จิตวิทยาการเขียนรีวิวสินค้า Amazon สำหรับ หมวด Customer Reviews

สิงหาคม 19th, 2010 9 Comments   Posted in Amazon

วันนี้ผมมี Amazon เทคนิคจากเพื่อนผมคนเดิมจากไทยเสียวบอร์ดมาฝากอีกแล้วครับ

Amazon เทคนิค] จิตวิทยาการเขียนรีวิว สำหรับ หมวด Customer Reviews
ในตลาด Amazon ตอนนี้ มีหลาย Script ที่มีคุณสมบัติ ที่สามารถใส่ Customer Reviews Article ได้

หลายคนถามว่า ทำไมต้องใส่เองด้วย ในเมื่อ API มันก็มีข้อมูลส่วนนี้ ให้ใช้อยู่

จิตวิทยาเขียนรีวิวสินค้า
จริง ๆ มันก็คือว่า ข้อมูลพวกนั้น ที่มากับ API มันเป็นข้อมูลที่ ใคร ๆ เขาก็ใช้กัน คนที่ต้องการซื้อสินค้า เมื่อใส่คำค้นหาลงไป ก็จะพบว่า มีเว็บที่ขายของจากอเมซอน
ขึ้นมาเป็นอันดับต้น ๆ เกินกว่า 70%  นั่นจึงเป็นคำตอบว่า ทำไมเราต้องขวนขวายให้ได้มาซึ่งอันดับที่ 1 หรืออันดับต้น ๆ ก็เพราะว่าส่วนหนึ่งมาจาก
เมื่อเขาเปิดดูเว็บที่ 1 แล้ว เก็บข้อมูลใส่สมอง  จากนั้นจึงมาเปิดเว็บดูในอันดับถัดไป และเก็บข้อมูลใส่สมอง จากนั้นก็อันดับถัด ๆ  ไป

หากพบว่า ยิ่งอ่านไป ๆ ก็เจอแต่ข้อมูลซ้ำ ๆ หน้าเดิม ๆ รีวิวเดิม ๆ Comment แบบเดิม ๆ ความรู้สึกในมุมมองของผู้ใช้ ของเว็บที่อยู่ในอันดับท้าย ๆ คือ เว็บขยะ หรือเว็บไร้คุณภาพ
เพราะเขาจะรู้สึกโดยอัตโนมัติว่า เออ… ไปลอกเขามานี่หว่า… ถึงแม้ว่าเว็บอันดับต้นมันก็ลอกเขามาก็ตาม ดังนั้นหากเว็บเรา ตามอันดับเขาอยู่ ก็แนะนำว่า ควรเขียน Reviews เองครับ….

ดังนั้น หากคิดจะเขียน Customer Reviews ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมก็มี แนวทางแนะนำดังนี้ครับ

  1. เริ่มจาก เล่าประสบการณ์แย่ ๆ จากการใช้สินค้าตัวอื่นมานิด ๆ หน่อย ๆ เช่น
  2. “….. เมื่อหลายเดือนก่อน ผมรู้สึกผิดหวัง กับ ทีวี ยี่ห้อ …… มากเนื่องจากมันไม่ตอบสนองการใช้งานของผม  และมัน … บลา  ๆ ๆ ๆ ”

  3. เริ่มตีหัวเข้าบ้าน
    “……. แต่เพื่อนของผมบอกให้ลองพิจารณาทีวี รุ่น… ยี่ห้อ…. และผมก็ตัดสินใจหาข้อมูลอยู่นาน…..”
  4. เริ่มขายของ
    “…… และเมื่อผมได้มันมาในครอบครอง ครั้งแรกผมประทับใจในรูปแบบการดีไซน์ที่สวยงามและน่าหลงไหล…..”
  5. ยาวไป ๆ
    ” …… และผมยังพบว่า มันตอบสนองการใช้งานของผมได้เป็นอย่างดี มันสามารถทำ นั่น นี่ นู่น และ โน่น…. ได้อย่างฉับไว …. ใส่ข้อมูลไปเยอะ ๆ “
  6. โม้ข้อดีของการมีไว้ (นึกถึง ทีวีขายของตอนดึก ๆ)
    “…. มันช่วยให้ลูก ๆ ผมอยู่ติดบ้าน และเราเป็นครอบครัวอีกครั้ง ภรรยาผม ได้ดูทีวีซีรี่ย์โดยไม่บ่นอีกเลย เพื่อน ๆ ผมก็แวะเวียนมาดูฟุตบอลบ่อย ๆ บ้านเราก็กลายเป็นที่รักของชุมชน แถมผมยังสามารถใช้ต่อ Computer ท่องโลก Cyber ในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผมซื้อเครื่องนึงให้แม่ยาย ภรรยาผมประทับใจมาก และ แม่ยายก็ไม่ค่อยมาหาเราเหมือนแต่ก่อน (อันนี้ท่านก็ใส่ไปนะครับ)”
  7. สุดท้ายปิดการขาย
    “…. ไม่น่าเชื่อว่าทั้งหมดผมซ์้อมาในราคาแค่ …..$ จากร้าน…… หรือ ตาม link นี้ (ได้โปรดอย่าเอา Link นี้ไปเผยแพร่นะรู้แค่คุณกับผม – แน่ะ มีทำให้ดูลึกลับซะด้วย) ผมคิดว่า เจ้าทีวี…. เป็นของที่ทุกคนต้องมีไว้ติดบ้านเลยนะครับ (A must have item) เป็นประสบการณ์ที่ดีมาก หากคุณจะมีไว้ซักเครื่องนึง

ลงชื่อ… จอร์จ….
ครับ ดูเหมือนตลก แต่ใช้ได้จริงครับ เชื่อผม
/ก้อง
ย้ำอีกทีว่า Customer Reviews   ไม่ใช่  Product Descriptions นะครับ มันคนละอันกัน

Amazon และ ฤดูกาล

กรกฎาคม 4th, 2010 5 Comments   Posted in Amazon

การเลือกตลาดของสินค้า ที่เราจะขายใน Amazon นั้นผมได้เอ่ยถึงไปบ้างแล้ว ในบทความ “การวิจัยตลาดเพื่อขายสินค้ากับ Amazon”

ในบทความที่เคยเขียนไว้ได้กล่าว คร่าว ๆ กว้าง ๆ ถึงการวิเคราะห์และวิจัยตลาดโดยทั่วไป

สำหรับบทความนี้ผมจะมากล่าวถึงการลงลึกลงไปเลือกตลาดในการขายสินค้า

การเลือกตลาดโดยทั่ว ๆ ไปนั้น พอจะจำแนกได้กว้าง ๆ คือ

  1. ตลาด Mass หรือตลาดที่มีการแข่งขันสูง
  2. ตลาด Niche หรือตลาดเฉพาะกลุ่ม ตลาดที่มีความจำเพาะเจาะจงสูง มีรูปแบบสินค้าและบริการตายตัว Keyword ของตลาดพวกนี้ก็จะเป็นคีย์เวิร์ดยาว ๆ จำเพาะเจาะจงระบุรุ่น หรือยี่ห้อของสินค้า
  3. ตลาดตามฤดูกาล ตลาดแบบนี้คือตลาดเฉพาะช่วงเวลาหรือเทศกาลต่าง ๆ ซึ่งโดยธรรมชาติของตลาดแบบนี้จะอยู่ในรูปแบบของ ความจำเป็น ในการใช้สินค้ามากกว่า ความต้องการ (ถ้าเปรียบเทียบตามหลักการตลาด ซึ่งเราต้องวิเคราะห์หาความจำเป็น และความต้องการของมนุษย์ เพื่อหาสินค้ามาตอบสนอง)

ตลาดตามฤดูกาลเป็นตลาดที่ผมสนใจและ มี คีย์เวิร์ดอยู่ในครอบครองมากที่สุด จริงอยู่เมื่อหมดฤดูกาลแล้วสินค้ากลุ่มนี้จะขายไม่ได้ เราจำเป็นต้องหาสินค้าของ ฤดูกาลหรือเทศกาลใหม่ ๆ มารองรับอีกเพื่อให้เราขายได้ตลอดทั้งปี

แต่ผมพบความจริงที่ว่าการทำตลาดแบบนี้ จะเหนื่อยแค่ปีแรก เพราะเมื่อเราได้คีย์เวิร์ดมาครอบครองแล้วเมื่อปีหน้า ฤดูกาลหรือเทศกาลนั้น ๆ มาถึงอีก เราก็ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่นั่งดูสินค้าที่มันถูกขายออกไปเรื่อย ๆ ก็เท่านั้น

แล้วคุณล่ะมองสินค้าอะไรไว้รองรับฤดูกาลของอเมริกาที่เปลี่ยนไปทั้งปีบ้างหรือยัง

หารายได้กับ Amazon ด้วย Twitter.com

มกราคม 9th, 2010 7 Comments   Posted in Amazon, Twitter

บทความหน้าผมจะมาไขให้ครับว่า ต้องทำยังไง หาิเงินยังไงจากหน้า Amazon Bestseller ที่สำคัญไม่ต้องควักกะตังค์สักแดงเดียว ไปล่ะสวัสดีครับ

ด้านบนคือคำสัญญาจากหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง ซึ่งเค้ากล่าวไว้ตอนเขียนเรื่อง รู้จักกับ Amazon Bestseller แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เขียนสักที จนมีเสียงติงจากแควน ๆ ว่า

ปล.คุณนอทยังติดเรื่อง “หาิเงินยังไงจากหน้า Amazon Bestseller” ยังไม่ได้เขียนต่อเลย รออ่านอยู่นะคะ

และแล้วเค้าคนนั้นก็รู้สึกผิด และขอยอมรับผิดเนื่องด้วยว่าผมลืมจริง ๆ ลืมแบบไม่ต้องสงสัยเลย มา ๆ และวันนี้โอกาสอำนวยแล้วเนื่องจากผมเพิ่งเขียนบทความเรื่อง  การวิจัยตลาดเพื่อขายสินค้ากับ Amazon และมีส่วนหนึ่งกล่าวไว้ว่า “หลังจากอ่านจนเข้าใจได้ระดับหนึ่งแล้ว ผมแนะนำให้ถกแขนเสื้อเข้าไปลุยป่า Amazon เลยครับ โดยให้เน้นไปที่ Amazon Bestseller นั่นล่ะครับ เข้าไปดูมันทุกหน้า ไปวิเคราะห์ ดูว่าเค้าซื้อสินค้าอะไรกัน อะไรที่มันขายดี ในช่วงเวลานั้น ๆ”

ไหน ๆ เพื่อน ๆ ก็จำเป็นต้องถกแขนเสื้อลุยป่า Amazon แล้วและจำเป็นต้องใช้เวลาอยู่กับ มันนานเสียด้วยกว่าจะเข้าใจมันอย่างถ่องแท้ คงจะดีไม่น้อยถ้าเราสามารถหารายได้จากการเสียเวลาตรงนี้ได้

แต่มันก็มีข้อเสียอยู่บ้าง คือเพื่อน ๆ จะต้องเสียเวลาเพิ่มอีกนิดหน่อย แต่ผมว่าถ้ามีรายได้เข้ามาบ้างพอเป็นกำลังใจ แม้จะแค่ $1 แต่ถ้ามันเป็นชิ้นแรกแล้วละก็ ความรู้สึกจะเหมือนเพื่อน ๆ ขาย HDTV ได้หนึ่งตัวทีเดียว ผมรับประกัน

พระเอกของรายการนี้คือ Twitter.com ครับ

หารายได้กับ Amazon ด้วย Twitter.com

  • ก่อนอื่นเพื่อน ๆ ต้องมีบัญชีกับ Twitter ก่อนครับ วิธีการสมัคร Twitter.com และควรจะมีคน follow เพื่อน ๆ พอสมควร การหา follow Twitter
  • ล๊อคอินเข้า Amazon Associates ให้เรียบร้อยครับ
  • เพื่อความสะดวกให้ล๊อคอินเข้าหน้า Twitter ของเราไว้ให้เรียบร้อยด้วยครับ
  • เสร็จแล้วให้มาหน้า Amazon Bestseller หลังจากนั้นก็เป็นเวลาศึกษาเทรน และดูว่าคนอเมริกาเค้าซื้ออะไรกันในช่วงเวลานั้น ๆ ซึ่งตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากให้เพื่อน ๆ ทุกคนทำความเข้าใจกับมันให้ได้ ถ้าคุณเข้าใจ Bestseller ของ Amazon แล้วล่ะก็ ความสำเร็จกับ Affiliate เจ้านี้ก็อยู่แค่เอื้อม แต่ตอนนี้เราจะฉวยโอกาสในการศึกษา หาความรู้นี่ล่ะ มาฉวยโอกาสหารายได้กัน
  • เมื่อเลือกสินค้าที่ต้องการใน Amazon Bestseller ได้แล้ว ให้มองที่เมนูด้านบนในแถบของ Site Stripe เราจะเห็น ไอคอน Share on Twitter ใ้ห้คลิ๊กที่ปุ่มนั้นได้เลย (สำหรับหลักการหาสินค้าและศึกษา Amazon Bestseller นั้นผมได้เขียนไว้แล้วครับ )

    หารายได้กับ Amazon ด้วย Twitter.com

  • หน้าต่างใหม่จะถูกเปิดขึ้นมา และถูกพาไปหน้า Twitter ของเราที่ล๊อกอินไว้โดยอัตโนมัติครับ แ่ละในส่วนนี้จะมีรายละเอียดสินค้าสั้น ๆ และลิงค์กลับมาที่ Amazon ไว้ให้เราเรียบร้อย ถ้าไม่ต้องการเพิ่มเติมอะไร ก็สั่งอัพเดทได้เลย
    แต่ในตัวอย่างผม จะใส่ข้อความโฆษณาเข้าไปหน่อยนึงเพื่อความน่าซื้อครับ “Buy at Amazon! Qualified orders over $25 ship free” ประมาณว่าถ้าซื้อกับอเมซอนด้วยราคาที่มากกว่า $25 ส่งฟรี ตรงนี้เป็นหลักการตลาดง่าย ๆ ครับ เมื่อแต่งหน้าทาปากแล้วผมก็จะ Update แล้วก็รอว่าจะมีคน Order กลับแล้วครับ

    หารายได้กับ Amazon ด้วย Twitter.com

เป็นไงครับง่ายไหมเอ่ย หลังจากนั้นก็ ย้อนกลับไปดูที่ Amazon Bestseller ใหม่ มีอะไรน่าสนใจก็เอามาอัพเดทอีก ทีนี้เวลาที่เพื่อน ๆ หาความรู้ศึกษาเทรน กับ Amazon เพื่อเลือกสินค้ามาทำตลาดอย่างจริง ๆ จัง ๆ ก็ไม่เสียเปล่าแล้วครับ

มีทริคอยู่นิดหนึ่งว่าเวลาเพื่อน ๆ จะอัพเดทสินค้าขึ้นทวิตเตอร์ควรเป็นช่วงที่คนอเมริกากำลัง ท่องอินเตอร์เน็ตกัน และเป็นช่วงเวลาที่ เค้าอยากซื้อสินค้าครับ กระซิบนิดหนึ่งว่าเวลาอเมริกา ต่างกับไทย กลางวันเป็นกลางคืน กลางคืนเป็นกลางวัน แล้ว+ ไป 3 ชั่วโมงครับ

สวัสดีครับ

วิธีหา Follow Twitter

มกราคม 8th, 2010 11 Comments   Posted in Twitter

อย่างที่ผมบอกไว้ว่า

การที่เราจะประสบความสำเร็จ กับการหาหมากกะตังค์ กับ Twitter นั้น ขึ้นอยู่ว่าจะมีคนมา Follow เรา หรือติดตามเรามากแค่ไหน และคนกลุ่มนั้นควรเป็นเป้าหมายของเราด้วย

และตอนนี้เราก็สมัคร Twitter แล้ว Twitter ที่ได้มาจะไม่มีประโยชน์อันใดเลย เนื่องจากไม่มีคน Follow และเงื่อนไขการ Follow ก็จำเป็นเสียด้วยว่าต้องเป็นกลุ่มเป้าหมาย เพื่อความสำเร็จโดยเฉพาะขายสินค้า

และเจตนารมณ์ที่ ผมสอนเพื่อน ๆ สมัคร Twitter นี้ก็เพราะเป็นการใช้หนี้ที่ค้างไว้ เนื่องจากรับปากไว้ว่าจะสอนหาเงินกับ Amazon Bestseller ในขณะที่ศึกษาเรียนรู้มัน เอาล่ะ เรามาหาคน Follow Twitter เรากันดีกว่า

พระเอกของเราในวันนี้คือเว็บไซต์ Twellow.com Twellow.com เป็นเหมือนสมุดหน้าเหลืองของ Twitter เว็บไซต์นี้จะมีรายชื่อมากมาย เราสามารถเลือกได้ว่า อยากได้กลุ่มคนที่สนใจเรื่องไหน อาชีพอะไร อยู่ภูมิภาคไหน ประเทศอะไร ที่สำคัญ มันทำให้เรา Follow ง่ายและฟรี !! ยิ่งมีเครื่องมือ ยิ่งเทพ + แจ่ม มาดูวิธีการกันเลย

วิธีหาFollow Twitter ด้วย Twellow.com

  • ก่อนอื่นต้องมี Twitter Account ก่อน ถ้าไม่มี ที่นี่ วิธีสมัคร Twitter.com
  • และต้องสมัครสมาชิกับ Twellow.com ให้ไปที่ www.Twellow.com แล้วมองหา Register for FREE ทางด้านขวามือ ให้คลิ๊กแล้วจะมีหน้าต่าง ป๊อปอัพให้กรอกรายละเอียด

    วิธีหา Follow Twitter

    วิธีหา Follow Twitter

  • กรอก Twitter Username ,Twitte Password,Email Address เสร็จแล้วคลิ๊กที่ Register เลยครับ (ก่อนสมัครต้องโพสแรกบน Twitter ซะก่อนครับ Hello ก็ได้)
  • เมื่อรีจิสเตอร์เรียบร้อยให้คลิ๊กที่แท๊บ All Categories ด้านบน แล้ว Twellow จะพาเรามาที่หน้า All Twellow Categories
  • ให้เลือกหัวข้อที่คิดว่าตรงกับเรามากที่สุดแล้วคลิ๊กที่ Addme เพื่อ Add Profile ของเราเข้าใน Categories เวลาที่มีคนมาหาข้อมูลใน Twellow โดยเลือกตาม Categories จะเจอโปรไฟล์ของเราเพื่อ Follow ในที่นี้อาจเป็นลูกค้าของเราในอนาคตก็ได้ อย่างผมเลือก Consumer Product,Electronics Product และอื่น ๆ (เลือกได้หลาย Categories ครับ)

    วิธีหา Follow Twitter

    วิธีหา Follow Twitter

และตอนนี้ก็ถึงขั้นตอนสำคัญที่สุด คือการ Follow Twitter คนอื่น เพื่อรอให้มีคนตาม Follow เรากลับ โดยปกติ Twitter จะอนุญาติให้เรา Follow คนอื่นได้ 2,000 Follow

โดยการ Follow คุณจะสามารถ Follow ตาม Categories ก็ได้ โดยให้ใช้หลักการตลาดเข้ามาช่วย ให้คิดว่าคนกลุ่มไหนน่าจะซื้อสินค้าเรามากที่สุด

อีกแบบหนึ่งคือ Follow ตามภูมิภาคโดยผมจะใช้แบบนี้ซะเป็นส่วนมากครับ แต่จริง ๆ ก็ใช้ทั้งสองแบบ เพราะว่าเราหวังให้คน Follow เรากลับซึ่งไม่สามารถกำหนดได้ มาดูวิธีการ Follow กันเลยครับ

  • ให้ใช้ช่องเสริชด้านบน โดยใส่ ข้อความที่ต้องการเข้าไป ตัวอย่างของผมต้องการคน Follow จาก สหรัฐอเมริกาเท่านั้นก็ใช้ USA ครับ แล้วก็เสริชเลยเสร็จแล้วจะมีปุ่ม Follow ด้านข้าง ก็กด Follow ได้เลยครับ ง่ายมาก ๆ ยิ่งใช้ iMacro ด้วยนะ ปรึ้ด ๆ เร็วมาก ๆ

    วิธีหา Follow Twitter

    วิธีหา Follow Twitter

มีทริคนิดนึงสำหรับผมจะไม่ฟอลโล่คนที่อยู่หน้าแรก ๆ หรอกครับรู้สึกว่าจะเป็นคนดังไปหน่อย ไม่กล้า ผมจะเริ่มฟอลโล่ หน้าที่ 50 ขึ้นไปนู่น
เมื่อ Follow เสร็จแล้วก็รอคน Follow กลับ มากน้อยขึ้นอยู่กับว่าคุณอัพเดทเนื้อหาบ่อยแค่ไหน และต่อไปก็เริ่มโพสสินค้า Amazon เพื่อรอรับค่าคอมมิสชั่นได้เลย

วิธีการเลือกสินค้า Amazon

มกราคม 6th, 2010 13 Comments   Posted in Amazon

วันนี้เรามาว่ากันเรื่อง การเลือกสินค้า Amazon กันดีกว่า ว่าเราควรขายสินค้าตัวไหน ตลาดไหน ช่วงเวลาไหน ก่อนอ่านบทความนี้ผมอยากให้ย้อนไปอ่านบทความเรื่อง รู้จักกับ Amazon Bestseller กันก่อน

เรื่องการทำความรู้จักกับ Amazon Bestseller นั้นเป็นสิ่งจำเป็นถึงจำเป็นมากที่สุดในการทำตลาดขายสินค้ากับ Amazon เนื่องจาก Bestseller จะบอกให้เรารู้ได้ว่า เค้านิยมซื้ำอสินค้าอะไรกันในช่วงเวลานั้น ๆ แต่ Amazon Bestseller ก็ยังไม่ใช่ที่สุดของการเลือกหาสินค้ามาทำตลาด มาโปรโมตเนื่องจากยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายในการเลือกสินค้าที่ทำเงิน

สำหรับวิธีการเลือกสินค้าที่ทำเงินใน Amazon.com นั้นผมมีแนวทางหลัก ๆ คือ

  • สินค้านั้น ๆ ต้องเป็นที่ต้องการของตลาด คือเราจำเป็นจะต้องเลือกสินค้าที่มีคน ค้นหา และมีคนซื้อ และการซื้อนั้น ๆ จะต้องเกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ต
  • สินค้านั้น ๆ ต้องมีคู่แข่งที่ไม่เยอะจนเกินไป ซึ่งข้อนี้จะคัดง้างกับข้อแรกอย่างรุนแรง เนื่องจากสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาด ก็จำเป็นต้องมีคู่แข่งมากตามไปด้วย แต่เนื่องจาก Amazon มีสินค้าให้เลือกทำตลาดมากมายเหลือเกิน จึงไม่เป็นการยากเกินไปนัก ที่จะหาสินค้าที่เข้าหลักเกณฑ์ทั้งสองข้อได้ ก็คือสินค้าที่เป็นนิช คือ มีคนค้นหา มีคนซื้อ และที่สำคัญ คู่แข่งน้อย
  • สินค้าต้องมีราคาถูก หรือไกล้เคียงกับเว็บไซต์อื่น ๆ และเงื่อนไขในการส่งสินค้าต้องรวดเร็ว มีสินค้าอยู่ในสต๊อค (หลัง ๆ นี่ผมพบปัญหาบ่อยคือสินค้า ที่ถูก Order มาค้างไว้ แต่ไม่ถูกส่งออกไปให้ลูกค้า ทำให้เราไม่ได้ค่าคอมมิสชั่น)
  • สินค้านั้น ๆ จะต้องเป็นสินค้าที่ “ถูกที่ ถูกเวลา” ยกตัวอย่างเช่น ขณะนี้เป็นหน้าหนาวของฝั่งอเมริกา หิมะตก ผมจะไม่สนใจร้านขายกล้องถ่ายรูปเ่ลย เนื่องจากผมเข้าใจว่า คงไม่มีใครมีอารมณ์ท่องเที่ยวสักเท่าไร และความต้องการในการซื้อกล้องถ่ายรูปก็คงน้อยตามไปด้วย ดังนั้นถ้าร้านขายกล้องถ่ายรูปจะขายไม่ได้ผมก็จะปล่อยมัน เอาเวลาไปทำ SEO ให้กับร้านขายรองเท้าใส่ลุยหิมะดีกว่า (ตัวอย่างเท่านั้นนะครับ)

และการเลือกสินค้า Amazon ยังแบ่งแยกย่อยได้อีกสามกลุ่มด้วยกันคือ

  1. สินค้าราคาถูก กลุ่มสินค้าพวกนี้จะเป็นสินค้าประเภท CD,DVD,หนังสือ,ของใช้ในบ้าน ราคาไม่ถึง 100 USD สินค้าในกลุ่มนี้จะขายค่อนข้างง่าย และขายได้เยอะ โดยที่จะทำตลาดสินค้ากลุ่มนี้เพื่อเร่งจำนวนสินค้า เพื่อให้ค่าคอมมิสชั่นที่ได้มีค่าสูงขึ้น เนื่องจาก รูปแบบของ เปอร์เซ็นต์ ค่าคอมมิสชั่นของ Amazon จะจ่ายแบบเป็นลำดับขั้น กล่าวคือ Amazon จะเพิ่มค่าคอมมิสชั่นให้ตามจำนวนสินค้าที่ขายได้ โดยไม่สนใจว่าสินค้านั้น ๆ จะมีราคาเท่าไร โดยการคิดค่าคอมมิสชั่นจะเริ่มต้นที่ 4% – 8.5% ่ของราคาสินค้า ดังตารางด้านล่าง

    Referral-fee Rates Amazon

    Referral-fee Rates Amazon

  2. สินค้าราคาแพง แต่ไม่ใช่สินค้าที่เป็น Electronic Product สินค้าที่ขายราคาจะประมาณ $150 ขึ้นไป สินค้ากลุ่มนี้จะขายยากหน่อย แต่ถ้าขายได้ในขณะที่คอมมิสชั่นเราอยู่ในเรทสูง ๆ ล่ะก็หายเหนื่อยเลยครับ
  3. สินค้าประเภท Electronic Product โดยสินค้าประเภทนี้จะจ่ายค่าคอมมิสชั่นแบบ Classic Fee Structure กล่าวคือจะจ่ายค่าคอมมิสชั่นเพียง 4% ตายตัวไม่มีเพิ่มแม้ว่าจะขายสินค้ากี่ชิ้นก็ตาม แต่ข้อดีของสินค้ากลุ่มนี้คือเป็นสินค้าที่ขายง่าย ขายออกเร็วส่งเร็ว ถึงแม้ว่าไม่มีลุ้นกับค่าคอมมิสชั่นที่มากขึ้น ผมก็ยัีงต้องขายมันอยู่ดี

สำหรับผมแล้วผมเลือกทำสินค้าทั้งสามตลาดครับ ให้สินค้าราคาถูกเพิ่มคอมมิสชั่นให้เรา และให้สินค้าราคาแพงทำยอดเงินต่อชิ้น สุดท้าย สินค้าอิเล็กทรอนิคส์ ที่ยังไงก็ขายได้ ..

    การวิจัยตลาดเพื่อขายสินค้ากับ Amazon

    มกราคม 5th, 2010 27 Comments   Posted in Amazon, Basic SEO
    Market Research

    Market Research

    หลังจากเงียบหายไปนานเนื่องจากขี้เกียจ และเป็นวันหยุดยาวช่วงปีใหม่หัวมันเลยว่าง ๆ ไม่มีอะไรจะมาแบ่งปัน เพื่อน ๆ ซะทีจนกลัวว่า แควน ๆ ที่มีอยู่น้อยนิดจะหลีกหนีตีจากไปอ่านบทความเว็บไซต์ให้ความรู้อื่น ๆ ซะหมด ตอนนี้ชาร์ตแบตได้พอสมควรแล้ว เลยมาอัพเดทบทความซะหน่อย.

    เนื่องจากเดือนที่แล้ว (ธันวาคม 2552) ผมแอบเอายอดรายได้ผมไปโม้ทิ้งไว้ แล้วมีเพื่อน ๆ ในบอร์ดแอบ PM มาถามเทคนิคและวิธีการกันอย่างมากมาย หลังจากตอบ ๆ ไปบ้างเลยคิดว่า เอามาเขียนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยดีกว่า จะได้เก็บไว้อ้างอิง และเมื่อมีคนมาถามอีกก็ไล่ให้มาอ่านบทความนี้ซะหมดเรื่องไป

    มีมือใหม่ซิง ๆ ขนาดที่ว่ายังไม่มี Associates ID ของ Amazon เลยมาถามผมว่า หลังจากมี Associates ID ของ Amazon แล้วจะทำยังไงต่อไปดี ?

    ผมเชื่อว่าเป็นคำถามที่อยู่ในใจของมือใหม่หลาย ๆ คนเนื่องจากว่าเป็นอาการที่เรียกว่า “ตัน” ของมือใหม่ คงจะดีไม่น้อยถ้ามีใครสักคนที่หน้าตาดี ๆ เขียนทิ้งไว้ในอินเตอร์เน็ตเป็นไกด์ไลน์สำหรับมือใหม่ อย่ากระนั้นเลยไอ้ผมมันคนหน้าตาดีก็ขอรับตำแหน่งนี้ไว้ล่ะกัน

    หลังจากที่คุณตัดสินใจแล้วว่าจะหาเงินกับการเป็นตัวแทนขายสินค้าของ Amazon แล้วก็แนะนำให้ไปสมัคร ขอรับ Associates ID ของ Amazon ไว้ได้เลย วิธีการสมัครก็ที่นี่ครับ วิธีการสมัคร Amazon Associates

    หลังจากสมัครเรียบร้อยแล้วผมแนะนำให้คุณไปอ่านบทความนี้ต่อ รู้จักกับ Amazon Bestseller

    หลังจากอ่านจนเข้าใจได้ระดับหนึ่งแล้ว ผมแนะนำให้ถกแขนเสื้อเข้าไปลุยป่า Amazon เลยครับ โดยให้เน้นไปที่ Amazon Bestseller นั่นล่ะครับ เข้าไปดูมันทุกหน้า ไปวิเคราะห์ ดูว่าเค้าซื้อสินค้าอะไรกัน อะไรที่มันขายดี ในช่วงเวลานั้น ๆ

    หลังจากวิ่งอยู่ใน Amazon Bestseller จนเข้าใจทะลุ ปรุโปร่งแล้ว (ย้ำนะครับว่าเข้าใจทะลุปรุโปร่ง สำคัญมาก) ขั้นตอนต่อไปเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดของการทำเงินกับ Amazon หรือว่า Affiliate ทุกเจ้า คือการวิจัยตลาด (Market Research) นั่นเอง

    การวิจัยตลาด (Market Research) คือการค้นหาความต้องการของผู้บริโภค เพื่อที่เราจะได้ค้นหาสินค้าและบริการมาตอบสนองความต้องการนั้น ๆ

    สำหรับมือใหม่แล้วจะไปพะวงกับการค้นหาสินค้ามาขายมากกว่า คำถามที่ผมได้รับบ่อย ๆ จากเพื่อน ๆ ก็คือขายสินค้าอะไรดี สินค้าที่ขายก็นิช (Niche)แล้วนะ ทำไมขายไม่ได้ ผมก็ได้แต่แนะนำไปว่าให้ดูเรื่อง Keyword ดี ๆ และก็มีคำถามต่อมาอีกว่าแล้วจะหา Keyword ยังไงล่ะ ใช้เครื่องมืออะไรช่วยหา แล้วต้องดูคู่แข่งสักเท่าไรดี ถึงจะพอทำ SEO สู้เค้าได้

    ก็เลยยกมาตอบรวม ๆ ในบทความนี้เลย การหาคีย์เวิร์ด ก็คือการทำ Market Research นั่นเอง

    จริง ๆ แล้วการทำวิจัยตลาด หรือ Market Research ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากซับซ้อนอะไรเลยมันคือกระบวนการเก็บรวบรวม วิเคราะห์ ตีความ และรายงานข้อมูลทางการตลาด ซึ่งจะเกี่ยวเนื่องไปถึง ความสนใจในสินค้าของผู้บริโภค,ความสนใจในสินค้าของช่วงเวลาหนึ่ง ๆ ,ความนิยมของตัวสินค้าโดยรวม,คู่แข่งทางการค้าหรือผู้ที่ขายสินค้าแบบเดียวกับที่เราขายอยู่,ความต้องการของสินค้าในตลาดที่เราจะเล่น

    วิธีหาข้อมูลสำหรับการวิจัยตลาดที่ง่ายที่สุด ก็คือการหาแหล่งข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าที่เราจะขายใน internet เช่น เว็บไซต์เจ้าของสินค้า เว็บไซต์รีวิวสินค้า หรือแม้แต่กระทั่งเว็บขายสินค้าคู่แข่งของ Amazon เองก็ตาม

    อีกที่หนึ่งไม่ควรมองข้ามในการวิจัยตลาด ก็คือเว็บบอร์ดที่มีการพูดคุย เกี่ยวกับสินค้าที่เราจะนำมาขาย ยกตัวอย่างเช่น เราอยากขายสินค้าเกี่ยวกับ อุปกรณ์กีฬาเทนนิส ก็ไปหาข้อมูล ตามเว็บบอร์ดที่พูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวของกีฬาเทนนิส หรือเว็บข่าวต่าง ๆ ซึ่งจะทำให้เรารู้เกี่ยวกับแนวโน้ม และทิศทางของตลาด ความต้องการของตลาด รวมไปถึงเทรนด์ของสินค้าที่จะขายในช่วงเวลานั้น ๆ กรณีนี้ผมยังมีร้านที่ทำเงินทุกวัน เนื่องจากได้ข่าวว่าสินค้าที่จะขายจะออกรุ่นใหม่มา ผมจึงรีบไปจดโดเมนไว้ก่อน เมื่อสินค้าออกมาแล้ว ร้านค้าร้านนั้นของผม ก็อินเด็กซ์ ใน Search Engine พอดี ผลปรากฏว่าผมขายออกทุกวันเป็นเดือน ๆ

    ผมมีตัวอย่างของเว็บที่ผมจะแวะเวียนไปหาสินค้าใหม่ ๆ อยู่เสมอ ๆ เช่น

    • http://news.google.com
    • http://news.yahoo.com
    • http://pulse.ebay.com

    หวังว่าบทความนี้คงจะเป็น แนวทางให้มือใหม่ที่ยังหาทางไปต่อไม่เป็นหรือ เกิดอาการที่เรียกว่า “ตัน”

    ร่ำรวย ร่ำรวย ครับ

    อ้อ ยอดรายรับเดือน ธันวาคมของผมคือ 1,864 USD หรือ ประมาณ 63,000 บาท ไม่เลวเลยสำหรับมือใหม่อย่างผม ทั้งหมดเริ่มจาก Amazon Bestseller+ Market Research
    บทความเกี่ยวกับ Keyword คลิ๊กที่นี่ครับ