนวปฏิบัติที่ต่างจาก ประเทศสหรัฐอเมริกาเนื่องจากโดยปกติศาลอังกฤษจะไม่อนุญาตให้จำเลย ยกเรื่อง entrapment มาเป็นข้อต่อสู้ให้พ้นผิดได้ (no defence of entrapment) แต่ถ้าพยานหลักฐานใดได้มาโดย entrapment และการรับฟังพยานหลักฐาน นั้นจะกระทบต่อความยุติธรรมในคดีแล้วศาลอาจใช้ดุลพินิจไม่รับฟัง พยานหลักฐานนั้น ๆ</p>
<p>ผู้บันทึกมีข้อสังเกตเกี่ยวกับการวินิจฉัยในเรื่องการล่อซื้อตาม<br />
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4301/2543 ดังนี้<br />
<strong>1.1</strong> กรณีตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4301/2543 มิใช่เป็นกรณี ที่ศาลไม่รับฟังพยานหลักฐานที่เกิดจากการล่อซื้อ  โดยอาศัย ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 แต่เป็นการที่ศาล วินิจฉัยว่าโจทก์เป็นผู้ก่อให้จำเลยกระทำผิด โจทก์จึงไม่อยู่ในฐานะเป็น ผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 2(4) และมาตรา 28(2) เมื่อเปรียบเทียบกับเรื่อง entrapment defence <strong>ของ</strong>ประเทศสหรัฐอเมริกา แล้ว แม้ว่าเรื่องนี้จะมีการยกฟ้องโดยอาศัยหลักการเดียวกัน คือ ยกฟ้อง เนื่องจากมีการชักจูงหรือกระตุ้นจำเลยที่ไม่ได้ตั้งใจกระทำผิดตั้งแต่แรก ให้กระทำผิด แต่แนวคำวินิจฉัยตามฎีกานี้ต่างจาก entrapment defence เพราะ ประการแรก กรณีนี้มิใช่เป็นกรณีที่จำเลยยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ แต่ศาลฎีกาหยิบยกขึ้นวินิจฉัยเองเนื่องจากเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบ เรียบร้อย ประการที่สอง หลักในเรื่อง entrapment <strong>ของ</strong>สหรัฐ จะต้องเป็น กรณีที่เจ้าหน้าที่<strong>ของ</strong>รัฐเป็นผู้ล่อซื้อ แต่ในคดีนี้โจทก์ซึ่งเป็นเอกชนดำเนินการ ให้มีการล่อซื้อ และประการสุดท้ายหลักเกณฑ์เรื่อง entrapment defence มีบัญญัติชัดเจนในกฎหมายสหรัฐ โดยศาลจะยกฟ้องหากมีการกระทำ<strong>ของ</strong>เจ้าหน้าที่<strong>ของ</strong>รัฐเข้าเงื่อนไขตามที่กฎหมายกำหนดซึ่งเป็นการวินิจฉัยว่า จำเลยไม่ได้กระทำผิด ส่วนการยกฟ้อง<strong>ของ</strong>ศาลฎีกาในคดีนี้ศาลมิได้วินิจฉัย ว่าจำเลยไม่ได้กระทำผิด แต่พิพากษายกฟ้องเนื่องจากโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง<br />
<strong>1.2</strong> ในการวินิจฉัยว่าการที่จำเลยทำซ้ำงานอันมีลิขสิทธิ์เฉพาะ <strong>ของ</strong>โจทก์นั้นจะเกิดโดยจำเลยมีเจตนากระทำผิดอยู่แล้วก่อนการล่อซื้อ หรือจะเกิดขึ้นเนื่องจากการล่อซื้อ<strong>ของ</strong>ฝ่ายโจทก์นั้น ศาลฎีกาฟังว่าการทำซ้ำ<br />
บันทึกโปรแกรมคอมพิวเตอร์พิพาทลงในแผ่นบันทึกข้อมูลถาวร<strong>ของ</strong> เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการล่อซื้อ เป็นการทำซ้ำอันละเมิดลิขสิทธิ์<strong>ของ</strong>โจทก์ “หลังจาก” วันที่มีการล่อซื้อเพื่อมอบโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ทำซ้ำนั้นให้แก่ ผู้ล่อซื้อ จึงมิใช่เป็นการทำซ้ำโดยผู้กระทำมีเจตนากระทำผิดอยู่แล้วก่อน การล่อซื้อ โจทก์จึงเป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดดังกล่าวขึ้น ซึ่งแสดงว่า ศาลฎีกาถือช่วงเวลาในการทำซ้ำเป็นหลักสำคัญในการพิจารณาว่า ผู้กระทำผิดอยู่แล้วก่อนการล่อซื้อหรือไม่ ด้วยความเคารพอย่างสูงต่อคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับนี้ เห็นว่า ในทางปฏิบัติรูปแบบการละเมิดลิขสิทธิ์เกี่ยวกับการจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่มีการติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์ปลอมอาจเป็นไปได้ทั้งสองกรณี กล่าวคือ<br />
รูปแบบที่ 1 ซื้อขายเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ประกอบเสร็จแล้วพร้อมติดตั้งโปรแกรม คอมพิวเตอร์ปลอม กรณีนี้ผู้ซื้อสามารถรับ<strong>ของ</strong>ไปได้เลย และรูปแบบที่ 2 ซื้อขายเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ยังประกอบและติดตั้งโปรแกรมคอมพิวเตอร์<br />
ปลอมยังไม่เสร็จ ผู้ซื้อต้องรอรับ<strong>ของ</strong>ภายหลัง ซึ่งอาจมองได้ว่าฝ่ายโจทก์ ในคดีนี้ไปล่อซื้อสินค้าที่มีการประกอบธุรกิจในรูปแบบที่สอง มีข้อน่าคิด ว่าหากพิสูจน์ได้ว่าจำเลยประกอบธุรกิจในรูปแบบดังกล่าวเป็นปกติอยู่แล้ว ช่วงเวลาในการทำซ้ำจะยังเป็นหลักสำคัญในการพิจารณาว่าผู้กระทำ มีเจตนากระทำผิดอยู่แล้วก่อนการล่อซื้อหรือไม่ เนื่องจากการล่อซื้ออาจเป็น เพียงการไปสุ่มเอาพยานหลักฐานที่เกิดจากการกระทำผิดเป็นปกติอยู่แล้ว ออกมา แต่มิได้ไปก่อให้ผู้ที่มิได้คิดจะกระทำผิดอยู่ก่อนกระทำความผิดขึ้น อย่างไรก็ตาม แนวคำวินิจฉัย<strong>ของ</strong>ศาลฎีกาในคดีนี้แสดงให้เห็นว่า แม้ศาลฎีกามิได้ปฏิเสธการแสวงหาพยานหลักฐานด้วยการล่อซื้อโดยเอกชน หากการล่อซื้อนั้นกระทำโดยชอบ แต่ศาลฎีกาก็พิจารณาพยานหลักฐาน ในส่วนที่เกี่ยวกับการล่อซื้อโดยเอกชนด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง ซึ่งนับว่ามีเหตุผลและมีความจำเป็น เพราะการล่อซื้อโดยเอกชนมีเพียง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 กำหนดกรอบ<br />
เอาไว้ ทั้งไม่ปรากฏแนวบรรทัดฐาน<strong>ของ</strong>คำพิพากษาศาลฎีกาในเรื่องนี้ ขณะที่การล่อซื้อโดยเจ้าพนักงานตำรวจหรือตัวแทนนอกจากจะมี ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 226 กำหนดขอบเขตไว้ ยังอาจมองว่ากฎหมายให้อำนาจทำได้โดยเข้าลักษณะการแสวงหา ข้อเท็จจริงและหลักฐานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา<br />
มาตรา 2(10) ทั้งยังปรากฏหลักที่ถือปฏิบัติและแนวคำพิพากษาศาลฎีกา สนับสนุนไว้อย่างชัดเจน<br />
<strong>2. </strong><strong>สิทธิดำเนินคดีแก่ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์ทางแพ่ง</strong><strong> </strong>มีประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับคำวินิจฉัย<strong>ของ</strong>ศาลฎีกาในตอนต้น<br />
เกี่ยวกับสิทธิ<strong>ของ</strong>โจทก์ในการดำเนินคดีแก่ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์<strong>ของ</strong>โจทก์ โดยศาลฎีกากล่าวถึงสิทธิทั้งในทางแพ่งและในทางอาญา พร้อมระบุ ด้วยว่ามีวิธีพิจารณาคดีและการรับฟังพยานหลักฐานที่แตกต่างกัน และเมื่อพิจารณาประกอบกับความเคร่งครัด<strong>ของ</strong>ศาลฎีกาในการปรับใช้ และตีความประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาแล้ว คล้ายกับ<br />
ศาลฎีกาให้ข้อเตือนใจว่าโจทก์ยังมีทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งในการ ดำเนินคดีแก่ผู้ละเมิดลิขสิทธิ์โดยอาศัยการเยียวยาทางแพ่ง ซึ่งแม้คำวินิจฉัย <strong>ของ</strong>ศาลฎีกาในตอนท้ายที่ว่าโจทก์เป็นผู้ก่อให้ผู้อื่นกระทำผิดดังกล่าวขึ้น จึงไม่อยู่ในฐานะเป็นผู้เสียหายโดยนิตินัยที่มีอำนาจฟ้องคดีอาญาได้นั้น อาจกระทบต่อการที่โจทก์ในคดีนี้จะนำคดีไปฟ้องใหม่เป็นคดีแพ่งก็ตาม ข้อเตือนใจนี้น่าจะทำให้เจ้าของลิขสิทธิ์หรือเจ้าของสิทธิในทรัพย์สิน ทางปัญญาโดยทั่วไปหันมาพิจารณาทางเลือกในการดำเนินคดีละเมิด สิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาเป็นคดีแพ่ง ซึ่งมีวิธีพิจารณาคดีที่ยืดหยุ่นกว่า โดยเฉพาะในส่วน<strong>ของ</strong>การแสวงหาพยานหลักฐานที่มีพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและ วิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2539 และข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ พ.ศ. 2540 กำหนดมาตรการต่าง ๆ ไว้ โดยรวมถึงมาตรการขอให้สืบพยานหลักฐานไว้ก่อน กรณีที่มีเหตุฉุกเฉินซึ่งเจ้าของสิทธิอาจขอให้ศาลมีคำสั่งให้ยึดหรืออายัด เอกสารหรือวัตถุที่จะใช้เป็พยานหลักฐานได้ แม้ว่ายังไม่มีการฟ้องคดี ในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉินว่าพยานหลักฐานดังกล่าวจะถูกทำให้เสียหาย<br />
สูญหาย ทำลาย หรือมีเหตุอื่นใดที่จะทำให้ยากแก่การนำมาสืบในภายหลัง ได้ (พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาฯ มาตรา 29 และ ข้อกำหนดคดีทรัพย์สินทางปัญญาฯ ข้อ 20-22)</p>
<p>สุดท้ายนี้ผมก็หวังว่าคน<strong>ไทย</strong>จะรักษาสิทธิเสรีภาพกันมากขึ้น และตำรวจ<strong>ไทย</strong>จะสนใจศึกษากฏหมายมากกว่านี้ อย่ารังแกประชาชนนักเลยครับ หวังว่าผู้่มีอำนาจใน <strong>สภ.พระประแดง</strong>จะผ่านมาพบเจอเข้านะครับเพื่อปรับปรุงการทำงาน<strong>ของ</strong>ตำรวจให้ดีขึ้น ปล.ผมจะพยายามดันหน้านี้ให้ขึ้นหน้าหนึ่ง<strong>ของ</strong> google ในคีย์เวิร์ด <strong>สภ.พระประแดง </strong>เผื่อใครมา search หาข้อมูลเกี่ยวกับสถานีตำรวจแห่งนี้จะได้รับรู้เรื่องราวเรื่องเล็ก ๆ นี้ไว้ด้วยครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/%e0%b8%aa%e0%b8%a0-%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>
