<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>นอทซ่าา &#187; SEO</title>
	<atom:link href="http://www.notzaa.com/tag/seo/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.notzaa.com</link>
	<description>เที่ยวเมืองไทย ตามใจฝัน</description>
	<lastBuildDate>Thu, 28 Jul 2011 04:03:19 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.1.3</generator>
		<item>
		<title>ภาพเพียงภาพเดียวอธิบาย SEO ทั้งหมด</title>
		<link>http://www.notzaa.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2-s.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2-s.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 22 Sep 2010 06:47:13 +0000</pubDate>
		<dc:creator>O_o) นอทซ่าาO</dc:creator>
				<category><![CDATA[Basic SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[ทำ SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seosamutprakarn.com/?p=672</guid>
		<description><![CDATA[มีบทความของฝรั่งที่น่าสนใจอธิบายการทำ SEO เป็นรูปภาพ และมีเพื่อน ๆ ในไทยเสียวบอร์ด นำมาแปลเป็นภาษาไทยและ มีเพื่อน ๆมาช่วยกันวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมให้มากมาย ผมเห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาฝากกัน (บางส่วนผมใส่ความเห็นของตัวเองลงไปด้วยนะครับ) สรุปจากรูปภาพสั้นๆได้ใจความได้ 7 เรื่อง เรื่องแรก Keyword Research การแข่งขันในเรื่องของ keyword โดยส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับขนาดความยาวของคำ Long tail strategy คือ ยิ่ง niche ยิ่งคู่แข่งน้อย เช่น หากเราจะขายเครื่องตัดหญ้า ก็ใช้คำว่า &#8220;เครื่องตัดหญ้า&#8221; แบบนี้จะเป็นคำกว้าง คู่แข่งเยอะ (จากรูปก็เช่นคำว่า SEO นั่นแหล่ะ) หากจะใช้ Long tail คือ คุณ ระบุยี่ห้อไปเลย เช่น &#8220;เครื่องตัดหญ้า sony&#8221; (มีที่ไหนฟระ) หรือจะให้แคบเข้าไปอีกก็ &#8220;เครื่องตัดหญ้า sony รุ่น ipad&#8221; คู่แข่งที่ทำ SEO ก็จะน้อยลง แต่คลิกจากที่คน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>มีบทความของฝรั่งที่น่าสนใจอธิบายการทำ SEO เป็นรูปภาพ และมีเพื่อน ๆ ในไทยเสียวบอร์ด นำมาแปลเป็นภาษาไทยและ มีเพื่อน ๆมาช่วยกันวิเคราะห์ข้อมูลเพิ่มเติมให้มากมาย ผมเห็นว่ามีประโยชน์เลยนำมาฝากกัน (บางส่วนผมใส่ความเห็นของตัวเองลงไปด้วยนะครับ)</p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter" title="การทำ SEO" src="http://www.seosamutprakarn.com/images/SEO-Infographic1.jpg" alt="การทำ SEO" width="600" height="2460" /></p>
<p><strong>สรุปจากรูปภาพสั้นๆได้ใจความได้ 7 เรื่อง</strong></p>
<ul>
<li><span style="color: #ff0000;"><span style="color: #000000;">เรื่องแรก </span><strong>Keyword Research</strong></span></li>
</ul>
<p>การแข่งขันในเรื่องของ keyword โดยส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับขนาดความยาวของคำ Long tail strategy คือ ยิ่ง niche ยิ่งคู่แข่งน้อย<br />
เช่น หากเราจะขายเครื่องตัดหญ้า ก็ใช้คำว่า &#8220;เครื่องตัดหญ้า&#8221; แบบนี้จะเป็นคำกว้าง คู่แข่งเยอะ (จากรูปก็เช่นคำว่า SEO นั่นแหล่ะ)<br />
หากจะใช้ Long tail คือ คุณ ระบุยี่ห้อไปเลย เช่น &#8220;เครื่องตัดหญ้า sony&#8221; (มีที่ไหนฟระ)<br />
หรือจะให้แคบเข้าไปอีกก็ &#8220;เครื่องตัดหญ้า sony รุ่น ipad&#8221; คู่แข่งที่ทำ SEO ก็จะน้อยลง แต่คลิกจากที่คน search ก็จะน้อยลงตาม<br />
แต่โดยทฤษฎี long tail นี้ จะมี conversion สูง</p>
<ul>
<li>เรื่องที่สอง <span style="color: #ff0000;"><strong>Site Architecture &amp; Structure</strong></span></li>
</ul>
<p>จุดสำคัญมันอยู่ตรงนี้ครับ ถ้าบังเอิญหน้าเว็ปอื่นๆสำคัญกว่าเว็ปที่เป็นหน้าหลัก (Home Page) ของคุณ ดังนั้น คุณต้องแน่ใจว่ามันได้ลิงค์กลับไปยังหน้านั้น ๆ (ที่คุณคิดว่าเป็นหน้าสำคัญทำเงิน) ของคุณตลอดจนหน้าอื่นของเวป ไซต์คุณ ต้องจำไว้เสมอว่า Googleไม่ได้จัดอันดับที่ตัวเวปไซต์ (Website) แต่พวกเขาจัดอันดับหน้าเว็บเพจ (คือหน้าต่าง ๆ ภายในเว็บไซต์)<br />
คุณ HotelBestBuy เสริมมาให้ครับ<br />
แต่ ขอเสริมว่า &#8220;Hierarchy&#8221; ก็มีความหมายนะ คือลักษณะการวางโครงสร้างเวบที่ลิงค์กันระหว่างภายในไซต์ หากลิงค์มั่ว PR มันจะไปกองในจุดที่เราไม่ต้องการ การไหลของ PR สำคัญยังไง ?<br />
เช่น พวกหน้า cart (เวบขายสินค้า หน้าขายสินค้าก็ต้องมีลิงค์ไป cart) หากไม่ได้ทำ nofollow หรือ cloak link ค่า PR ของแต่ละเพจในเวบเรามันก็จะไปเทให้หน้าที่ไม่ได้ต้องการติด search อย่างหน้า cart นี่ได้ครับ<br />
ดังนั้นพวกหน้า cart หรือหน้าทีี่ไม่ได้ต้องการติด search มันไม่ควรจะมี PR เราก็ใช้วิธีอะไรก็ได้เพื่อไม่ให้มันมี</p>
<p>ลักษณะ การลิงค์ที่ทำให้ PR ไหลที่ดีคือควรออกแบบไซต์ให้เป็นลักษณะ &#8220;โครงสร้าง&#8221; (Hierarchy) ตัวอย่างเช่น Thailand / Phuket / Patong / xxxhotel &gt; แบบนี้คือโครงสร้าง ซึ่ง CMS ทั้งหลายก็จะแบ่งไว้ให้อยู่แล้ว<br />
แต่เวลาทำ เวบ หน้า xxxhotel นี้มันก็อาจมีลิงค์จากหน้าของ category อื่นมาได้ เช่น Thailand / Spahotel / xxxhotel  เราก็ต้องบอกบอทว่า จะให้ xxxhotel นี่อยู่ในโครงสร้างไหน โดยการใช้ &#8220;breadcrumb&#8221; นั่นเองครับ</p>
<p>บอทมันจะได้เข้าใจ hierarchy ในเวบเราได้ง่ายขึ้นนั่นแหล่ะ เพราะบอทมันไม่ใช่คนมันเก็บแต่ลิงค์ มันไม่รู้หากเราไม่บอกมัน</p>
<ul>
<li>เรื่องที่สาม <span style="color: #ff0000;"><strong>Page Optimisation</strong></span></li>
</ul>
<p>ดูให้แน่ใจว่าคุณใช้ keyword อะไรใน URLs, หัวเรื่อง(title)ของหน้าเว็บนั้นๆ,tags ในหน้านั้น, ชื่อรูปภาพ, ส่วนของบทความ, ใส่ &lt;h1&gt;&lt;h2&gt; หรือยัง, Image Alt attributes และใช้คำสั่ง bold(ตัวหนา) หรือ italic(ตัวเอียง) บน keyword ที่สำคัญไว้หรือยัง</p>
<ul>
<li>เรื่องที่สี่ <span style="color: #ff0000;"><strong>Link Building</strong></span></li>
</ul>
<p>ต้อง ดูให้แน่ใจว่ามีลิงค์อยู่ภายในเว็บไซต์ของท่าน เพราะบอทจะไปไม่ได้ถ้าไม่มีลิงค์ไปต่อ, โพสต์ตาม Blog ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับ website ของท่าน, LinkBait, การซับมิทที่ directory ต่างๆ, การวิเคราะห์คู่แข่ง ประมาณรู้เขารู้เราอะครับ, ทำหน้า Profile ของท่านบนเว็บพวก Social,Pligg และ เว็บบอร์ดต่างๆ.  และอีกอย่างที่ขาดไม่ได้คือ เชิญให้ทุกคนมาคอมเม้นต์เกี่ยวกับเว็บไซต์ของท่าน หรือการบริการของเว็บไซต์ท่าน Feedback อะครับ มันจะเป็นการดีอย่างยิ่งที่จะทำให้เว็บไซต์ของท่านดึงดูดคนเข้ามาชมเว็บไซต์ ของคุณมากขึ้น(Traffic)</p>
<ul>
<li>เรื่องที่ห้า <span style="color: #ff0000;"><strong>SEO Tactics</strong></span></li>
</ul>
<p>ทุก คนจะเห็นว่าในกราฟจะมีส่วนดีหรือไม่ดีใน SEO แต่สิ่งที่คุณควรมุ่งสนใจที่สุดคือ การสร้าง sitemap,การค้นหา keyword, แล้วก็เรื่องการปรับปรุงหน้าเว็บไซต์ของท่านตลอดเวลา หรือเรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า อัพเดทข้อมูล,บทความ ตลอดเวลาตามแต่ลักษณะเว็บไซต์ของท่าน</p>
<ul>
<li>เรื่องที่หก<span style="color: #ff0000;"> <strong>Linkbaiting &amp; Social Media</strong></span></li>
</ul>
<p>แค่ คุณ tweet บน twitter หรือ แค่อัพเดทสถานะบน facebook ในบางครั้งมันก็สามารถดึงดูดให้คนเป็นล้านๆเข้าเว็บไซต์ของท่านได้ นั่นแหละคือพลังที่ยิ่งใหญ่ของ Social Media และขอให้ใช้มันอย่างฉลาดด้วย</p>
<ul>
<li>เรื่องทีเจ็ด<span style="color: #ff0000;"> <strong>SEO vs PPC</strong></span></li>
</ul>
<p>มา ถึงข้อสุดท้ายละ จะอธิบายให้เข้าใจนะครับว่า จำนวนของ user ที่ คลิกบน search engine นั้นมากกว่า จำนวนคนที่มาจาก ลิงค์ของ PPC ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในบริการด้าน SEO นั้นคือ ความสม่ำเสมอของตัวท่านนั่นแหละในการทำ SEO</p>
<p>พี่ Kobsoft เพิ่มเติมให้อีกครับ ขอบคุณครับ</p>
<p>เพิ่มเติมคับ &#8230; ผมเห็นว่าเพื่อนหลายๆ อาจไม่ค่อยมีความรู้ภาษาอังกฤษ ก็มักจะงงกันอยู่เสมอเวลามีคนส่ง text อังกฤษมาให้อ่าน โชคดีที่คุณ Osawa แปลเป็นไทยให้ด้วย อันนี้ +1 ให้เลยคับ ถ้าให้ผมแปลให้เพิ่มเติมแบบเนื้อๆ ในอีกมุมมองนึงของวงการคนทำ SEO จริงๆ คงแปลให้ประมาณนี้คับ</p>
<ol>
<li>เวลาทำ SEO มักจำเป็นต้องมีคีย์หลักและคีย์รองเสมอ โดยที่คีย์หลักคือคำสั้นๆ และคีย์รองก็คือคำอื่นๆ ที่นำคีย์หลักมาผสม โดยส่วนมากแล้วคีย์รอง หรือนิชคีย์ มักจะสร้างรายได้ให้เราอยู่เสมอ</li>
<li>SEO เป็นการทำอันดับเฉพาะเว็บเพจหน้าหนึ่ง หรือหน้าใดๆ ที่เราเลือกทำเท่านั้น ไ่ม่ใช่ทำหน้าเดียวแล้วอันดับจะขึ้นทั้งเว็บไซต์ (แต่จริงๆ ส่วนตัวจุดนี้ผมไม่เห็นด้วยคับ) และมีการทำ sitemap ที่ถูกต้อง หลายคนส่วนมากรู้แค่ว่า Sitemap คือ sitemap.xml แต่จริงๆ แล้วคำว่า sitemap เป็นการออกแบบโครงสร้างลิงค์ที่ถูกต้องคับ ไม่ว่าจะเป็นลิงค์จากแท็ก &lt;a&gt; บนหน้าเว็บเพจที่จะกระจายไปยังเว็บเพจอื่นๆ ภายในไซ์ (สำหรับมนุษย์) และการทำ sitemap (สำหรับ robots) ด้วยไฟล์ sitemap.xml, .xml.gz (google) หรือ feed (yahoo, bing) โดยที่การออกแบบ sitemap จริงๆ จะต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ในเนื้อหาที่โยงแต่ละหน้าด้วย ไม่ใช่แค่ทำให้ทุกหน้าลิงค์กันได้เพียงอย่างเีดียวเฉยๆ แต่ปัจจุบันคงไม่ต้องซีเรียสมากคับเนื่องจาก sitemap สำหรับโรบอทไม่ค่อยมีความสำคัญมากแล้ว เพราะ SE แต่ละค่าย เน้นความสำคัญกับ sitemap สำหรับมนุษย์มากกว่า</li>
<li>ใช้แท็กต่างๆ ในการทำ SEO ให้ครบองค์ประกอบและถูกต้อง (จากประสบการณ์เีขียนเว็บรองรับ SEO ที่ผ่านมาของผมกล้าบอกได้เลยคับว่าตรงนี้สำคัญที่สุด ถ้าััจัดองค์ประกอบผิด การทำ seo ก็จะยากขึ้นด้วยเช่นกัน) หลายคนอาจรู้อยู่แล้วว่าในเว็บเพจแต่ละหน้าจำเป็นต้องมีแท็กอะไรบ้าง ก็เลยค่อนข้างซีเรียสกับแท็กต่างๆ มากเกินไป แต่หลายคนไม่รู้ว่า แท็กแต่ละอย่างที่ใส่ลงไปนั้น robots มีพฤติกรรม ในแง่ดี หรือร้าย กับการเก็บ index สำหรับหน้านั้นเพื่อที่จะนำไปจัดอันดับ ส่วนตัวแล้วผมยังคงเชื่อว่าการ Optimize หรือการเขียนโครงสร้างที่ดีที่สุดบนเว็บเพจ ยังคงเป็นการเขียน Content และวาง layout ที่แยกเนื้อหาแต่ละส่วนออกจากกันอย่างชัดเจน (หมายถึง out put source code สำหรับโรบอท) คับ</li>
<li>หาลิงค์จากทุกที่ ทุกรูปแบบที่เราหาได้ โดยที่ไม่ใช้มุขเดิมซ้ำๆ</li>
<li>คนที่ทำ SEO ที่ได้เปรียบที่สุดคงจะเป็นคนที่ทำ Gray Hat คับ</li>
<li>จิงๆ ข้อนี้น่าจะเหมือนกับข้อ 4 คับ แต่ผมไปเล็งเห็นความสำคัญของ API กับ Partner Site ที่กำลังได้รับความนิยม โดยลักษณะการทำงานขอเรียกง่ายๆ ว่า Auto Post มุขเดิม ที่เวลาผมโพสต์คลิปใน You Tube แล้ว มันจะ Auto Post ผ่าน API ลงใน Facebook ด้วย ถ้าหัวหมอหน่อยคงสร้างไอดีบอทเข้ามา ตัวนึง แล้ว list มาว่าเว็บไหนเป็น Partners Site บ้าง จากนั้น สมัครแล้วก็อัพเดทแต่ทาง Partners Site สำหรับ ไซต์ศูนย์กลางนั้น ขยันแอดเพื่อนเยอะๆ ก็พอคับ กรณีเราเป็นเจ้าของเว็บเองก็สรรหาปุ่มแชร์ต่างๆ มาใส่เว็บด้วยคับ คนไทยเล่น facebook, twitter เยอะอยู่แล้ว ผมว่าเราต้องได้อะไรดีๆ จากตรงนี้บ้างล่ะ</li>
<li>ข้อนี้ในรูปเค้าพยายามจะทำให้เราเห็นว่าการทำ SEO น่าจะได้ผลประโยชน์ดีกว่าการทำ SEM คับ (นี่ -*- ผมสรุปห้วนเกินไปไหมนิ ผมเชื่อว่ามีคนคิดแย้งข้อนี้นะ แต่หนึ่งในนั้นไม่ใช่ผมคับ) ผมมองเพิ่มไปอีกว่า ที่ดีกว่า seo และ sem คือช่องทางการทำตลาดในรูปแบบ create ด้านต่างๆ คับ เช่นทางโคนาด้านอื่นๆ คน, สื่อ, มือถือ, จิปาถะ &#8230; สำหรับบางธุรกิจถ้ามองเห็นแต่ seo และ sem เท่านั้นผมก็ว่าบางทีเราอาจจะอยู่หน้าคอมกันมากเกินไปคับ เราต้องลองชวนเพื่อนไปกินเบียร์วุ้นเหล่เด็กเชียร์เบียสวยๆ สั้นๆ แล้วเราจะรู้ว่าวันๆ น้องเค้าได้ทิป มากกว่ารายได้ทำ seo ของเราอีกคับ</li>
</ol>
<p>ขอขอบคุณเพื่อน ๆ ใน Thaiseoboard</p>
<p><strong>คุณ designbyarm</strong> ,<strong>คุณ HotelBestBuy ,คุณ Kobsoft</strong></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%87%e0%b8%a0%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a7%e0%b8%ad%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b8%9a%e0%b8%b2%e0%b8%a2-s.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>15</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Submit แปลว่าอะไร มีกี่แบบ ส่งผลต่อ SEO แค่ไหนมาดูกัน</title>
		<link>http://www.notzaa.com/submit-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/submit-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87.html#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 27 Apr 2010 15:40:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>O_o) นอทซ่าาO</dc:creator>
				<category><![CDATA[Basic SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[Submit]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seosamutprakarn.com/submit-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87/.html</guid>
		<description><![CDATA[การ Submit คืออะไรตอบแบบฟันธง กำปั้นทุบดินการ Submit คือการทำ Off-page ด้วยการสร้าง Backlink ตอบ แบบวิชาการ การ Submit เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเพิ่ม Backlinks ให้แก่เว็บไซต์ของเรา คือการ Submit เว็บไซต์ของเราเข้า Web Directories นั่นเอง ปกติแล้ว Web Directories จะมีส่วนรองรับการ submit โดยตรงอยู่แล้ว แต่บาง web directories เป็นแบบที่เราต้องเสียเงิน (Paid Directories) บาง web directories เป็นแบบให้แลกลิ้งค์ (Reciprocal Directories) อย่างไรก็ตาม ยังมี web directories ไม่น้อยที่ให้เราสามารถ submit เว็บไซต์ของเราเข้าไปฟรี ๆ ซึ่ง Free Directories นี่แหละครับที่ SiamSubmit แนะนำ เพราะเราจะได้ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><strong>การ Submit คืออะไร</strong>ตอบแบบฟันธง กำปั้นทุบดินการ Submit คือการทำ Off-page ด้วยการสร้าง Backlink</p>
<p>ตอบ แบบวิชาการ การ Submit เป็นอีกแนวทางหนึ่งในการเพิ่ม Backlinks ให้แก่เว็บไซต์ของเรา คือการ Submit เว็บไซต์ของเราเข้า Web Directories นั่นเอง ปกติแล้ว Web Directories จะมีส่วนรองรับการ submit โดยตรงอยู่แล้ว แต่บาง web directories เป็นแบบที่เราต้องเสียเงิน (Paid Directories) บาง web directories เป็นแบบให้แลกลิ้งค์ (Reciprocal Directories) อย่างไรก็ตาม ยังมี web directories ไม่น้อยที่ให้เราสามารถ submit เว็บไซต์ของเราเข้าไปฟรี ๆ ซึ่ง Free Directories นี่แหละครับที่ SiamSubmit แนะนำ เพราะเราจะได้ One-Way Link เข้ามาหาเว็บคุณ ใน keywords หรือ keyphrases ที่คุณต้องการ ในจำนวนที่มาก และประหยัดที่สุด อีกทั้งการมีลิ้งค์เข้ามาหาเว็บคุณจะมาจากหลายโดเมน หลายประเทศ ซึ่งกระจายหลาย Class C IP ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า การมีลิ้งค์มาจากหลาย Class C IP จะช่วยเพิ่มน้ำหนักให้เว็บของคุณอย่างไม่ต้องสงสัย โดยที่เราไม่ต้องทำ Link กลับไปให้เขาเลย (ที่มา siamsubmit)</p>
<p>แต่ณ. ปัจจุบันการทำ Submit ไม่ใช่ การ Submit Web Directories อย่างเดียวอีกต่อไป ยังมีการ Submit อีกหลากหลายแบบ ซึี่งผมจะสรุป ความหมายและ ประโยชน์ของการซัพมิตแต่ละแบบให้ในกระทู้นี้นะครับ</p>
<p><strong>1. Submit Directory</strong> เว็บไดเร็คทอรี่เปรียบได้กับสมุดหน้าเหลือง หรือสมุดโทรศัพท์ จะเป็นเว็บที่เก็บรายชื่อเว็บต่าง ๆ ไว้เป็นหมวดหมู่ ซึ่งสมัยก่อนนั้น Search Engine ยังไม่รุ่งเรืองเหมือนสมัยนี้เวลาเราอยากจะใช้งานเว็บไซต์เพื่อหาข้อมูลเรา ต้องไปที่เว็บไดเร็คทอรี่ต่าง ๆ เหล่านี้เพื่อ สืบค้นข้อมูลตามหมวดหมู่ที่จัดไว้ให้ ยกตัวอย่างเช่น</p>
<ul>
<li>http://www.dmoz.org/</li>
<li>http://dir.yahoo.com/</li>
</ul>
<p>สำ หรับการซัพมิตประเภทนี้เป็นการซัพมิตที่ต้องรอทาง เจ้าของ Web Directory ตรวจสอบ Website เราก่อน และให้เค้า Approve ให้เราครับดังนั้นกว่าจะได้ Backlink กลับจากการ Submit ประเภทนี้นั้นต้องใช้ิเวลาพอสมควรครับ เนื่องจากว่าเมื่อ Admin Web Directory Approve ให้เราแล้ว ก็ต้องรอให้บอทของ Search Engine มาเก็บข้อมูลอีก ใช้เวลาพอสมควรครับ</p>
<p>การ Submit Web Directory มีประโยชน์ที่ลิงค์ที่ได้นั้นค่อนข้างมีคุณภาพ (ยิ่งถ้าเป็นเจ้าดัง ๆ อย่างตัวอย่างด้านบนนั้น เว็บมาสเตอร์ทั่วโลกถวิลหาเชียวล่ะ) ลิงค์ที่ได้จะอยู่ทนอยู่นาน ไม่ห่างหายจากเว็บเราง่าย ๆ</p>
<p><strong>2. Submit Social Bookmark</strong> การซัพมิตแบบนี้เป็นการประยุกต์ใช้ของบรรดา เหล่า Webmaster เองครับ โดยปกติเว็บ Social Bookmark นั้นไม่ได้ไว้ใช้สำหรับสร้าง Backlink โดยปกติหน้าที่ของมันคือ เว็บไซต์ที่เปิดให้ user ทั่วไปที่เป็นนักท่องเว็บไซต์ เข้าใช้งานและเก็บหน้าที่ชอบไว้เหมือนกับ การใช้งาน Favorites ของ IE และ Bookmark ของ Filefox เมื่อเวลาที่ User เหล่านั้นไปใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ไม่ใช่ของตัวเอง แล้วต้องการเข้าใช้งาน เว็บที่ bookmark ไว้ก็จะเรียกเอาจากเว็บไซต์ที่ให้บริการ Social Bookmark<br />
แต่เมื่อเว็บ มาสเตอร์หัวใสได้ลองใช้งาน และเห็นว่าเว็บไซต์ประเภทนี้ส่งลิงค์แบบ Dofollow ให้ จึงเกิดการซัพมิตเพื่อเอา backlink Dofollow ขึ้น เว็บไซต์ประเภทนี้ยกตัวอย่างได้แก่</p>
<ul>
<li>http://digg.com</li>
<li>http://delicious.com</li>
<li>http://dekdigg.com (สำหรับเว็บไซต์ประเภทนี้เขียนด้วยสคริปต์ Pligg ดังนั้นควรเรียกเว็บ pligg มากกว่า แต่ไม่รู้ทำไมคนไทยเรียกเว็บดิ๊ก)</li>
</ul>
<p>เนื่อง จากว่าเว็บไซต์ประเภทนี้จะมีคนมาซัพมิตอยู่ตลอดเวลาส่งผลให้ หน้า Index นั้นมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอด ทำให้ Bot ของ Search Engine ชอบเว็บไซต์ประเภทนี้มากแวะเวียนมาบ่อย ๆ (ผมเคยทำเว็บ Pligg นี่เหมือนกัน บอทมาเยี่ยมเว็บผมทุก 30 วินาที)<br />
Backlink ที่ได้จากการ Submit Digg Pligg นี้ จะเป็นประเภท มาเร็ว ดันอันดับเร็ว แรง แต่ Backlink ที่ได้ก็จากไปเร็วเช่นกัน ดังนั้น การซัพมิต และ Backlink ประเภทนี้ผมจึงจัดให้เป็นแบบไม่ยั่งยืนมาไวไปไว เหมาะสำหรับเรียกบอท และทราฟฟิคเพียงชั่วครู่ชั่วยามเท่านั้น</p>
<p><strong>3. Submit Search Engine</strong> การ Submit ประเภทนี้เหมือนการส่งบัตรเชิญให้ Search Engine ทราบว่า มีเว็บไซต์ใหม่เกิดขึ้นแล้วให้ Search Engine ส่ง Bot มาเก็บข้อมูลไป index หน่อย</p>
<p>การ Submit แบบนี้ผมขอแยกออกเป็นสองกรณี คือ<br />
3.1 http://www.google.com/addurl เป็นหน้า Submit Site ของ Google ถ้าคุณไปซัพมิตที่นี่ก็เท่ากับคุณเอาคอไปขึ้นเขียงรอเวลาให้ Google เชือดคอหอยแล้วจับโยนลงกล่องทราย ดังนั้น สำหรับที่นี่ไม่ควรที่จะไปข้องแวะด้วย <span style="color: #ff0000;"><strong>อย่างเด็ดขาด</strong></span><br />
3.2 https://siteexplorer.search.yahoo.com/submit เป็นการ Submit Site ของ Yahoo (ต้องมี Yahoo Mail ก่อน) อันนี้จำเป็นต้องทำเลยทีเดียวเชียวผมเคยลองไม่ไป submit เค้าก็ไม่มาเก็บหน้าผมไป index ซะงั้น (แต่บางทีก็มา) โดยสถิติ (ของผมเอง) แล้วหลังจาก Submit กับ Yahoo ไปใช้เวลาประมาณ 15 วัน ก็จะสามารถ index ที่ Yahoo ได้<br />
<em>ส่วน bing นั้นผมยังไม่ได้ลองเลยไม่สามารถนำมาแชร์ได้ ขอติดไว้ก่อนนะครับ</em></p>
<p><strong>4. Submit Feed</strong> การ Submit แบบนี้นั้นเป็นการ ซัพมิตในรูปแบบ Feed (ข้อมูลดิบในรูปแบบ xml ของพวก website ที่ดึงออกมาจาก database โดยตรง มีแต่หัวข้อและ text file)</p>
<p><img src="../images/feed.png" border="0" alt="" /></p>
<p>เว็บไซต์ที่รับซัีพมิต feed ยกตัวอย่างเช่น</p>
<ul>
<li>https://feedburner.google.com</li>
<li>http://www.feedage.com</li>
</ul>
<p>การ ซัพมิตแบบนี้สิ่งที่เราได้แน่นอนคือ Bot ที่จะไต่มาหาเว็บไซต์เรา แต่สิ่งที่เหนือความคาดหมายคือ ถ้าเว็บไซต์เรามีเนื้อหาที่ดีจริง ๆ แล้วมี Webmaster สนใจเอา Feed ของเราไปใส่เว็บไซต์เค้านั้นเราจะได้ทราฟฟิค + Backlink ที่มากจนคิดไม่ถึง แต่ก็นั่นล่ะหาคนที่จะเอาไปใช้ยากจริง ๆ ดังนั้นวิธีนี้ผมบอกได้ว่า มีเวลาก็ทำ ขี้เกียจก็ติดไว้ก่อนได้  <img src="http://seosamutprakarn.com/webboard/Smileys/Emoemo/wink.gif" border="0" alt="Wink" /></p>
<p>สวัสดีครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/submit-%e0%b9%81%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%a7%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%ad%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%a3-%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b8%9a-%e0%b8%aa%e0%b9%88%e0%b8%87.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>3 ทำเลทอง ของการทำ SEO จับจองด่วน</title>
		<link>http://www.notzaa.com/3-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87-for-seo-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/3-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87-for-seo-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 21 Jan 2010 12:22:51 +0000</pubDate>
		<dc:creator>O_o) นอทซ่าาO</dc:creator>
				<category><![CDATA[Basic SEO]]></category>
		<category><![CDATA[Keyword]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seosamutprakarn.com/?p=505</guid>
		<description><![CDATA[ในการทำอันดับกับ Search Engine โดยเฉพาะ อาร์ตตัวแม่อย่าง Google นั้น เป็นที่ทราบดีกันอยู่แล้วว่าทำเลทองอย่าง เขายายเที่ยง เอ้ยไม่ใช่ !!! Description Meta Tag,Keyword Meta Tag นั้นได้ถูกลดบทบาทความสำคัญลงไปมาก ถึงมากที่สุด เรียกว่าจากถนน สีลมกลายเป็นสลัมคลองเตยก็ว่าได้ วันนี้ผมเลยเอาทำเลทองที่ใหม่มาแนะนำกัน เป็นทำเลทองที่คุณ nayjoty แห่ง Thaiseoboard ได้นำมาเปิดเผยไว้ และจากการทดลองที่ผมเคยทำ ๆ มามันดันไปตรงกันพอดีเป๊ะ เลยขออนุญาติแกเอามาเีขียนประดับบล๊อกให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน 3 ทำเลทองที่ว่านี่ก็คือ Title Content Foder Name หรือ Page Name วิธีการยึดครองก็ง่ายพอ ๆ กับทำรัฐประหารเมืองไทยเลยครับ (บทความนี้เป็นไรเนี่ย รู้สึกเอียง ๆ ยังไงไม่รู้เ) เพียงจับ Keywordที่คุณต้องการทำอันดับในหน้า Web Page นั้น ๆ ไปว่างไว้ใน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ในการทำอันดับกับ Search Engine <span style="color: #000000;"><span style="font-family: Georgia,&quot;Times New Roman&quot;,&quot;Bitstream Charter&quot;,Times,serif;">โดยเฉพาะ อาร์ตตัวแม่อย่าง </span></span>Google นั้น เป็นที่ทราบดีกันอยู่แล้วว่าทำเลทองอย่าง เขายายเที่ยง เอ้ยไม่ใช่ !!! Description Meta Tag,Keyword Meta Tag นั้นได้ถูกลดบทบาทความสำคัญลงไปมาก ถึงมากที่สุด เรียกว่าจากถนน</p>
<div class="wp-caption alignright" style="width: 317px"><a href="http://www.seosamutprakarn.com/image/perfectly-optimized-page-for-seo.gif" rel="lightbox[839]"><img title="ทำเลทองของการทำ SEO" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/perfectly-optimized-page-for-seo.gif" alt="ทำเลทองของการทำ SEO" width="307" height="553" /></a><p class="wp-caption-text">ทำเลทองของการทำ SEO</p></div>
<p>สีลมกลายเป็นสลัมคลองเตยก็ว่าได้</p>
<p>วันนี้ผมเลยเอาทำเลทองที่ใหม่มาแนะนำกัน เป็นทำเลทองที่คุณ nayjoty แห่ง Thaiseoboard ได้นำมาเปิดเผยไว้ และจากการทดลองที่ผมเคยทำ ๆ มามันดันไปตรงกันพอดีเป๊ะ เลยขออนุญาติแกเอามาเีขียนประดับบล๊อกให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน</p>
<p>3 ทำเลทองที่ว่านี่ก็คือ</p>
<ol>
<li><strong>Title</strong></li>
<li><strong>Content</strong></li>
<li><strong>Foder Name หรือ Page Name</strong></li>
</ol>
<p>วิธีการยึดครองก็ง่ายพอ ๆ กับทำรัฐประหารเมืองไทยเลยครับ (บทความนี้เป็นไรเนี่ย รู้สึกเอียง ๆ ยังไงไม่รู้เ) เพียงจับ Keywordที่คุณต้องการทำอันดับในหน้า Web Page นั้น ๆ ไปว่างไว้ใน Title Tag หรือถ้าเป็น WordPress ก็แอบหยอดไว้ในชื่อเรื่องเลยครับ</p>
<p>หลังจากนั้นก็เอา่ Keyword ตัวเดิมที่ต้องการทำอันดับไปวางเกะกะ แอบ ๆ ยัดไว้ในเนื้อหาให้ Bot มันเดินมาสะดุด สักสองสามที่ ผมแนะนำบน ๆ นะครับประมาณบรรทัดที่ 2 หรือ 3 เนื่องจาก Bot ของ Search Engine มันจะอ่านจากบนลงล่าง ซ้ายมาขวาครับ</p>
<p>สำหรับชื่อโฟลเดอร์หรือ Page Name นั้นก็ตั้งให้มันมี Keyword แอบอยู่ด้วย รวมไปถึงชื่อรูปภาพ Alt Tag ของรูปก็ควรให้มีด้วย สามส่วน บน = Title กลาง = Content ล่าง = ชื่อ Folder ชื่อรูปภาพ (เรียกทราฟฟิคดีนักแล) แล้วรอดูผลเลยครับ</p>
<p>เจ้าของไอเดียเค้าบอกว่า ได้ผลดีมาก ๆ สำหรับคีย์เวิร์ดที่มีคู่แข่งน้อย ๆ และ คีย์เวิร์ดนั้นมีภาษาไทยปนอยู่ด้วย</p>
<p>เอาไปปรับแต่งและ่จับจองตำแหน่งทำเลทองกันได้เลยครับ</p>
<p>ปล.รูปภาพเป็นตัวอย่างการวางคีย์เวิร์ดครับ รับรองว่าแจ่ม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/3-%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%97%e0%b8%ad%e0%b8%87-for-seo-%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%94%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>5</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ธรรมชาติของ SEO</title>
		<link>http://www.notzaa.com/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-seo.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-seo.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 13 Jan 2010 07:50:56 +0000</pubDate>
		<dc:creator>O_o) นอทซ่าาO</dc:creator>
				<category><![CDATA[Basic SEO]]></category>
		<category><![CDATA[Off-Page]]></category>
		<category><![CDATA[On-Page]]></category>
		<category><![CDATA[Search engine Optimization]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[หาเงิน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seosamutprakarn.com/?p=478</guid>
		<description><![CDATA[SEO (Search engine optimization) การทำเว็บไซต์ให้ถูกใจ เสริชเอ็นจิ้น คือแนวทางที่ผมใช้หาเงินเลี้ยงชีพอยู่ทุกวันนี้ และมีัรายได้ที่มากจนสามารถเลี้ยงชีวิตและครอบครัวสบาย ๆ ทุกวันนี้ผมไม่ได้ทำ Amazon ผมไม่ได้ทำ Adsense แต่ผมทำ SEO เวลามีใครถามว่าผมทำงานอะไร ผมอยากบอกเหลือเกินว่าผมเป็นนักทำ SEO แต่กลัวคนที่ถามนั้นไม่เข้าใจ เอาล่ะเรามาดู ธรรมชาติของ Search Engine Optimization กันดีกว่า SEO คือเรื่องของเวลา ถ้าคุณคิดจะหาเงินกับ SEO แล้วนั้นคุณจะใจร้อนไม่ได้เด็ดขาด เพราะ SEO คือเรื่องของความพอดี ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม หรือ รีบเร่ง เพราะว่า Search Engine ต่าง ๆ นั้นค่อนข้างละเอียดอ่อนกับการจัดอันดับพอสมควร ถ้าคุณรีบเร่งทำ SEO แทนที่ผลการค้นหาเว็บคุณจะดีขึ้น อาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้ามเลยก็ได้ SEO คือเรื่องของความละเอียด ถ้าคุณทำ SEO ไม่ละเอียด ไม่วางแผน ไม่มีการจดบันทึก คุณจะไม่ประสบความสำเร็จกับการทำ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>SEO <em>(Search engine optimization)</em> การทำเว็บไซต์ให้ถูกใจ เสริชเอ็นจิ้น คือแนวทางที่ผมใช้หาเงินเลี้ยงชีพอยู่ทุกวันนี้ และมีัรายได้ที่มากจนสามารถเลี้ยงชีวิตและครอบครัวสบาย ๆ</p>
<p>ทุกวันนี้ผมไม่ได้ทำ <strong>Amazon </strong>ผมไม่ได้ทำ <strong>Adsense </strong>แต่ผมทำ <strong>SEO</strong></p>
<p>เวลามีใครถามว่าผมทำงานอะไร ผมอยากบอกเหลือเกินว่าผมเป็นนักทำ <strong>SEO </strong>แต่กลัวคนที่ถามนั้นไม่เข้าใจ</p>
<p>เอาล่ะเรามาดู ธรรมชาติของ <em>Search Engine Optimization</em> กันดีกว่า</p>
<ul>
<li><strong>SEO คือเรื่องของเวลา</strong> ถ้าคุณคิดจะหาเงินกับ SEO แล้วนั้นคุณจะใจร้อนไม่ได้เด็ดขาด เพราะ <strong>SEO </strong>คือเรื่องของความพอดี ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม หรือ รีบเร่ง เพราะว่า Search Engine ต่าง ๆ นั้นค่อนข้างละเอียดอ่อนกับการจัดอันดับพอสมควร ถ้าคุณรีบเร่งทำ SEO แทนที่ผลการค้นหาเว็บคุณจะดีขึ้น อาจจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้ามเลยก็ได้</li>
<li><strong>SEO คือเรื่องของความละเอียด</strong> ถ้าคุณทำ SEO ไม่ละเอียด ไม่วางแผน ไม่มีการจดบันทึก คุณจะไม่ประสบความสำเร็จกับการทำ SEO เลย เนื่องจากคุณต้องใส่ใจ ปรับแต่ง <strong>On-Page</strong> และ ขยันหาลิงค์ Off-Page ทำแบบเป็นขั้นเป็นตอน มีกรอบเวลา</li>
<li><strong>SEO คือเรื่องของความพอดี</strong> ถ้าคุณจะทำ SEO คุณต้องเดินทางสายกลาง ทำทุกอย่าง ไม่ว่า On-Page หรือ Off-Page แบบพอดี ไม่รีบเร่ง หรือหักโหม การทำ SEO เหมือนคุณกำลังจับนกน้อยอยู่ในมือ ถ้าคุณบีบแรง มันก็จะตาย ถ้าคุณจับหลวมไป อันดับการค้นหาของคุณ ก็จะบินหลุดลอยไปจดกู่ไม่กลับอีกเลย</li>
</ul>
<p>สามข้อเท่านั้นที่ผมศึกษาและนำมาปฏิบัติ ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป ค่อย ๆ ทำและเมื่อมันเติบโตและเบ่งบาน คุณจะรู้ว่าผลของมันนั้นหอมหวานเพียงใด.</p>
<p>สวัสดีครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/%e0%b8%98%e0%b8%a3%e0%b8%a3%e0%b8%a1%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87-seo.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>9</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีการเลือกสินค้า Amazon</title>
		<link>http://www.notzaa.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-amazon.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-amazon.html#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 06 Jan 2010 03:05:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>O_o) นอทซ่าาO</dc:creator>
				<category><![CDATA[Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Bestseller]]></category>
		<category><![CDATA[Referral-fee Rates Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[การเลือกสินค้า Amazon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seosamutprakarn.com/?p=422</guid>
		<description><![CDATA[วันนี้เรามาว่ากันเรื่อง การเลือกสินค้า Amazon กันดีกว่า ว่าเราควรขายสินค้าตัวไหน ตลาดไหน ช่วงเวลาไหน ก่อนอ่านบทความนี้ผมอยากให้ย้อนไปอ่านบทความเรื่อง รู้จักกับ Amazon Bestseller กันก่อน เรื่องการทำความรู้จักกับ Amazon Bestseller นั้นเป็นสิ่งจำเป็นถึงจำเป็นมากที่สุดในการทำตลาดขายสินค้ากับ Amazon เนื่องจาก Bestseller จะบอกให้เรารู้ได้ว่า เค้านิยมซื้ำอสินค้าอะไรกันในช่วงเวลานั้น ๆ แต่ Amazon Bestseller ก็ยังไม่ใช่ที่สุดของการเลือกหาสินค้ามาทำตลาด มาโปรโมตเนื่องจากยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายในการเลือกสินค้าที่ทำเงิน สำหรับวิธีการเลือกสินค้าที่ทำเงินใน Amazon.com นั้นผมมีแนวทางหลัก ๆ คือ สินค้านั้น ๆ ต้องเป็นที่ต้องการของตลาด คือเราจำเป็นจะต้องเลือกสินค้าที่มีคน ค้นหา และมีคนซื้อ และการซื้อนั้น ๆ จะต้องเกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ต สินค้านั้น ๆ ต้องมีคู่แข่งที่ไม่เยอะจนเกินไป ซึ่งข้อนี้จะคัดง้างกับข้อแรกอย่างรุนแรง เนื่องจากสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาด ก็จำเป็นต้องมีคู่แข่งมากตามไปด้วย แต่เนื่องจาก Amazon มีสินค้าให้เลือกทำตลาดมากมายเหลือเกิน จึงไม่เป็นการยากเกินไปนัก ที่จะหาสินค้าที่เข้าหลักเกณฑ์ทั้งสองข้อได้ ก็คือสินค้าที่เป็นนิช [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>วันนี้เรามาว่ากันเรื่อง <strong>การเลือกสินค้า Amazon</strong> กันดีกว่า ว่าเราควรขายสินค้าตัวไหน ตลาดไหน ช่วงเวลาไหน ก่อนอ่านบทความนี้ผมอยากให้ย้อนไปอ่านบทความเรื่อง <a href="http://www.seosamutprakarn.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%88%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A-amazon-bestsellers-2/.html" target="_blank"><strong>รู้จักกับ Amazon Bestseller</strong></a> กันก่อน</p>
<p>เรื่องการทำความรู้จักกับ Amazon Bestseller นั้นเป็นสิ่งจำเป็นถึงจำเป็นมากที่สุดในการทำตลาดขายสินค้ากับ Amazon เนื่องจาก Bestseller จะบอกให้เรารู้ได้ว่า เค้านิยมซื้ำอสินค้าอะไรกันในช่วงเวลานั้น ๆ แต่ Amazon Bestseller ก็ยังไม่ใช่ที่สุดของการเลือกหาสินค้ามาทำตลาด มาโปรโมตเนื่องจากยังมีปัจจัยอื่น ๆ อีกมากมายในการเลือกสินค้าที่ทำเงิน</p>
<p>สำหรับวิธีการเลือกสินค้าที่ทำเงินใน Amazon.com นั้นผมมีแนวทางหลัก ๆ คือ</p>
<ul>
<li>สินค้านั้น ๆ ต้องเป็นที่ต้องการของตลาด คือเราจำเป็นจะต้องเลือกสินค้าที่มีคน ค้นหา และมีคนซื้อ และการซื้อนั้น ๆ จะต้องเกิดขึ้นบนอินเตอร์เน็ต</li>
<li>สินค้านั้น ๆ ต้องมีคู่แข่งที่ไม่เยอะจนเกินไป ซึ่งข้อนี้จะคัดง้างกับข้อแรกอย่างรุนแรง เนื่องจากสินค้าที่เป็นที่ต้องการของตลาด ก็จำเป็นต้องมีคู่แข่งมากตามไปด้วย แต่เนื่องจาก <strong>Amazon </strong>มีสินค้าให้เลือกทำตลาดมากมายเหลือเกิน จึงไม่เป็นการยากเกินไปนัก ที่จะหาสินค้าที่เข้าหลักเกณฑ์ทั้งสองข้อได้ ก็คือสินค้าที่เป็นนิช คือ มีคนค้นหา มีคนซื้อ และที่สำคัญ คู่แข่งน้อย</li>
<li>สินค้าต้องมีราคาถูก หรือไกล้เคียงกับเว็บไซต์อื่น ๆ และเงื่อนไขในการส่งสินค้าต้องรวดเร็ว มีสินค้าอยู่ในสต๊อค (หลัง ๆ นี่ผมพบปัญหาบ่อยคือสินค้า ที่ถูก Order มาค้างไว้ แต่ไม่ถูกส่งออกไปให้ลูกค้า ทำให้เราไม่ได้ค่าคอมมิสชั่น)</li>
<li>สินค้านั้น ๆ จะต้องเป็นสินค้าที่ &#8220;ถูกที่ ถูกเวลา&#8221; ยกตัวอย่างเช่น ขณะนี้เป็นหน้าหนาวของฝั่งอเมริกา หิมะตก ผมจะไม่สนใจร้านขายกล้องถ่ายรูปเ่ลย เนื่องจากผมเข้าใจว่า คงไม่มีใครมีอารมณ์ท่องเที่ยวสักเท่าไร และความต้องการในการซื้อกล้องถ่ายรูปก็คงน้อยตามไปด้วย ดังนั้นถ้าร้านขายกล้องถ่ายรูปจะขายไม่ได้ผมก็จะปล่อยมัน เอาเวลาไปทำ <strong>SEO </strong>ให้กับร้านขายรองเท้าใส่ลุยหิมะดีกว่า (ตัวอย่างเท่านั้นนะครับ)</li>
</ul>
<p>และการเลือกสินค้า Amazon ยังแบ่งแยกย่อยได้อีกสามกลุ่มด้วยกันคือ</p>
<ol>
<li>สินค้าราคาถูก กลุ่มสินค้าพวกนี้จะเป็นสินค้าประเภท CD,DVD,หนังสือ,ของใช้ในบ้าน ราคาไม่ถึง 100 USD สินค้าในกลุ่มนี้จะขายค่อนข้างง่าย และขายได้เยอะ โดยที่จะทำตลาดสินค้ากลุ่มนี้เพื่อเร่งจำนวนสินค้า เพื่อให้ค่าคอมมิสชั่นที่ได้มีค่าสูงขึ้น เนื่องจาก รูปแบบของ เปอร์เซ็นต์ ค่าคอมมิสชั่นของ Amazon จะจ่ายแบบเป็นลำดับขั้น กล่าวคือ Amazon จะเพิ่มค่าคอมมิสชั่นให้ตามจำนวนสินค้าที่ขายได้ โดยไม่สนใจว่าสินค้านั้น ๆ จะมีราคาเท่าไร โดยการคิดค่าคอมมิสชั่นจะเริ่มต้นที่ 4% &#8211; 8.5% ่ของราคาสินค้า ดังตารางด้านล่าง
<p><div class="wp-caption aligncenter" style="width: 489px"><a href="http://www.seosamutprakarn.com/image/Referral-fee Rates Amazon.gif" rel="lightbox[831]"><img class=" " title="Referral-fee Rates Amazon" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/Referral-fee Rates Amazon.gif" alt="Referral-fee Rates Amazon" width="479" height="242" /></a><p class="wp-caption-text">Referral-fee Rates Amazon</p></div></li>
<li>สินค้าราคาแพง แต่ไม่ใช่สินค้าที่เป็น Electronic Product สินค้าที่ขายราคาจะประมาณ $150 ขึ้นไป สินค้ากลุ่มนี้จะขายยากหน่อย แต่ถ้าขายได้ในขณะที่คอมมิสชั่นเราอยู่ในเรทสูง ๆ ล่ะก็หายเหนื่อยเลยครับ</li>
<li>สินค้าประเภท Electronic Product โดยสินค้าประเภทนี้จะจ่ายค่าคอมมิสชั่นแบบ <strong>Classic Fee Structure </strong>กล่าวคือจะจ่ายค่าคอมมิสชั่นเพียง 4% ตายตัวไม่มีเพิ่มแม้ว่าจะขายสินค้ากี่ชิ้นก็ตาม แต่ข้อดีของสินค้ากลุ่มนี้คือเป็นสินค้าที่ขายง่าย ขายออกเร็วส่งเร็ว ถึงแม้ว่าไม่มีลุ้นกับค่าคอมมิสชั่นที่มากขึ้น ผมก็ยัีงต้องขายมันอยู่ดี</li>
</ol>
<p>สำหรับผมแล้วผมเลือกทำสินค้าทั้งสามตลาดครับ ให้สินค้าราคาถูกเพิ่มคอมมิสชั่นให้เรา และให้สินค้าราคาแพงทำยอดเงินต่อชิ้น สุดท้าย สินค้าอิเล็กทรอนิคส์ ที่ยังไงก็ขายได้ ..</p>
<ol></ol>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-amazon.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>13</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ปรับแต่ง Onpage ให้ดีที่สุด เพื่อผลการจัดอันดับที่ดีที่สุด</title>
		<link>http://www.notzaa.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-onpage-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%9e.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-onpage-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%9e.html#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 26 Dec 2009 02:40:39 +0000</pubDate>
		<dc:creator>O_o) นอทซ่าาO</dc:creator>
				<category><![CDATA[Basic SEO]]></category>
		<category><![CDATA[Keyword]]></category>
		<category><![CDATA[onpage]]></category>
		<category><![CDATA[Onpage SEO]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[ปรับแต่ง Onpage]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seosamutprakarn.com/?p=365</guid>
		<description><![CDATA[บทความที่แล้วผมสัญญาไว้ว่าจะมาต่อเรื่องของการสร้าง Amazon Tracking ID และต่อเนื่องไปถึงการสร้าง aStore แต่จนแล้วจนรอดผมก็ไม่มีอารมณ์ในการเขียนเรื่องดังกล่าวเสียที มันตัน ๆ ยังไงไม่รู้ครั้นจะปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไป ก็กลายเป็นว่าบล๊อกไม่อัพเดท เดี๋ยวแควน ๆที่มีอยู่น้อยนิดจะตีจากไปซะ วันนี้เลยเอาบทความ เรื่องการทำ Onpage SEO มาฝากกันเพื่อฆ่าเวลา ปรับแต่ง Onpage ให้ดีที่สุด เพื่อผลการจัดอันดับที่ดีที่สุด จากประสบการณ์ในการทำ SEO ( Search engine Optimization ) อันน้อยนิด บวกกับภาษาอังกฤษอันน้อยนิดไปด้วย หลังจากการหาข้อมูล บวกกับประสบการณ์ของตัวเองนั้นได้ค้นพบความจริงที่ว่า ถึงแม้ว่า  Search engine โดยเฉพาะ อาร์ตตัวแม่อย่าง Google จะให้ความสำคัญกับ Offpage มาเป็นอันดับ 1 แต่ก็ยังคง ให้ความสำคัญกับ Onpage ไม่น้อย ดังจะเห็นได้จากเว็บไซต์ที่ได้อันดับดี ๆ (ในที่นี่ผมหมายถึงอันดับ 1) กลับมีการปรับแต่ง Onpage หลาย ๆ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 250px"><a href="http://www.seounlock.com/wp-content/uploads/2009/08/target_seo.jpeg" rel="lightbox[829]"><img title="Onpage" src="http://www.seounlock.com/wp-content/uploads/2009/08/target_seo.jpeg" alt="ปรับแต่ง Onpage" width="240" height="223" /></a><p class="wp-caption-text">ปรับแต่ง Onpage</p></div>
<p>บทความที่แล้วผมสัญญาไว้ว่าจะมาต่อเรื่องของการสร้าง<strong> <a title="Permanent Link to Amazon Tracking ID" rel="bookmark" href="../amazon-tracking-id/.html">Amazon Tracking ID</a></strong> และต่อเนื่องไปถึงการสร้าง aStore แต่จนแล้วจนรอดผมก็ไม่มีอารมณ์ในการเขียนเรื่องดังกล่าวเสียที</p>
<p>มันตัน ๆ ยังไงไม่รู้ครั้นจะปล่อยให้เวลาล่วงเลยผ่านไป ก็กลายเป็นว่าบล๊อกไม่อัพเดท เดี๋ยวแควน ๆที่มีอยู่น้อยนิดจะตีจากไปซะ วันนี้เลยเอาบทความ เรื่องการทำ <strong>Onpage </strong>SEO มาฝากกันเพื่อฆ่าเวลา</p>
<p><strong>ปรับแต่ง Onpage ให้ดีที่สุด เพื่อผลการจัดอันดับที่ดีที่สุด</strong></p>
<p style="padding-left: 30px;">จากประสบการณ์ในการทำ SEO (<em> Search engine Optimization</em> ) อันน้อยนิด บวกกับภาษาอังกฤษอันน้อยนิดไปด้วย หลังจากการหาข้อมูล บวกกับประสบการณ์ของตัวเองนั้นได้ค้นพบความจริงที่ว่า ถึงแม้ว่า  Search engine โดยเฉพาะ อาร์ตตัวแม่อย่าง Google จะให้ความสำคัญกับ Offpage มาเป็นอันดับ 1 แต่ก็ยังคง ให้ความสำคัญกับ<strong> Onpage </strong>ไม่น้อย ดังจะเห็นได้จากเว็บไซต์ที่ได้อันดับดี ๆ (ในที่นี่ผมหมายถึงอันดับ 1) กลับมีการ<strong>ปรับแต่ง Onpage</strong> หลาย ๆ อย่างคล้ายกัน ดังนี้</p>
<ol>
<li><strong>การเข้าถึง</strong> การเข้าถึงของ Search Engine ในเว็บไซต์ที่ดีนั้นจะควบคุมไม่ให้มีลิงค์เสีย หรือหน้าที่ไม่สามารถอ่านได้ เลยแม้แต่หน้าเดียวส่งผลให้การเข้าเก็บข้อมูลของ Bot เพื่อนำเอาไป index ไว้ในฐานข้อมูลเป็นไปได้อย่างราบรื่นไม่มีติดขัด การไต่ของบอทจึง &#8220;ลึก&#8221; และ &#8220;เร็ว&#8221; กว่าเว็บที่มีหน้าเสีย มีลิงค์เสียอยู่มากมาย</li>
<li><strong>เนื้อหา</strong> Content is King ยังคงใช้ได้อยู่เสมอแม้่ในชั่วโมงที่ Search engine ตัวแม่อย่าง Google ไม่สนใจ แต่เราต้องไม่ลืมว่า ยังไงเสีย Search engine ก็ยังคงต้องการ เนื้อหาใหม่ ๆ ที่ไม่มีในสารบบ เพื่อการนำไป index เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ใช้<br />
ตรงนี้ผมมีประสบการณ์จาก เว็บไซต์เพื่อนคนนึงซึ่งเป็นมือใหม่ในการทำเว็บ เรียกว่าไม่เคยทำเว็บมาก่อนเลยทีเดียว ผมบอกให้เค้าทำตามที่ผมบอก ด้วยการอัพเดทเนื้อหา สด ๆ หรือ <span id="result_box"><span style="background-color: #ffffff;" title="เนื้อหา ที่ไม่ซ้ำ">Unique content. ทุึกวันวันละหนึ่งบทความ เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน เนื้อหามี 30 บทความพอดี และบังเอิญ Google ปรับ PR เชื่อไหมว่าเว็บไซต์น้องใหม่นี้ได้ PR5 ทันที อยากเห็นดูตามลิงค์เว็บนี้ไปได้เลยครับ<br />
นอกจากเนื้อหาดี ๆ จะเป็นที่สนใจของ </span></span>Search engine แล้วยังจำเป็นต้องดึงดูดความสนใจ ของผู้เข้าชมเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดี และเนื้อหาดี ๆ เหล่านี้จะกระตุ้นให้ผู้เข้าชมอย่างแบ่งปัน โดยการนำไปแนะนำตาม Social Community ต่างๆ ซึ่งตรงนี้นี่เองจะเป็นผลพลอยได้ให้ มีการสร้าง Backlink คุณภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอันดับ 1 ของการทำ SEO</li>
<li><strong>การปรับแต่ง Onpage พื้นฐาน การกำหนด Keyword</strong> สำหรับ Webmaster มือใหม่หลายๆ  คนตกม้าตายง่าย ๆ ด้วยการสร้างเว็บขึ้นมาจนเว็บเป็นรูปเป็นร่างแล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองต้องการทำอันดับใน Keyword ตัวไหน<br />
ดังนั้นสิ่งแรกที่ผมจะแนะนำ ในการทำ <strong>Onpage</strong> ใ้ห้เว็บไซต์คุณคือการกำหนด Keyword ให้เว็บไซต์ การกำหนด Keyword ให้บทความที่คุณกำลังจะเขียน เมื่อคุณกำหนด Keyword ให้บทความคุณได้แล้วนั้นคุณจะต้องวาง Keyword ให้อยู่ในตำแหน่งสำคัญของบทความ ( URL, Title ,Internal link ) ทั้งนี้เพื่อให้ Search engine เ่ข้าใจว่าเราเขียนถึงเรื่องอะไร และเมื่อมีผู้เสริชหาข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนั้น ๆ Search engine จะได้นำข้อมูลไปนำเสนอให้แก่ผู้สืบค้นได้ถูก</li>
<li><strong>การตลาดที่ดี</strong> ใครว่าทำเว็บไซต์ไม่เกี่ยวกับการตลาด การทำเว็บไซต์ให้ประสบความสำเร็จคุณจำเป็นต้องวิเคราะห์ตลาด ต้องรู้ว่าผู้สืบค้นข้อมูล ในที่นี้ก็คือลูกค้านั่นเอง เร้าต้องรู้ว่าลูกค้าต้องการอะไร เพื่อที่เราจะได้หามาตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ถูก<br />
สำหรับการตลาดส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การทำ <strong>Onpage</strong> ใ้ห้เว็บไซต์คุณคือ เมื่อคุณทำสามข้อด้านบนมาหมดแล้ว คุณจะทำยังไงให้บทความดี ๆ เนื้อหาดี ๆ ของคุณถึงมือลูกค้า อย่างสมบูรณ์แบบและไวที่สุด ทั้งนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการแบ่งปันระหว่างผู้ใช้ เพื่อ Backlink ที่จะย้อนกลับเข้ามาหาเราในอนาคต<br />
ยิ่งปัจจัยล่าสุดที่ Google เผยไต๋ออกมา คือ อัลกอริทึ่มปัจจุบันและอนาคตจะนำส่วนของ Traffic หรือ อัตราการเข้าชมเว็บไซต์มาคิดคำนวณเพื่อจัดอันดับเว็บไซต์ด้วย ดังนั้นการตลาดคือสิ่งจำเป็นในการทำอันดับไปโดยปริยาย</li>
<li><strong>Hosting </strong>หรือพื้นที่ในการวางเว็บไซต์ ผมจัดให้ Hosting อยู่ในส่วนของการทำ <strong>Onpage</strong> ใ้ห้เว็บไซต์ เนื่องจากว่าเป็นปัจจัยที่เราสามารถควบคุมได้ เราสามารถควบคุมได้โดยการเลือกหา Hosting ที่เร็วแรง และสเถียรภาพ สิ่งที่ Webmaster มือใหม่ไม่รู้และผิดพลาดกันมาก อีกส่วนหนึ่งคือส่วนนี้  คุณเชื่อหรือไม่ว่าเพียง โฮสที่คุณเลือกใช้ล่ม หรือใช้งา่นไม่ได้แค่ 30 นาที และเป็น 30 นาทีที่ Google Bot กำลังเข้ามาตรวจสอบเพื่อเก็บข้อมูลเว็บไซต์คุณนั้น มันสามารถทำให้คุณร่วงจากอันดับหนึ่งไปอยู่หน้า 2 ได่้เลยทันที และล่าสุดอีกเหมือนกันที่ Google เผยไต๋ออกมา ว่า อัลกอริทึ่มตัวใหม่จะใช้ ความเร็วของการโหลดหน้าเว็บไปคำนวณเพื่อจัดอันดับด้วย<br />
นอกจากการโ่หลดหน้าเว็บที่รวดเร็วจะส่งผลดีต่อ Search Engine แล้วยังส่งผลดีกับผู้เข้าชมเว็บไซต์คุณ คุณคงไม่ปลื้่มนักที่เข้าเว็บไซต์เพื่อจะหาข้อมูล หรือซื้อสินค้า แล้วหน้าเว็บโหลดทีใช้เวลาเป็นนาที สำหรับผมแล้ว แค่ 30 วินาที ผมก็ปิดทิ้งแล้ว นอกจากการโหลดหน้าเว็บแล้ว การเลือกใช้ <strong>Hosting</strong> ที่แรง ๆ นั้น ส่งผลต่อการเก็บข้อมูลของ Google Bot ให้เป็นไปอย่างราบลื่นการไต่ของบอทจะไต่ได้ &#8220;ลึก&#8221; และ &#8220;เร็ว&#8221; กว่า<br />
ดังนั้น ถ้าคุณทำเว็บไทย คุณก็ควรเลือกใช้ Hosting ที่ตั้งอยู่ในประเทศไทยเพื่อความเร็วของการแสดงหน้าเว็บ ถ้าทำเว็บนอกก็ควรใช้เว็บที่ Server ตั้งอยู่ในประเทศนั้น ๆ เพื่อความรวดเร็วเช่นกัน สำหรับมือใหม่ อยากทำเว็บขายสินค้าหรือเว็บไซต์เพื่อทำ Adsense ก็ตาม ถ้าเป็นโฮสนอกผมแนะนำ <a href="../%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%98%E0%B8%B5%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%84%E0%B8%A3-hostgator%E0%B8%9F%E0%B8%A3%E0%B8%B5/.html"><strong>Hostgator </strong></a>ที่ผมใช้อยู่ ซึ่งราคาถูก และให้พื้นที่ กับ Domain Unlimited ถ้าเป็นโฮสไทย ผมใช้อยู่้สองที่ แต่เนะนำของน้องคนนึง โฮสแรง บอทแรง ที่ <a title="hostingidc" href="http://www.hostingidc.com" target="_blank"><strong>Hosting IDC www.hostingidc.com</strong></a> ลองใช้กันดูครับ</li>
<li><strong>การปรับ Onpage ด้วยการใส่ใจทุกรายละเอียด</strong> สิ่งสำคัญเหนืออื่นใดในการทำ <strong>Onpage </strong>SEO คือการใส่ใจรายละเอียดในการ<strong>ปรับแต่ง Onpage</strong> ทุกขั้นตอนเพราะการทำ <strong>Onpage</strong> เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้เองทุกขั้นตอน เป็นคะแนน Ranking ที่เราได้มาด้วยตัวเราเอง</li>
</ol>
<p>หวังว่าบทความข้างต้นจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ไม่มากก็น้อย สุขสันต์วันคริสมาสต์ครับ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-onpage-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%94%e0%b8%b5%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%9e.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>10 จุดสุดยอดในการใช้ Keyword ในการทำ SEO</title>
		<link>http://www.notzaa.com/401.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/401.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 18 Dec 2009 16:39:12 +0000</pubDate>
		<dc:creator>O_o) นอทซ่าาO</dc:creator>
				<category><![CDATA[Basic SEO]]></category>
		<category><![CDATA[Keyword]]></category>
		<category><![CDATA[Search engine Optimization]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seosamutprakarn.com/?p=401</guid>
		<description><![CDATA[หลังจากเมื่อเช้าได้เกริ่นนำเรื่อง keyword ไปนิดหน่อย ไม่รู้ว่าไปเสริชหาทั้งสามภาคในบล๊อกมาอ่านกันหรือยัง และพอดีได้ไปอ่านเจอบทความนี้ เมื่อตามไปที่เว็บต้นทางของบทความได้ ถูกปิดทิ้งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงกลัวว่าบทความดี ๆ มันจะสูญหายไปซะ เลยเก็บมาให้อ่านกัน ครับ การใช้ Keyword ในการทำ SEO ( Search engine Optimization) หลายคนที่เป็นมือใหม่อาจไม่มั่นใจหรือใช้ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ ควร หลังจากที่ได้อ่านบทความนี้ ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นแนวทาง สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจหรือยังไม่รู้ว่าจะ ใช้ยังไง ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ อย่ามัวเสียเวลาครับเริ่มต้นกันเลย ใช้ keyword ที่บริเวณ ชื่อหน้าเพจ (Title) ให้เราใส่ Keyword ที่เราต้องการจะใส่โดยให้น้ำหนักจากการเรียงจาก ซ้ายไปขวา ตัวอย่างการใช้งาน : [title] keyword หลัก , keyword รอง , keyword อื่นๆ [/title] เป็นต้น ใช้ keyword ที่บริเวณ ชื่อหัวข้อของเนื้อหา (Heading [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หลังจากเมื่อเช้าได้เกริ่นนำเรื่อง<strong> keyword </strong>ไปนิดหน่อย ไม่รู้ว่าไปเสริชหาทั้งสามภาคในบล๊อกมาอ่านกันหรือยัง</p>
<p>และพอดีได้ไปอ่านเจอบทความนี้ เมื่อตามไปที่เว็บต้นทางของบทความได้ ถูกปิดทิ้งไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงกลัวว่าบทความดี ๆ มันจะสูญหายไปซะ เลยเก็บมาให้อ่านกัน ครับ</p>
<p>การใช้ Keyword ในการทำ SEO ( Search engine Optimization) หลายคนที่เป็นมือใหม่อาจไม่มั่นใจหรือใช้ได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ ควร หลังจากที่ได้อ่านบทความนี้ ผมเชื่อว่าน่าจะเป็นแนวทาง สำหรับผู้ที่ยังไม่มั่นใจหรือยังไม่รู้ว่าจะ ใช้ยังไง ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ อย่ามัวเสียเวลาครับเริ่มต้นกันเลย</p>
<ol>
<li>ใช้ keyword ที่บริเวณ ชื่อหน้าเพจ (Title) ให้เราใส่ Keyword ที่เราต้องการจะใส่โดยให้น้ำหนักจากการเรียงจาก ซ้ายไปขวา ตัวอย่างการใช้งาน : [title] keyword หลัก , keyword รอง , keyword อื่นๆ [/title] เป็นต้น</li>
<li>ใช้ keyword ที่บริเวณ ชื่อหัวข้อของเนื้อหา (Heading tag)โดยการใช้ H1,H2,H3 เป็นต้น ตัวอย่างการใช้งาน : [H1] Keyword [/h1] หรือ [H2] Keyword [/H2] เป็นต้น</li>
<li>ใช้ keyword ที่บริเวณ เนื้อหาในส่วนแรก (First Content) ให้ใส่ Keyword ไว้ในตำแหน่ง 20 คำแรกโดยประมาณ ให้ชัดเจน หรืออาจจะใช้ตัวอักษรลักษณะเอียงก็ได้ ตัวอย่างการใช้งาน : [BODY][P] Keyword [/P][/BODY]</li>
<li>ใช้ keyword ที่บริเวณ ลิงค์เชื่อมโยงมาตรฐาน (Standard Text Link) คือการเชื่อมโยงในลักษณะ การใช้ Text link เป็นตัวเชื่อมโยง แล้วแทรก Keyword ผสมเข้าไปด้วย ตัวอย่างการใช้งาน : [a href="http://www.yoursite.com"] Keyword [/a]</li>
<li>ใช้ keyword ที่บริเวณ เนื้อหาในส่วนสุดท้ายของหน้า (The last content) เพื่อเน้นย้ำหรือใช้ในการสรุปเนื้อหาอาจจะใช้เป็นลักษณะตัวเอียงหรือหนาก็ได้ครับ ตัวอย่างการใช้งาน : [P] Keyword [/P] [/BODY]</li>
<li>ใช้ keyword ที่บริเวณ เมนูเลื่อนลง (Drop Down Menu) Drop down menu นี้เป็นที่ซ่อน Keyword ที่ดีอีกที่ที่ไม่ควรมองข้ามนะครับ ตัวอย่างการใช้งาน : [FORM] [OPTION] Keyword [/OPTION] [/FORM]</li>
<li>ใช้ keyword ตั้งชื่อไฟล์และโฟลเดอร์ (Folder name,File name) วิธี นี้ได้ผลเป็นที่น่าพอใจพอสมควรครับกับการทดลองใช้ในหลายๆเว็บที่ผมลอง หากต้องใช้Keyword มากกว่า 1พยางค์ ควรใช้เครื่องหมาย &#8220;-&#8221; เป็นตัวคั่นกลาง ตัวอย่างการใช้งาน :/ Keyword/ Keword.html, Keyword.jpg หรือ Keyword1-Keyword2.html</li>
<li>ใช้ keyword ที่บริเวณ คำอธิบายรูปภาพ (Images alt tag) การ ใช้ tag alt เข้าช่วยนั้นเพราะว่า Sreach engine นั้นไม่รู้จักรูปภาพเราสามารถบอก Sreach engine รู้ ว่าภาพนั้นเป็นภาพของอะไรได้โดยใช้ tag alt นี้เข้าช่วย ตัวอย่างการใช้งาน : [img src="images address" alt="Keyword"]</li>
<li>ใช้ keyword ที่บริเวณ คำอธิบาย ลิงค์ (Text link title) การใช้ text link title นั้นคลายการใช้ tag alt เพียงแต่ tag นี้ใช้อธิบาย link ตัวอย่างการใช้งาน :[ a href="http://www.yoursite.com" title="Keyword"] Keyword [/a]</li>
<li>ใช้ keyword จด Domain name ด้วย Keyword (Domain name register) การใช้ Keyword หลักของเว็บในการจด Domain name นั้นหากทำได้ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้วครับ</li>
</ol>
<p>ที่มา www.th-store.com</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/401.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>7</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>วิธีสมัคร Amazon Associates (ซะที)</title>
		<link>http://www.notzaa.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-amazon-associates.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-amazon-associates.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Nov 2009 18:38:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>O_o) นอทซ่าาO</dc:creator>
				<category><![CDATA[Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon Associates]]></category>
		<category><![CDATA[PPC]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[ขายสินค้า Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[วิธีสมัคร]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seosamutprakarn.com/?p=293</guid>
		<description><![CDATA[เอาละครับถ้าอยากร่วมทำงาน หรือขายสินค้าให้Amazon เราก็ต้องสมัคร Amazon Associates ก่อน วิธีการลงทะเบียนเป็นผู้ร่วมขายของ Amazon หรือ Amazon Associates นั่นไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมายนัก เนื่องจากว่าทางอเมซอนก็อยากได้ผู้ร่วมขายมาก ๆ เช่นกัน (อย่างว่าบริษัทขายสินค้าย่อมอยากได้เซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ไม่มีเงินเดือน) ก่อนอื่นเรามาตรวจสอบความพร้อมของ Amazon Associates หน้าใหม่จากไทยแลนด์กันก่อน สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเป็นพนักงานของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon มีดังนี้ เว็บไซต์หรือ บล๊อก ถ้ายังไม่มีให้ไปสมัคร ผมแนะนำที่ Blogger ครับส่วนเนื้อหานั้นจะมีหรือไม่มีก็ได้ ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ครับ เนื่องจากว่า Amazon ไม่สนใจว่าเราจะใช้ภาษาอะไรในการโปรโมต เพียงแต่ว่าลูกค้าต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ Amazon ส่งของให้ได้ จริง ๆ เรายังไม่ต้องทำ Blog ก็ได้แค่ไปสมัครเอา URL มาก็พอ เพราะอเมซอนไม่ตรวจสอบอะไรมาก แต่ผมแนะนำให้ทำไว้ดีกว่าครับอย่างน้อยก็ถือว่าเป็นก้าวแรก ก่อนจะเดินในทางสายนี้ถ้าคุณไม่เริ่มลงมือ แค่เรื่องง่าย ๆ อย่างนี้ผมว่าคุณก็ขายของไม่ได้หรอก เว้นแต่คุณจะไปสาย PPC http://1080phdtvs.blogspot.com/ นี่คือ Blog [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="   alignleft" title="amazon associates" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/amazon-associates.jpg" alt="amazon associates" width="280" height="219" /></p>
<p>เอาละครับถ้าอยากร่วมทำงาน หรือขายสินค้าให้Amazon เราก็ต้องสมัคร <strong>Amazon Associates</strong> ก่อน วิธีการลงทะเบียนเป็นผู้ร่วมขายของ Amazon หรือ <strong>Amazon Associates</strong> นั่นไม่ได้ยุ่งยากอะไรมากมายนัก เนื่องจากว่าทางอเมซอนก็อยากได้ผู้ร่วมขายมาก ๆ เช่นกัน (อย่างว่าบริษัทขายสินค้าย่อมอยากได้เซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ไม่มีเงินเดือน)</p>
<p>ก่อนอื่นเรามาตรวจสอบความพร้อมของ <strong>Amazon Associates</strong> หน้าใหม่จากไทยแลนด์กันก่อน สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนเป็นพนักงานของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง Amazon มีดังนี้</p>
<ol>
<li><em>เว็บไซต์หรือ บล๊อก </em>ถ้ายังไม่มีให้ไปสมัคร ผมแนะนำที่ Blogger ครับส่วนเนื้อหานั้นจะมีหรือไม่มีก็ได้ ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ครับ เนื่องจากว่า Amazon ไม่สนใจว่าเราจะใช้ภาษาอะไรในการโปรโมต เพียงแต่ว่าลูกค้าต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ Amazon ส่งของให้ได้ จริง ๆ เรายังไม่ต้องทำ Blog ก็ได้แค่ไปสมัครเอา URL มาก็พอ เพราะอเมซอนไม่ตรวจสอบอะไรมาก แต่ผมแนะนำให้ทำไว้ดีกว่าครับอย่างน้อยก็ถือว่าเป็นก้าวแรก ก่อนจะเดินในทางสายนี้ถ้าคุณไม่เริ่มลงมือ แค่เรื่องง่าย ๆ อย่างนี้ผมว่าคุณก็ขายของไม่ได้หรอก เ<strong>ว้นแต่คุณจะไปสาย PPC </strong><a title="1080P Hdtv" href="http://1080phdtvs.blogspot.com/" target="_blank">http://1080phdtvs.blogspot.com/</a> นี่คือ Blog ที่ผมทำขึ้นมาเพื่อเป็นตัวอย่าง<span id="more-293"></span></li>
<li><em>บัญชีธนาคารกรุงเทพ</em> ผมแนะนำให้ทำบัญชีของธนาคารกรุงเทพพร้อมบัตร ATM แบบ B1st ไว้ครับ เนื่องจากถ้าคุณจะหาเิงินทางอินเตอร์เน็ตแล้ว การจับจ่ายใช้สอยผ่านทางอินเตอร์เน็ตเป็นสิ่งจำเป็นอาจจะเป็นโดเมน โฮสติ้ง หรืออะไรก็ตามแต่ที่อำนวยความสะดวกในการหาเงินให้เรา และการจ่ายเงินทางอินเตอร์เน็ตนั้นจำเป็นต้องใช้บัตรเครดิต สำหรับคนที่มีก็ง่ายไป แต่ถ้าคนที่ไม่มีบัตรเครดิตแล้วบัตร B1st ของธนาคารกรุงเทพตอบโจทย์ตรงนี้ได้อย่างดี สามารถใช้แทนบัตรเครดิตได้ทันที และที่สำคัญ Amazon จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขานิวยอร์ค ให้เราครับเว้นเสียแต่ว่าคุณไม่อยากได้ค่าคอมมิสชั่น</li>
</ol>
<p><strong>วิธีสมัคร Amazon Associates </strong>(ซะที จริง ๆ แล้ว)<strong> </strong></p>
<p>ไปที่ลิงค์นี้  <a href="https://affiliate-program.amazon.com/?_encoding=UTF8&amp;assoc_ss_ref=http%3A%2F%2Fwww.amazon.com%2F" target="_blank">Amazon.com </a>(ผมเน้นที่อเมริกานะครับ) เลือกประเทศ แล้วคลิ๊กที่ Join Now For Free</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 199px"><img class=" " title="Amazon Associates" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/AmazonAssociates.png" alt="Amazon Associates" width="189" height="194" /><p class="wp-caption-text">Amazon Associates</p></div>
<p>เลือกที่ <strong>I am a new customer.</strong> แล้วกรอกอีเมล์ของเราลงไป เสร็จแล้วคลิ๊กที่ปุ่มเหลือง ๆ (Sign in using secure server )</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 358px"><a href="http://www.seosamutprakarn.com/image/AmazonAssociates2.png" rel="lightbox[293]"><img class=" " title="AmazonAssociates" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/AmazonAssociates2.png" alt="AmazonAssociates" width="348" height="190" /></a><p class="wp-caption-text">AmazonAssociates</p></div>
<p>กรอกข้อมูลส่วนตัวใส่พาสเวิร์ด ให้ครบทุกช่องแล้วคลิก Continue</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 358px"><a href="http://www.seosamutprakarn.com/image/AmazonAssociates3.png" rel="lightbox[293]"><img class=" " title="Amazon Associates" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/AmazonAssociates3.png" alt="Amazon Associates" width="348" height="190" /></a><p class="wp-caption-text">Amazon Associates</p></div>
<p>หน้าต่อไปกรอกดังนี้ (เป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด เราจะหาเงินดอลล่ากัน)</p>
<p><strong>Payee Name </strong>กรอกให้ตรงกับบัญชีธนาคารเพราะชื่อนี้โอนเงิน</p>
<p><strong>Address Line 1 </strong>ที่อยู่ ใส่ช่องเดียวก็พอภาษาอังกฤษ เช่น 89/7 Moo 2 ถนน ตำบล</p>
<p><strong>City </strong>เมืองหรืออำเภอ เช่น Meung อำเภอเมือง</p>
<p><strong>State, Province or Region</strong> จังหวัด เ่ช่น Samutprakarn</p>
<p><strong>ZIP or Postal Code</strong> รหัสไปรษณีย์ ไม่ต้องเช่นมั้ง</p>
<p><strong>Country</strong> ประเทศไทย</p>
<p><strong>Phone Number</strong> ให้ใส่ +66แล้วตามด้วยเบอร์โทรไม่ต้องมี 0 นำหน้า เช่น +668658xxxx</p>
<p>เลือกข้อแรกแล้วคลิ๊ก Next: You Website Profile</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 309px"><a href="http://www.seosamutprakarn.com/image/AmazonAssociates4.png" rel="lightbox[293]"><img class=" " title="Amazon Associates" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/AmazonAssociates4.png" alt="Amazon Associates" width="299" height="103" /></a><p class="wp-caption-text">Amazon Associates</p></div>
<p>หน้าต่อไปเป็นข้อมูลเกี่ยวกับเว็บไซต์เรา</p>
<p><strong>What is the name of your website?</strong> ชื่อเว็บไซต์ ไม่ใช่ URL ตัวอย่างของผม 1080P HDTV REVIEW</p>
<p><strong>What is the URL of the website(s) you will use to send traffic to Amazon?</strong> ที่อยู่เว็บไซต์ เช่น <a title="1080P Hdtv" href="http://1080phdtvs.blogspot.com/" target="_blank">http://1080phdtvs.blogspot.com/</a></p>
<p><strong>What is your website(s) about?</strong> เว็บไซต์เราเกี่ยวกับอะไร อธิบายสั้น ๆ นึกไม่ออกเอาเว็บเราไปเสริชใน Google แล้ว Copy Description ชาวบ้านมา</p>
<p><strong>Which of the following topics best describes the topic of your website(s)? </strong>เลือกหมวดหมู่ของเว็บไซต์เรา ตัวอย่างผมเลือก Movie,DVDs,TV</p>
<p><strong>What type of Amazon items do you intend to list on your website(s)?</strong> สินค้าที่เราจะขายตรงกับหมวดหมู่อะไรของ Amazon ตัวอย่างผมเลือก Electronics</p>
<p><strong>How do you drive traffic to your website(s)?</strong> ถามว่าเราจะพึ่งทราฟฟิคจากไหน ผมเลือก SEO</p>
<p>ที่เหลือเลือกตามข้างล่างเลยหรือจะลองอ่าน ๆ แล้วเลือกเองก็ได้ครับ แล้วคลิ๊ก Finish</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 368px"><a href="http://www.seosamutprakarn.com/image/AmazonAssociates5.png" rel="lightbox[293]"><img class=" " title="Amazon Associates" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/AmazonAssociates5.png" alt="Amazon Associates" width="358" height="281" /></a><p class="wp-caption-text">Amazon Associates</p></div>
<p>เสร็จแล้วก็รอเมล์ตอบกลับของ Amazon ประมาณนี้ เท่านี้คุณก็ได้เป็น ตัวแทนขายของบริษัทอันดับโลกแล้ว ใครถามว่าทำงานอะไรก็ตอบไปว่าทำงานกับบริษัทของอเมริกา เกี่ยวกับการโฆษณาสินค้า ขายสินค้า Consumer Product เท่ห์จะตาย</p>
<blockquote><p><strong>Thank you for applying to the Amazon.com Associates Program,<span style="color: #ff0000;">4HR-20</span></strong></p>
<p>Thank you for applying to the Amazon.com Associates Program. You&#8217;ll receive  another email from us officially &#8230;&#8230;&#8230;</p>
<p>&#8230;&#8230;</p>
<p>&#8230;.If, for some reason, you are unable to access Associates Central at this time  you can still create a homepage link by following these directions:</p>
<p>This is your unique Amazon.com Home Page Linking  Format:<br />
http://www.amazon.com?_encoding=UTF8&amp;tag=<span style="color: #000000;"><strong>4HR-20</strong></span><br />
Here&#8217;s how the  link should look in your HTML document:<br />
Shop at  Amazon.com!</p></blockquote>
<p>มีข้อสังเกตุอีกนิดหนึ่งคือตัวเลข 4HR-20 สีแดง ๆ (ในเมล์จะเป็นสีปกติ) ตัวเลขชุดนี้คือ รหัสอ้างอิงการเป็นผู้ร่วมขายหรือ <strong>Amazon Associates</strong> เรียกอีกอย่างว่า <strong>Associates ID</strong>.</p>
<p>แล้วไอ้เจ้า <strong>Associates ID</strong> มันคืออะไร <strong>Associates ID</strong> คือรหัสตัวแทนขายหรือรหัสพนักงานของเรานั่นเอง ซึ่งจะมีตัวเลขห้อยท้ายต่างๆ กันแล้วแต่ประเทศที่เราเป็นตัวแทนขาย ตัวอย่างเป็นของ USA จะลงท้ายด้วย -20 ถ้าเป็น UK หรืออังกฤษ จะลงท้ายด้วย -21 โดย <strong>Associates ID</strong> จะไม่สามารถนำไปใช้ข้ามประเทศกันได้ ถ้าคุณคิดจะขายสินค้าในประเทศอังกฤษก็จำเป็นต้องไปสมัครใน Amazon.co.uk</p>
<p>เมื่อเราสมัครเสร็จแล้วจะยังไม่เสร็จสมบูรณ์ คุณจะไม่สามารถรับเงินได้จนกว่าคุณจะยืนยัน หรือแจ้ง Amazon ว่าคุณจะรับเงินอย่างไร (แต่เริ่มทำ Link หรือ Astore หาเงินได้แล้วนะ) จะมีข้อความเตือนประมาณนี้</p>
<blockquote><p>Before we can can pay you, we must have your Payment Method information. Note that only the primary account holder can enter this information.</p></blockquote>
<p>หาเงินกันก่อน แล้วค่อยมาว่ากันเรื่องตั้งค่าการรับเงินครับ..</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%98%e0%b8%b5%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%b1%e0%b8%84%e0%b8%a3-amazon-associates.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>17</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>การขายสินค้า Amazon แบบ ไม่เสียเงิืนสักแดง</title>
		<link>http://www.notzaa.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-amazon%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%b7%e0%b8%99.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-amazon%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%b7%e0%b8%99.html#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 16 Nov 2009 13:45:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>O_o) นอทซ่าาO</dc:creator>
				<category><![CDATA[Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Amazon Associates]]></category>
		<category><![CDATA[aStore]]></category>
		<category><![CDATA[Landing Page]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[ขายสินค้า Amazon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seosamutprakarn.com/?p=286</guid>
		<description><![CDATA[บทความที่แล้วผมกล่าวถึงการทำเงิืนกับการขายสินค้าให้ Amazon โดยแบ่งออกเป็นสองแบบใหญ่ ๆ คือ การขายสินค้า Amazon แบบไม่ลงทุนสักแดงเดียว การขายสินค้า Amazon แบบมีเงินลงทุน โดยการขายสินค้าทั้งสองแบบจะต้องอาศัยการทำอันดับใน เสริชเอ็นจิ้น หรือ SEO เข้ามาช่วย แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่เป็นการขายสินค้าให้ Amazon โดยไม่ต้องทำ SEO แต่เป็นการขายสินค้าที่ลงทุนสูงแต่ถ้าคุณพบช่องทางแล้ว ลงทุัน 100 อาจได้กลับมา 500 เลยก็ได้ ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า PPC หรือ การทำ PayPerClick แต่วิธีนี้ผมจะไม่กล่าวถึงมากเนื่องจากผมทำไม่เป็น ถึงจะทำเป็นก็ไม่เชี่ยวชาญพอที่จะบอกใครได้ เอาล่ะเรามาว่ากันว่าแต่ละแบบเป็นอย่างไร การขายสินค้า Amazon แบบไม่ลงทุนสักแดงเดียว เป็นการขายสินค้าโดยอาศัยเครื่องมือของ Amazon ให้มาและการขายสินค้าด้วยเครื่องมือฟรีต่าง ๆ ในอินเตอร์เน็ตที่เอื้ออำนวย เช่น astore ของ Amazon เอง ดั่งเช่นในรูป หรือ ใช้ blog ฟรีที่ยินยอมให้เราทำเพื่อการค้าเช่น Blogger ของ Google [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 244px"><a href="http://www.seosamutprakarn.com/image/astore50.png" rel="lightbox[816]"><img class="  " title="astore" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/astore50.png" alt="astore" width="234" height="198" /></a><p class="wp-caption-text">astore</p></div>
<p>บทความที่แล้วผมกล่าวถึงการทำเงิืนกับการขายสินค้าให้ Amazon โดยแบ่งออกเป็นสองแบบใหญ่ ๆ คือ</p>
<ol>
<li>การขายสินค้า Amazon แบบไม่ลงทุนสักแดงเดียว</li>
<li>การขายสินค้า Amazon แบบมีเงินลงทุน</li>
</ol>
<p>โดยการขายสินค้าทั้งสองแบบจะต้องอาศัยการทำอันดับใน เสริชเอ็นจิ้น หรือ SEO เข้ามาช่วย แต่ก็มีบ้างเหมือนกันที่เป็นการขายสินค้าให้ Amazon โดยไม่ต้องทำ SEO แต่เป็นการขายสินค้าที่ลงทุนสูงแต่ถ้าคุณพบช่องทางแล้ว ลงทุัน 100 อาจได้กลับมา 500 เลยก็ได้ ซึ่งวิธีนี้เรียกว่า PPC หรือ การทำ PayPerClick แต่วิธีนี้ผมจะไม่กล่าวถึงมากเนื่องจากผมทำไม่เป็น ถึงจะทำเป็นก็ไม่เชี่ยวชาญพอที่จะบอกใครได้ เอาล่ะเรามาว่ากันว่าแต่ละแบบเป็นอย่างไร</p>
<p><strong>การขายสินค้า Amazon แบบไม่ลงทุนสักแดงเดียว</strong></p>
<p>เป็นการขายสินค้าโดยอาศัยเครื่องมือของ Amazon ให้มาและการขายสินค้าด้วยเครื่องมือฟรีต่าง ๆ ในอินเตอร์เน็ตที่เอื้ออำนวย เช่น astore ของ Amazon เอง ดั่งเช่นในรูป หรือ ใช้ blog ฟรีที่ยินยอมให้เราทำเพื่อการค้าเช่น Blogger ของ Google เอง แต่ทั้งสองแบบนี้ถึงจะฟรี แต่เชื่อไหมครับว่ามีคนมีรายได้หลายแสนบาทต่อเดือน จากการทำการตลาดด้วยรูปแบบนี้</p>
<p><strong>การขายสินค้า Amazon แบบมีเงินลงทุน</strong></p>
<p>การขายสินค้าแบบนี้มีแยกย่อยอีกหลายแบบ แต่อนุมาณเป็นรูปแบบกว้าง  ๆ ได้สองแบบคือ<span id="more-816"></span></p>
<ol>
<li>แบบทำ SEO อาศัยช่องทางของ Search Engine เป็นช่องทางกระจายสินค้า ออกสู่ีสายตาของลูกค้าเพื่อผลทางการตลาด</li>
<li>แบบไม่ต้องทำ SEO หรือ PPC เป็นการยอมจ่ายเงินค่าโฆษณา เพื่อทำโฆษณาสินค้าที่เราต้องการจะขายเมื่อขายได้แล้ว เอาราคาคอมมิสชั่นที่เราได้มาหักออก จากค่าโฆษณาที่เราจ่ายไปก็จะเหลือเป็นกำไร วิธีนี้เป็นวิธีที่ทำง่าย ได้เงินเร็ว แต่ก็มีความเสี่ยงในการขาดทุนเช่นกัน แต่มันก็ไม่ใช่ว่าไม่น่าทำเพราะความเสี่ยงต่าง ๆ มันควบคุมได้ด้วยตัวเราเอง ถ้าคุณเป็นเซียน PPC คุณก็ &#8220;โครตรวย&#8221; ได้ด้วยเงิืนเพียงน้อยนิด</li>
</ol>
<p>- อนึ่งอเมซอนประกาศออกมาว่าห้ามทำการตลาดแบบ PPC เพื่อส่งสินค้าไปที่ Amazon โดยตรง แต่ยังมีการทำโดยการส่งสินค้าไปหน้า Landing Page ของตัวแทนขายที่สร้างขึ้นก่อนจะนำลูกค้าไปที่ Amazon.com อีกต่อหนึ่ง และ สำหรับเว็บไซต์ Amazon อื่น ๆ ที่อยู่นอก อเมริกาและ แคนนาดาแล้ว วิธี PPC ยังคงทำได้ตามปกติ ทั้งสองรูปแบบผมจะอธิบายด้วยภาพเพื่อความเข้าใจง่าย</p>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 298px"><a href="http://www.seosamutprakarn.com/image/Landingpage.png" rel="lightbox[816]"><img title="Landing Page Amazon" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/Landingpage.png" alt="Landing Page Amazon" width="288" height="254" /></a><p class="wp-caption-text">Landing Page Amazon</p></div>
<div class="wp-caption alignnone" style="width: 298px"><a href="http://www.seosamutprakarn.com/image/nonLandingpage.png" rel="lightbox[816]"><img title="Non Landing Page Amazon" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/nonLandingpage.png" alt="Non Landing Page Amazon" width="288" height="254" /></a><p class="wp-caption-text">Non Landing Page Amazon</p></div>
<p>แต่ในสิ่งที่ผมจะกล่าวใน Blog เสียวสมุทรปราการนี้ คงจะเน้นไปที่การทำ SEO ซะเป็นส่วนใหญ่ เนื่องจากบ้านผมจนไม่มีเงิืนลงทุนมาก ๆ และ ไม่เชี่ยวชาญเรื่องเกี่ยวกับ PPC ขนาดสอนหรือบอกใครได้</p>
<p>สิ่งที่จำเป็นในการทำเงินกับ Amazon.com แนวทางแรก ไม่ต้องใช้เงินทุน( aStore และ Free Blog )</p>
<ol>
<li>ความตั้งใจจริง แน่นอนครับ สิ่งแรกที่จำเป็นต้องมีเนื่องจากเราทำเงินกับการทำ SEO ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่างกว่าที่สินค้าเราจะออกไปสู่สายตาของลูกค้าจนเกิดการซื้อเกิดขึ้น ต้องมีความอึดพอสมควรแต่เมื่อมันดังและทำเงินแล้วก็ไม่ต้องคิดมากล่ะครับ</li>
<li>บัญชีธนาคารกรุงเทพ เอาไว้รับเงินที่อเมซอนจ่ายให้ เป็นการจ่ายแบบ Direct Deposit หรือเข้าบัญชีให้เราโดยตรง</li>
<li>คอมพิวเตอร์ + อินเตอร์เน็ต</li>
<li>สายตากว้างไกลในการดูเทรนและตลาด (อันนี้เป็นคีย์แห่งความสำเร็จเลยครับ)</li>
<li>แอคเค้าตัวแทนขายของ Amazon หรือ Amazon Associates (สมัครกับอเมซอน)</li>
</ol>
<p>เอาละครับเมื่อสำรวจความพร้อมเรียบร้อยก็มาสมัคร Amazon Associates กันเลย แต่เดี๋ยวก่อน&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;การสมัคร Amazon Associates คุณต้องมีเว็บไซต์หรือ Blog อะไรสักอย่างก่อน</p>
<p>ทำ Blog กันเป็นหรือยัง?&#8230;.</p>
<p>ถ้ายัง</p>
<ul>
<li>
<h4 id="post-49"><span style="color: #0000ff;"><a title="Permanent Link to มารู้จักกับ Blogger กันเถอะ" rel="bookmark" href="../%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%88%e0%b8%b1%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9ablogger%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%96%e0%b8%ad%e0%b8%b0/.html">มารู้จักกับ Blogger กันเถอะ</a></span></h4>
</li>
</ul>
<ul>
<li>
<h4 id="post-104"><span style="color: #0000ff;"><a title="Permanent Link to สร้าง Blog ง่าย ๆ กับ Blogger.com" rel="bookmark" href="../%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87blog%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9ablogger-com/.html">สร้าง Blog ง่าย ๆ กับ Blogger.com</a></span></h4>
</li>
</ul>
<ul>
<li>
<h4 id="post-112"><span style="color: #0000ff;"><a title="Permanent Link to เสียวขั้นที่ 1 ปรับแต่ง Blogger ให้ถูกใจเจ้าของ Blog 1" rel="bookmark" href="../%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87blogger%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%88%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%82/.html">เสียวขั้นที่ 1 ปรับแต่ง Blogger ให้ถูกใจเจ้าของ Blog 1</a></span></h4>
</li>
</ul>
<ul>
<li>
<h4 id="post-127"><span style="color: #0000ff;"><a title="Permanent Link to เสียว 2 ปรับแต่ง Blogger ให้ถูกใจ Search Engine" rel="bookmark" href="../%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%81%e0%b8%95%e0%b9%88%e0%b8%87-blogger%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b9%83%e0%b8%88search-engine/.html">เสียว 2 ปรับแต่ง Blogger ให้ถูกใจ Search Engine</a></span></h4>
</li>
</ul>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-amazon%e0%b9%84%e0%b8%a1%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%b7%e0%b8%99.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>20</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ภาพรวมการทำธุรกิจขายสินค้า Amazon</title>
		<link>http://www.notzaa.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-amazon.html</link>
		<comments>http://www.notzaa.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-amazon.html#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 13 Nov 2009 04:50:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>O_o) นอทซ่าาO</dc:creator>
				<category><![CDATA[Amazon]]></category>
		<category><![CDATA[Blog]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>
		<category><![CDATA[ขายสินค้า Amazon]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.seosamutprakarn.com/?p=277</guid>
		<description><![CDATA[บทความที่แล้ว ผมเล่าให้ฟังไปแล้วว่า Amazon คืออะไร ผมว่าหลาย ๆ คนคงคิดเหมือนผมตอนเริ่มใหม่ ๆ ว่ามันเริ่มมีความน่าสนใจขึ้นมาทีละน้อย เมื่อเรามองเห็นว่ามันสามารถทำเงินได้จริง ๆ แต่ภาพมันยังไม่ชัดเจน มันทำเงินได้แล้วเราจะได้ได้ยังไง ? ได้เท่าไร ? แล้วต้องลงทุนไหม ทำอะไรบ้าง บทความนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงภาพรวมการทำธุรกิจ Amazon ว่ามีกี่แบบทำยังไง เหตุที่การทำธุรกิจขายสินค้ากับ Amazon มันน่าทำจนทำให้คนอย่างผมต้องหันมามอง เนื่องจาก ผมสามารถพูดได้เลยว่ามันเป็นหนึ่งในโมเดลการทำธุรกิจในฝันของผมเลย เพราะว่าผมเป็นคนที่ไม่ค่อยอยู่กัุบที่ ไม่ชอบทำงานประจำ ไม่เป็นขี้ข้าใคร และผมไม่เชื่อว่าการตอกบัตรทำงาน งก ๆ เพื่อเศษเงิน ที่เหลือจากการทำธุรกิจของคนอื่นมันจะทำให้ผมรวยได้ยังไง ? ทำไม Amazon มันถึงน่าทำ การทำอเมซอน คือการทำงานที่ไหนก็ได้ ที่มีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ผมสามารถท่องเที่ยวไปได้ตามที่ใจต้องการ และ ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้ามาตอกบัตรเข้าทำงาน เหมือนคนอื่น ผมไม่จำเป็นต้องมีร้านค้าเป็นของตัวเอง การทำ Amazon แค่เลือกสินค้าที่เราอยากจะขายในเว็บไซต์ Amazon.com แล้วนำลิงค์ไปโปรโมต มันก็เท่ากับเราเริ่มทำธุรกิจแล้ว ผมไม่จำเป็นต้องไปเดินเร่ขายสินค้าที่ไหน ไม่ต้องร้อน ไม่เปลืองน้ำมัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="wp-caption alignleft" style="width: 228px"><a href="http://www.seosamutprakarn.com/image/sale-by-amazon.gif" rel="lightbox[277]"><img class="  " title="Sale by Amazon" src="http://www.seosamutprakarn.com/image/sale-by-amazon.gif" alt="Sale by Amazon.com" width="218" height="290" /></a><p class="wp-caption-text">Sale by Amazon.com</p></div>
<p>บทความที่แล้ว ผมเล่าให้ฟังไปแล้วว่า<a href="http://www.seosamutprakarn.com/amazon-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3/.html" target="_self"> <strong>Amazon</strong> คืออะไร </a>ผมว่าหลาย ๆ คนคงคิดเหมือนผมตอนเริ่มใหม่ ๆ ว่ามันเริ่มมีความน่าสนใจขึ้นมาทีละน้อย เมื่อเรามองเห็นว่ามันสามารถทำเงินได้จริง ๆ แต่ภาพมันยังไม่ชัดเจน มันทำเงินได้แล้วเราจะได้ได้ยังไง ? ได้เท่าไร ? แล้วต้องลงทุนไหม ทำอะไรบ้าง บทความนี้ผมจะมาเล่าให้ฟังถึงภาพรวมการทำธุรกิจ <strong>Amazon</strong> ว่ามีกี่แบบทำยังไง</p>
<p>เหตุที่การทำธุรกิจขายสินค้ากับ Amazon มันน่าทำจนทำให้คนอย่างผมต้องหันมามอง เนื่องจาก ผมสามารถพูดได้เลยว่ามันเป็นหนึ่งในโมเดลการทำธุรกิจในฝันของผมเลย เพราะว่าผมเป็นคนที่ไม่ค่อยอยู่กัุบที่ ไม่ชอบทำงานประจำ ไม่เป็นขี้ข้าใคร และผมไม่เชื่อว่าการตอกบัตรทำงาน งก ๆ เพื่อเศษเงิน ที่เหลือจากการทำธุรกิจของคนอื่นมันจะทำให้ผมรวยได้ยังไง ?</p>
<h3>ทำไม Amazon มันถึงน่าทำ<span id="more-277"></span></h3>
<ol>
<li>การทำอเมซอน คือการทำงานที่ไหนก็ได้ ที่มีคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ผมสามารถท่องเที่ยวไปได้ตามที่ใจต้องการ และ ไม่จำเป็นต้องตื่นเช้ามาตอกบัตรเข้าทำงาน เหมือนคนอื่น</li>
<li>ผมไม่จำเป็นต้องมีร้านค้าเป็นของตัวเอง การทำ <strong>Amazon </strong>แค่เลือกสินค้าที่เราอยากจะขายในเว็บไซต์ <strong>Amazon.com </strong>แล้วนำลิงค์ไปโปรโมต มันก็เท่ากับเราเริ่มทำธุรกิจแล้ว</li>
<li>ผมไม่จำเป็นต้องไปเดินเร่ขายสินค้าที่ไหน ไม่ต้องร้อน ไม่เปลืองน้ำมัน สักวันผมคงจะนั่งขายสินค้าอยู่ในบ้านหลังเล็ก ๆ ตรงไหนสักแห่งทางเหนือของประเทศไทย พร้อมกับคอมพิวเตอร์ บวกอินเตอร์เน็ต 3G</li>
<li>ไม่มีค่าใช้จ่าย ครับหูไม่ฝาด ไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สำหรับการทำแบบไม่ต้องใช้เงินทุนนะ แบบเสียตังค์ก็มี ของอย่างงี้ High risk High return</li>
<li>ผมไม่จำเป็นต้องมีสินค้าคงคลัง ไม่ต้องสต๊อคของ ไม่ต้องมีพนักงานบัญชี ไม่ต้องไปไล่เก็บเงินใคร แถมขายของได้ก็ไม่ต้องส่ง รอรับตังค์อย่างเดียว</li>
<li>ผมรับเงินค่าเหนื่อยเป็น ดอลล่าสหรัฐ หรือปอนด์ เสตอริงของอังกฤษ ซึ่งค่าของมันก็ไม่ต้องพูดล่ะ</li>
</ol>
<p>แค่หกข้อข้างต้นคงทำให้หลาย ๆ คนคันไม้คันมืออยากลงมาเล่นกับผมแล้วละซิ แต่ภาพมันยังไม่ชัดเจน หลาย ๆ คนคงมีคำถามว่าแล้วใครจะมาเชื่อถือใครจะมาซื้อสินค้าที่เราโปรโมต ผมจะลองสมมุติเหตุการณ์ให้คุณแล้วกัน</p>
<p>การขายสินค้ากับ<strong> Amazon </strong>เป็นการขายสินค้าทางอินเตอร์เน็ต โดยประเทศที่<strong> Amazon</strong> ลงทุนทำธุรกิจนั้น เป็นประเทศที่มีการซื้อขายของทางอินเตอร์เน็ตมากอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเช่น อเมริกา คนอเมริกันซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และการซื้อของทางอินเตอร์เน็ตนั้นโดยส่วนใหญ่จะมีโปรโมชั่นต่าง ๆ โดยเฉพาะการส่งฟรี สำหรับประเทศใหญ่ ๆ อย่างอเมริกาแล้วมันทำให้เกิดความสะดวกในการใช้ชีวิตประจำวันมากทีเดียว</p>
<p>ทีนี้เราลองมาสมมุติภาพของ<strong> Amazon</strong> เป็นห้างสรรพสินค้าในบ้านเราอย่างเช่น เซ็นทรัล เดอะมอลล์ โลตัส บิ๊กซี ซึ่งห้างเหล่านี้เป็นคู่แข่งกัน และดันมาเปิดติด ๆ กันอยู่ใน ถนนสีลม เหมือนตลาดนัดยังไงยังงั้น แล้วไอ้ถนนสีลมที่ว่านี่ก็ดันมีลูกค้ามาเดินซื้อสินค้าเป็นล้านคน ทีนี้มันก็เกิดการแข่งขันกันขึ้น ห้างพวกนี้จึงประกาศรับสมัครเซลล์มาขายของ เพื่อที่จะขายของตัวเองให้ได้มากที่สุดโดยรับเซลล์ไม่อั้น เซลล์เหล่านี้ก็ต้องแข่งขันกันเอง ต่างคนต่างถือป้ายห้างที่ตัวเองสังกัดอยู่ มาเดินอยู่บนถนนนี้โดยทำให้ป้ายของตัวเองดูเด่น ดูน่าสนใจเพื่อจูงใจคนมาซื้อสินค้าให้ซื้อสินค้าของตัวเอง เพื่อที่จะได้คอมมิชชั่ืนมาก ๆ</p>
<p>สำหรับลูกค้าโดยทั่ว ๆไปแล้วจะมีอยู่สองประเภทด้วยกันคือ</p>
<p><em>ประเภทแรก </em>มีร้านค้าอยู่ในใจอยู่แล้วเวลาจะซื้อของจะตรงไปที่ร้านค้านั้น ๆ เลยโดยไม่สนใจเซลล์ ซึ่งพวกนี้ไม่ค่อยมีค่าเท่าไหร่ ในสายตานักการตลาดทางอินเตอร์เน็ตอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ (เขี่ยทิ้งไปซะ)</p>
<p><em>ประเภทที่สอง </em>เวลาจะซื้อสินค้าจะต้องค้นหา คุณภาพและราคาของสินค้าโดยไม่สนใจว่าจะเป็นร้านไหน ขอแค่เป็นร้านที่มีชื่อเสียงและั มีสินค้าที่ต้องการก็พอ และประเภทที่สองนี้ก็ขี้เกียจที่จะเดินขึ้นไปบนห้าง ถ้ามีคนมาเสนอขายโดยมีห้างรับประกันให้ ก็ยินดีที่จะซื้อ กลุ่มนี้ล่ะที่เป็นกลุ่มลูกค้าที่เราต้องการ</p>
<p><em>จากเหตุการที่ผมเล่ามาด้านบนเปรียบเทียบได้ดังนี้</em></p>
<ul>
<li>ห้างต่าง ๆ เซ็นทรัล เดอะมอลล์ โลตัส บิ๊กซี คือ Amazon และ เว็บไซต์ใหญ่ ๆ หลาย ๆ แห่งในอเมริกาที่ทำธุรกิจเหมือนอเมซอน</li>
<li>ถนนสีลม คือ เครื่องมือค้นหา หรือ Search Engine ต่าง ๆ เช่น เจ้าพ่อ Google พี่ Yahoo และน้องเล็กอย่าง Bing</li>
<li>ลูกค้าเป็นล้าน ๆ คน ที่ไหนมันจะมากขนาดนั้น ผมไม่ได้แต่งเรื่องครับ มีจริง ๆ คือ จำนวนค้นหาที่ต้องการซื้อสินค้าทางอินเตอร์เน็ตในแต่ละวัน</li>
<li>เซลล์แมน คือ พวกผมนี่ละ และกำลังจะเป็นพวกท่านในอนาคต</li>
</ul>
<p>ทีนี้เมื่อพวกเราถือป้ายสินค้า Amazon แล้วและคนเชื่อถือ Amazon อยู่แล้วการค้า การขาย มันก็ง่ายซะจนเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก (ขอให้เค้าหาร้านเราเจอนะ)</p>
<h3>ทีนี้เรามาดูกันดีกว่าว่าจะขายสินค้า Amazon ต้องทำยังไง</h3>
<p>การขายสินค้า Amazon ผมขอแยกเป็นสองแบบใหญ่ ๆ กว้่าง ๆ คือ แบบต้องใช้ทุน กับแบบไม่เสียเงิืนสักแดงเดียว</p>
<ul>
<li>แบบไม่เสียเงิน คือ สาย Astore,Blogger,Blog Free ต่าง ๆ แบบนี้จัดว่าเป็นการทำเงินกับอเมซอนสาย SEO (<em><em> Search engine optimization ) </em></em><a onmousedown="return rwt(this,'','','res','2','AFQjCNHfIpCo_Ap336oSDlmNqh1STSriIg','','0CBsQFjAB')" href="http://www.google.co.th/url?sa=t&amp;source=web&amp;ct=res&amp;cd=2&amp;ved=0CBsQFjAB&amp;url=http%3A%2F%2Fen.wikipedia.org%2Fwiki%2FSearch_engine_optimization&amp;ei=DNz8SuX6M8qCkQXh8rH6Cw&amp;usg=AFQjCNHfIpCo_Ap336oSDlmNqh1STSriIg"><em><em><br />
</em></em></a></li>
<li>แบบเสียเงิน สามารถแบ่งย่อยได้อีกสองสายคือสาย PPC (Pay Per Click) กับสาย SEO</li>
</ul>
<p>เอาล่ะเรามาเจาะกันดีกว่าว่าแต่ละแบบเป็นยังไง บทความหน้านะครับ&#8230;</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.notzaa.com/%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%aa%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%b2-amazon.html/feed</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

