เราเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร ?

July 16th, 2009 1 Comment   Posted in เมืองไทย

ช่วงนี้ประเทศเราเคราะห์ซ้ำกรรมซัดเหลือเกิน ทั้งมรสุมทางด้านเศรษกิจ การเมือง ภาคไต้ ไหนจะล่าสุดเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ ชนิดเอ H1N1 หรือไข้หวัดใหญ่ 2009 ซึ่งข้อมูลอัพเดทล่าสุดวันนี้ (16 กรกฎาคม 2552) ประเทศเล็ก ๆ ในเอเซียตะวันออกเฉียงไต้ของเรานี้ ติดอันดับ Topten เป็นที่เรียบร้อย ครับประเทศไทย อยู่ในอันดับที่เจ็ดของผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ 2009 หรือไข้หวัดหมู ของทั้งโลกดีใจไหมครับ เหนื่อยครับเหนื่อยแทนผู้บริหารประเทศ ผู้รับผิดชอบที่เดินมาผิดทางตั้งแต่ต้น.

พอดีไปเจอภาพยนต์โฆษณาของมูลนิธิยุวพัฒน์ ชุดคนไทย เลยอยากเอามาให้ทุกท่านที่หลงเข้ามาใน Blog ของผมนี้ได้ซึมซับ เพื่อความเป็นสิริมงคล แก่ชีวิต ชุดแรกเป็นของ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี (ว.วชิรเมธี) ท่านออกมาเตือนสติ โดยตอบคำถามที่ว่า “เราจะเปลี่ยนประเทศได้อย่างไร ?” ท่านได้แจกแจงสมการพร้อมกับถามคำถามพวกเรากลับดังนี้

  • คุณภาพของประชาธิปไตย = คุณภาพของประชาชน
  • คุณภาพของประชาชน = คุณภาพของปัญญา

ถ้าคุณอยากเห็นประเทศไทยเปลี่ยนแปลง คำถามก็คือ แล้วคุณจะเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวคุณได้บ้าง ?

ตอบกันได้ไหมครับ ? ไปดูภาพยนต์โฆษณาชิ้นนี้กันเลย

จนกว่าจะพบกันใหม่

Notzaa

เมื่อผมต้องสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่ 2009

ที่หาย ๆ ไปไม่ได้อัพเดท Blog เลยช่วงนี้เนื่องจาก ปรับปรุงร้านใหม่ และ ก็ป่วยต่อเนื่องเลยครับ เริ่มป่วยตั้งแต่วันที่ 29 มิถุนายนอาการคือ ไข้สูงทุกสี่ชั่วโมง ทานยาพาราทุกสีัชั่วโมงครับ พอยาหมดฤทธิ์ ก็มีไข้ ต่อเนื่องทั้งวัน แต่ไม่มีอาการแทรกซ้อนอย่างอื่น ไม่เจ็บคอ ไม่มีไข้หวัด เลยนิ่งนอนใจไม่ได้สงสัยว่าจะเป็น ไข้หวัดใหญ่ 2009 แต่อย่างใดเป็นต่อเนื่องมาเป็นเวลาห้าวัน ไม่ยอมหายเสียทีสุดท้ายที่บ้านทนไม่ได้ครับ บังคับให้ไปหาหมอ แต่ผมคิดว่าผมไม่ได้เป็นอะไรถ้าไปโรงพยาบาลเอกชนกลัวว่าจะเสียค่าพาราซะเปล่า ๆ เลยลากสังขารไปโรงพยาบาลประจำจังหวัด โรงพยาบาลสมุทรปราการครับ โรงพยาบาลรัฐ ทันสมัย งบเพียบ หมอเยอะ ไปตอนสามทุ่ม ได้ตรวจจริงเที่ยงคืน มีหมออยู่คนเดียว ตอนซักประวัติ บอกพยาบาลว่า เป็นมาห้าวันล่ะพอเอกสารถึงมือหมอ หมอบอกว่าเราเป็นมาสองวัน อะไรกันเนี้ยะ สื่อสารผิดได้ไง หมอให้สูดลมหายใจเข้ายาว ๆ หนึ่งครั้ง ออกหนึ่งครั้ง แล้วก็ฟังเสียงหัวใจ สงสัียว่าเสียงหัวใจผมมันสามารถบอกได้ว่าจะต้องจ่ายยาอะไรบ้าง สุดท้าย เที่ยงคืนครี่งผมได้ยามาสามตัว

  1. Paracetamol 500 mg.
  2. Bromhexine 8 mg.
  3. Clarityne 10 mg.

อยากบอกว่าหมอครับ ถ้าผมถ่อมาโรงพยาบาลแล้วได้ยาหยังงี้ผมไม่ต้องมาหรอกครับ ที่บ้านผมมีครบเลย ที่มานี่อยากให้ตรวจเลือดให้หน่อยเพราะสงสัยว่าจะมีอาการไข้หวัดตัวใหม่ที่เขากลัวกันทั้งโลก แต่ว่าคนไทยบอกชิว ๆ แต่ไม่สามารถบอกได้เนื่องจากสงสารคนที่รอคอยต่อจากผมอีกห้า หกสิบคนไม่อยากเรื่องมากปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นอย่างนั้นเอง ดันไม่ไปโรงพยาบาลเอกชนเองทำไงได้

สุดท้ายต้องมานอนระทมที่บ้าน แล้วก็ทอดถอนใจกับนโยบายป้องกันโรคแบบไทย ๆ กินของร้อน ใช้ช้อนกลาง ล้างมือสม่ำเสมอ พี่ครับขนาดผมไม่รู้อะไรมากผมยังรู้เลยว่า เชื้่อหวัดเนี่ยมันติดต่อทางอากาศ ไอ จาม แล้วพี่ไม่คิดบอกให้ผมปิดจมูกซักหน่อยหรือครับ เหมือนพี่บอกให้ผม ล้างมือก่อนมีเซ็กส์ แล้วไม่ต้องใส่ถุงยาง แล้วมันจะป้องกันเอดส์ได้ไหมครับ

ปล. ณ.วันที่ผมเขียน Blog นี้สื่อบอก ตายไปแล้วเจ็ด ขอไว้อาลัยแด่เพื่อนมนุษย์ ที่ไม่สมควรตายด้วยครับ ถ้าเรามีนโ่ยบายสุขภาพที่มันดีกว่านี้ ถ้ารัฐบาลไม่ห่วงภาพลักษณ์ เกี่ยวกะการท่องเที่ยว ปิดประเทศ งดกิจกรรม Activity ทั้งหลาย ที่ให้มนุษย์มารวมกันเยอะ ๆ เหมือนที่ญี่ปุ่น และ แมกซิโกทำ ตั้งแต่เนิ่น ๆ งดคอนเสริต ทงบังชิงกิ ที่เป็นแหล่งแพร่เชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ ชนิด A H1N1 และเลิกตีกันในพรรคร่วมรัฐบาล เลิกตีกันเองในประเทศ แล้วหันมาพัฒนาประเทศแบบจริง ๆ จัง ๆ เสียที

สุดท้ายนี้ขอบอกว่า นายกครับท่านทำดีแล้วครับ ท่านขยันและตั้งหน้าตั้งตาทำงานดีครับ แต่ท่านเกิดผิดที่ อยู่ผิดพรรค เป็นผู้นำผิดประเทศ เมื่อปลอดการเมืองน้ำเน่าเที่เป็นอยู่ในประเทศของผมนี่ ถ้าท่านอยู่อเมริกาแล้วตั้งใจทำงานอย่างนี้ โอบามาร์คคงเทียบเท่า โอบาม่าได้สบายเลยครับ

จนกว่าจะพบกันใหม่

Notzaa